ท่านเคยสงสัยมั๊ยว่าแผ่นดิสก์ขนาด 3.5" ที่แผ่นเขียนว่าความจุ 1.44Mb แต่พอFormat แล้วจะเห็นความจุเพียง 1.38Mb คนขายโกงเราหรือเปล่าว้า

สวัสดีครับ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้นะครับ มันเป็นความสงสัยของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วๆไปเหมือนกันทุกคนแหละครับ ว่าทำไม่ไอ้เจ้าสื่อบันทึกข้อมูลทั้งหลายที่เราๆท่านๆซื้อมาใช้กัน ทั้ง แผ่นดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ แฟรชไดรฟ์ ทรัมไดรฟ์ หรือไม่เว้นแม้แต่ แผ่นซีดี-ดีวีดี ที่ตัวสื่อบันทึกจะเขียนความจุของแผ่นไว้มากกว่าที่เราใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น แผ่นดิสก์ขนาด 3.5" ที่แผ่นเขียนว่าความจุ 1.44Mb แต่พอFormat แล้วจะเห็นความจุเพียง 1.38Mb "คนขายโกงเราหรือเปล่าว้า......" อันที่จริงคนขายเขาไม่ได้โกงเราหรอกนะครับ ความจุที่เขียนไว้บนแผ่นน่ะเป็นความจุในขณะที่ออกมาจากโรงงาน แล้วก็ยังไม่ได้ Format แต่พอ Format แล้วความจุก็จะลดลงไปนิดหนึ่ง(บางทีก็ไม่นิดขึ้นอยู่กับขนาดของสื่อบันทึกยิ่งถ้าสื่อบันทึกมีขนาดความจุมากเวลา Format แล้วความจุก็จะหายมากตามไปด้วย) "อ้าว...แล้วทำไมต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ" เป็นเพราะว่าเมื่อเรา Format แผ่น(เตรียมรูปแบบในการจัดเก็บข้อมูล) ระบบปฏิบัติการจะทำการแบ่ง พื้นที่ในการจัดเก็บออกเป็น 4 ส่วน
1.Boot Sector บู๊ตเรกคอร์ดเป็นส่วนที่เก็บโปรแกรมเล็กๆ ที่ใช้ในการเริ่มต้นการทํางานเมื่อเปิดเครื่องคอมฯ ในครั้งแรก หรือที่เรียกว่า “การบู๊ต (Booting)” โปรแกรมนี้จะทําการตรวจสอบสิ่งที่จําเป็นสําหรับการทํางานของระบบปฏิบัติการ จากนั้นจะส่งให้ระบบปฏิบัติการทํางานต่อไป และในส่วนของบู๊ตเรกคอร์ดจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับดิสก์บางอย่าง เช่นจํานวนไบต์ต่อเซกเตอร์ และจํานวนเซกเตอร์ต่อแทรค เพื่อเป็นข้อมูลให้ระบบปฏิบัติการใช้ในการเข้าถึงข้อมูลในดิสก์นั้น โดยจะประกอบ ด้วยส่วนของรหัสโปรแกรมที่เรียกว่าบู๊ตเรกคอร์ดหลัก (Master Boot Record :MBR) เป็นรหัสที่ใช้ในการบู๊ตระบบปฏิบัติการทุกระบบรวมกับเรคอร์ดพาร์ติชัน (Record Partition) เป็นส่วนที่บันทึก การจัดสรรพาติชันในฮาร์ดดิสก์
ถ้าในระบบดอสจะเรียกเป็น DBR (DOS Boot Record) ในส่วน MBR หรือ DBR นี้ จะเป็น ที่อยู่ของไฟล์ซ่อน 2 ไฟล์ ในไฟล์ COMMAND.COM คือ IO.SYS และ MSDOS.SYS ใน MBR จะมีตารางแสดงข้อมูลเฉพาะของฮาร์ดดิสก์ (ID Information) ในตารางนี้จะมี 1 ไบต์ไว้เก็บการกําหนดค่าโดยเฉพาะ เพื่อให้ระบบบู๊ตได้จากฟลอปปี้ดิสก์, ฮาร์ดดิสก์ หรือซีดีรอมไดรฟ์
2.ตาราง FAT เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลเล็กๆ ชนิดหนึ่งของฮาร์ดดิสก์ ทําหน้าที่ระบุตําแหน่งของไฟล์ และห้องเก็บไฟล์ ที่เรียกว่า “ไดเรกทอรี (Directory)” ในระบบปฏิบัติการดอสหรือ โฟลเดอร์ (Folder) ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ดังนั้น FAT ในฮาร์ดดิสก์มีหน้าที่เปรียบเสมือนตัวชี้ตำแหน่งไฟล์และไดเรกทอรี ภายในฮาร์ดดิสก์ FAT จะเก็บข้อมูล 2 ชุด คือ ชุดที่หนึ่งเก็บชื่อ และชุดที่สองเก็บตําแหน่งที่อยู่พร้อมทั้งเก็บชุดสําเนาที่อ้างอิงถึงกันได้ โดยที่ตารางของ FAT จะมีตำแหน่งอยู่ที่ Sector แรกของฮาร์ดดิสก์
3.Root Directory เป็นเครื่องมือ อย่างหนึ่งในการจัดการกับไฟล์บนดิสก์ ไดเรกทอรี เป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นลําดับขั้น (Hierarchy Structure) โดยในแต่ละไดเรกทอรีสามารถเก็บไฟล์ หรือไดเรกทอรีย่อยๆ ได้ทําให้สามารถแบ่งประเภทของไฟล์ออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ ซึ่งไดเรกทอรีแรกสุดมีชื่อเรียกว่า “รูตไดเรกทอรี (Root Directory) ”
4.Data คือพื้นที่เก็บข้อมูล (Data Area) เป็นพื้นที่ที่เหลือจากบู๊ตเรกคอร์ด, ตาราง FAT และไดเรกทอรีมีไว้เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล ของไฟล์ต่างๆ ที่ถูกระบุตําแหน่งตามตาราง FAT ้

อ๋อ........มันเป็นอย่างนี้นี่เองนึกว่าหายไปไหน
คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า FAT แต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัวอย่างไรกันบ้าง
FAT หรือ FAT16 ขนาดความยาว 16 บิต ทำให้จำกัดขนาดฮาร์ดดิสก์ที่ขนาด 128 เมกกะไบต์ โดยมีคลัสเตอร์ 2,048 ไบต์ Windows 95 OSR2 สามารถสนับสนุนได้ถึง 512 เมกกะไบต์
FAT32 ขนาดความยาว 16 บิต สามารถสนับสนุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ ได้ถึง 2 เทอร์ร่าไบต์ อย่างไรก็ตามผู้ใช้ Windows XP จะประโยชน์จาก FAT32 ด้วยการใช้ไดรพ์ขนาดไม่เกิน 32กิกะไบต์ (ทั้งๆที่ในWin98 ลงไปยอมให้ใช้ได้เกิน 32 กิกะไบติ) แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ว่าเมื่อคุณไม่สามารถเก็บไฟล์ไฟล์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 กิกะไบต์ได้
NTFS (New Technology File System) มาตฐานใหม่ของระบบ file system ขึ้นมา ซึ่งความสามารถของมัน คือ สามารถรองรับขนาดของไฟล์ และพาร์ติชันได้ใหญ่กว่าแบบ FAT (รวมถึง FAT16 และ FAT32) ได้ ในทางทฤษฎี สามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันรวมกันได้ถึง16 Exabyte (EB) แต่ในทางปฎิบัติ สามารถรองรับขนาดของไฟล์ได้ 4-64 GB ส่วนขนาดของพาร์ติชันรองรับได้ถึง 2 TB (ประมาณ 2,000 กิกะไบต์)
ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://vishnu.sut.ac.th/eng/cpe/2007/uploads/manual_upload/ProjectOSTerm1_49/Project49/PG04_Sec1/
โห แลวถ้า แฟรชไดรฟ์ เราformat มากๆ จะเป็นไรไหมครับ