วันนี้ ดิฉันทำบันทึกปิดผนึกถึงสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร และเพื่อให้ประชาคมชาว มน.รับทราบด้วย ดิฉันจึงเปิดผนึกบันทึกลง Blog ไว้อีกที ดังนี้
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. 6257
ที่ ศธ. 0527.13.01/079 วันที่ 14 มกราคม 2551
เรื่อง ขอให้สภาอาจารย์จัดตั้งอนุกรรมการศึกษา ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวรในกำกับ
เรียน ประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตามที่สภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร องค์การที่ประชาคมชาวนเรศวร ยอมรับนับว่าเป็นผู้แทนคณาจารย์ทั้งปวง มีส่วนร่วมสำคัญในการดำเนินการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวรในกำกับ มิให้เข้ารับการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระสอง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมานั้น
บัดนี้ เวลาก็ได้ล่วงเลยมานานเกินกว่าหนึ่งเดือนแล้ว สภาอาจารย์ยังมิได้เคลื่อนไหว ไม่ได้ศึกษาหรือทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาคมชาวนเรศวร ไม่เคยมีการประชุมร่วมกัน หรือจัดเวทีวิพากษ์ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวร ในกำกับ เพื่อให้ประชาคมชาวนเรศวรมีความเข้าใจ ทราบผลดีผลเสียในการที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจะออกหรือไม่ออกนอกระบบเลย
การเตรียมความพร้อมแก่บุคลากร นิสิต ผู้ปกครอง ชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของมหาวิทยาลัย มีความสำคัญกว่าการคัดค้านหรือสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. เพียงประการเดียว เพราะหากเมื่อใดที่มหาวิทยาลัยต้องการประชามติ ประชามติที่แท้จริงไม่ควรเกิดจากกลุ่มผู้แทนประชาคมเพียงกลุ่มเดียว หรือเกิดจากความไม่รู้ หรือการใช้เหตุผลของความรู้สึก เช่น เกรงว่า.... กลัวว่า.... ขอศึกษาดูก่อน.....อย่างที่สภาอาจารย์เคยใช้เป็นเหตุผลในการยับยั้งร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ในกำกับ คราวที่แล้ว
ดิฉัน รองศาสตราจารย์มาลินี ธนารุณ พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเป็นผู้แทนประชาคมชาวนเรศวร ทั้งที่เป็นข้าราชการ และพนักงาน ทั้งที่เป็นบุคลากรสายวิชาการ และสายบริการ ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวร ในกำกับดังกล่าว เรียกร้องให้สภาอาจารย์ดำเนินการศึกษา เพื่อให้เกิดความกระจ่างในข้อดีและข้อเสียของร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวร ในกำกับ โดยเร็ว
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการโปร่งใส เป็นกลาง และมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ขอให้ท่านจัดตั้งอนุกรรมการศึกษาร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวร ในกำกับ ซึ่งมีองค์ประกอบของอนุกรรมการที่ประกอบด้วย ผู้บริหาร บุคลากร นิสิต ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ เปรียบเทียบ รวมทั้งเผยแพร่ผลการศึกษา หรืออาจจัดให้มีการประชาพิจารณ์ด้วย เพื่อให้ประชาคมทุกฝ่ายมีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจได้เอง เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ
ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า นี่คือหน้าที่ของสภาอาจารย์ ท่านมีสิทธิและความชอบธรรมในการดำเนินการ เพราะท่านต้องให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่ออธิการบดี เกี่ยวกับกิจการด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และท่านต้องพิทักษ์สิทธิประโยชน์ ผดุงความยุติธรรมแก่ประชาคมชาวนเรศวรทุกคน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และโปรดบรรจุเข้าเป็นวาระเพื่อพิจารณาของการประชุมของสภาอาจารย์ครั้งที่จะถึงด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
รองศาสตราจารย์มาลินี ธนารุณ
ผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยนเรศวร
สรุปคือ
ตอนนี้เราต้องรอทางสภาอาจารย์ให้ดำเนินการตั้งอนุกรรมการให้....
ทุกฝ่ายจะได้มีข้อมูลสำหรับตัดสินใจ เพื่อรองรับการดำเนินการต่อไป
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายครับ
ยกมือสนับสนุนเต็มที่ครับ
เพิ่มเงินเดือนพนักงาน ม.นอกระบบ [16 ม.ค. 51 - 04:20]
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแผนการพัฒนาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในวโรกาสต่างๆ และโรงเรียนที่สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริ ซึ่งมีรวมกันประมาณ 300 โรงทั่วประเทศ โดยแผนดังกล่าวจะมีระยะเวลาการดำเนินงาน 4 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป ใช้งบประมาณทั้งหมด 1,300 ล้านบาท ซึ่งในปีแรกทาง ครม. ได้อนุมัติงบประมาณมาแล้ว 55 ล้านบาท ส่วนในปีต่อไปจะมีการพิจารณาอนุมัติงบฯ เป็นรายปีไปตามความเหมาะสม การที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแผนดังกล่าว เพราะต้องการดูว่ากลุ่มโรงเรียนดังกล่าวมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในพื้นที่ชนบท ก็จะมีโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่จำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็จะมีโรงเรียนที่สร้างขึ้นเป็นการเฉพาะ มีความพิเศษเฉพาะด้าน ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ควรจะใช้โอกาสนี้พัฒนากลุ่มโรงเรียนดังกล่าวด้วยเช่นกัน จึงได้นำเสนอแผนการพัฒนาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติและโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ ต่อ ครม. ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อรัฐรับที่จะให้การอุดหนุนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติและโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริแล้ว จะพัฒนาโรงเรียนได้ตามวัตถุประสงค์
ศ.ดร.วิจิตรกล่าวด้วยว่า ครม.ยังเห็นชอบแผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี พร้อมทั้งเห็นชอบงบอุดหนุนค่าตอบแทนให้กับคณาจารย์และบุคลากรให้กับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 6 แห่ง คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ม.มหามกุฏราชวิทยาลัย ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.แม่ฟ้าหลวง ม.วลัยลักษณ์ และ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จำนวน 242 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการปรับเงินเดือนให้กับข้าราชมหาวิทยาลัย และทางกลุ่มมหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่ง จึงร้องว่าควรมีการขึ้นเงินเดือนให้กับมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไปก่อนหน้านี้ด้วย ทาง ศธ.จึงนำเรื่องดังกล่าวเสนอของความเห็นชอบจาก ครม.
เคยถามสภาอาจารย์ว่า ทำไมไม่ช่วยผู้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนมากในมหาวิทยาลัยนี่
............................................
............................................
............................................
............................................
.............................................