ก่อนปีใหม่ไปไหว้พระ 9 วัดในเขต กทม.ตามการส่งเสริมการท่องเที่ยว ของ ททท.

     ก่อนปีใหม่จะชอบลางานก่อนสัก 2-3 วันเพื่อไปทำในสิ่งที่ไม่ต้องไปแ่ก่งแย่งกับคนอื่่น ตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องไปนมัสการหลวงพ่อโต วัดอิน ตรงเชิงสะพานพระราม 8  กับ ที่วัดระฆัง  รวมทั้งศาลหลักเมือง เนื่องจากมีพี่ไกด์เป็ดที่ไปญี่ปุ่นแนะนำว่า ควรไป

     จึงตัดสินใจไปตั้งแต่วันพฤหัสที่ 27 ธ.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงมหาชน คนที่ขับรถไปส่ง ตอนเช้าหยอดเราไว้ที่ศาลหลักเมือง พร้อมวางแผนให้เสร็จสรรพ ว่าต้องไปให้ครบ 9 วัดควรเริ่มจากไหน ไปทางไหน ตัวเองตอนนั้นไม่ตั้งใจที่จะต้องไปให้ครบ 9 วัด เพราะคิดว่าส่วนใหญ่คงต้องเิดินเยอะ อากาศก็ร้อน ไม่น่าจะไปครบ ขณะที่เริ่มต้น ก็ประมาณ 9 โมงครึ่ง

     ลืมบอกว่าด้วยความบังเอิญไปค้นหาเอกสารบางอย่างที่เก่าเก็บ ก็ไปพบเอกสารที่เพื่อนเคยส่งมาให้ทาง e-mail แล้วตัวเองพิมพ์เก็บไว้อ่าน เป็นรายละเอียดของขั้นตอนการไปไหว้แต่ละวัด ซึ่งเมื่อหลายปีก่อน กับปีนี้ รายชื่อสถานที่ในจำนวน 9 แห่งมีการเปลี่ยนไปบ้าง 

    ตัวเองเริ่มต้นที่ศาลหลักเมือง แต่ไม่นับเป็นวัด เพราะพอไปที่วัดพระแก้ว ตามด้วยวัดโพธิ์ เริ่มเห็นป้ายส่งเสริมการท่องเที่ยว ว่าให้ไปวัดไหนบ้าง มาถึงวัดโพธิ์ จึงเริ่มเกิดความตั้งใจว่าพยายามไปให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน เดินออกจากวัด จึงข้ามเรือที่ท่าเตียนไปวัดอรุณ  เสร็จแล้วเรียกแท๊กซี่ไปวัดกัลยาณมิตร เพราะอยู่ฝั่งธน เหมือนกัน แล้วจึงข้ามเรือกลับมาปากคลองตลาด ไปท่าช้าง ข้ามไปวัดระฆัง ที่วัดนี้ได้พบเต่าสีน้ำตาลทอง ตัวใหญ่ สวยงามมาก ข้ามกลับมา กทม. ไปวัดสุทัศน์์ ตามติดด้วยวัดบวร วัดชนะสงคราม และ จบลงที่ วัดสระเกศ หรือภูเขาทอง การเดินทางครั้งนี้ ทำราวกับเล่น walk rally ไปแต่ละที่ต้องผจญภัย ต่างๆ นานา  จิตตก เกือบหมดหวังที่จะไปให้ครบ  หาเส้นทางด้วยตนเอง ยอมรับว่า บางวัดเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยไปเลย เช่น วัดชนะสงคราม วัดสระเกศ วัดสุทัศน์ หรือแม้แต่วัดบวรนิเวศน์ ที่แสนจะโด่งดัง เสียดายไม่ได้นำกล้องถ่ายรูปไปด้วย ปีหน้าแก้ตัวใหม่

     ที่ไปแล้วประทับใจ ก็คือ วัดกัลยาณมิตร  เพราะเป็นที่เดียวที่ได้พบพระสงฆ์คอยเทศนา พูดคุยกับคนที่มาทำบุญ และมีเจ้าหน้าที่วัด ที่อธิบายวิธีการทำบุญในรูปแบบต่างๆ ด้วยจิตใจ อัธยาศัยดี   สมกับชื่อวัด และทำให้เราจดจำวัดนี้ได้ดีที่สุด

    ส่วนที่สุดท้ายที่ประทับใจ คือ ภูเขาทอง เพราะเป็นที่พิสูจน์ตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ว่ามีความมุ่งมั่นตั้งใจขนาดไหน เพราะตอนที่ไปถึง ไม่อยากบอกเลยว่าเหนื่อยและเมื่อยขนาดไหน ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็น ต้องปีนขึ้นบันไดไป แรกๆ ตอนที่ยังเห็นสิ่งของ หรือต้นไม้รอบๆ ทางขึ้นก็ค่อยยังชั่ว แม้จะเหนื่อยก็ค่อยๆ ปีนขึ้นไป แต่เมื่อเริ่มสูงขึ้น มองไปข้างๆ ไม่เห็นอะไรนอกจากท้องฟ้า ก็ิเริ่มใจหวิว ขาสั่น กลัวความสูง มองขึ้นไป ยังห่างไกลเหลือเกิน แต่ในที่สุดก็พยายามขึ้นจนถึงยอดภูเขาทอง พอขึ้นไปถึงแล้ว รู้สึกสงบ เย็น เป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก เพราะได้สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และทำบุญอื่นๆ  อีกหลายอย่าง

     นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ และได้บทพิสูจน์หลายอย่าง เช่น ถ้าวันนั้น ไปไหว้พระ โดยไม่มีคู่มือไปด้วย ก็คงจะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อไปถึงแต่ละวัด หรือพระประธานของแต่ละที่คือองค์ไหน โดยเฉพาะตอนไปวัดโพธิ์ ตอนแรกเข้าใจว่า พระนอน คือองค์สำคัญที่สุด แต่จริงๆ แล้วต้องเดินหาพระประธานองค์จริงที่ประดิษฐานในพระอุโบสถด้านใน

     กลับมาก็ได้นำบุญมาฝากหลายท่าน รวมถึงขอฝากเป็นของขวัญปีใหม่ แด่กัลยาณมิตร ผู้ให้แสงสว่างทางปัญญา ใน Go to Know ทุกๆ ท่านค่ะ  สาธุ..