พิ่งตนเอง พึ่งพากันเอง นั่นคือความยั่งยืนที่แท้จริง

 วันนี้ แม้เป็นวันเสาร์ แต่ความเป็นเกษตรเพื่อชุมชน เพื่อมวลชน ยังต้องทำหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ  ที่ยังมีผู้ให้ความสำคัญให้ทำประโยชน์ทดแทนคุณแผ่นดินอยู่  ดังคำที่ว่า  ชีวิตไม่ใช่การได้  แต่ชีวิตคือ การให้ผู้อื่นพึ่งได้  ช่วงเช้าได้รับการประสานจากลูก ๆ นักเรียนโรงเรียนพล  อำเภอพล  8  คน ว่าได้รับมอบหมายจากคุณครู ให้มาทำโครงงาน การดำรงชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อถ่ายทำเป็นคลิป วีดีโอ ความยาว  5  นาที่  ส่งจึงมาหาที่ถ่ายทำ ได้นำลูก ๆ ไปถ่ายทำที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง แปลง 1 ตำบล 1 ฟาร์ม บ้านบะแค ใช้เวลาถ่ายทำถึงเที่ยง เพราะคณะนักเรียนให้ความสนใจดีมาก   ถ่ายไม่ยอมหยุดและกินฝรั่งไม่หยุดปาก บอกว่าอยากมาอี  อยากมาบ่อย ๆ  อยากให้ที่บ้านมีอย่างนี้  คงพอมีพอกิน พอใช้จริง ๆ  ทั้ง วัว ปุ๋ยหมัก  ผักปลอดสาร  ปลา  กบ เห็นฟาง เห็ดขอน  หมูป่า เตาถ่าน  ทำนำปลา  ทำข้าวโป่ง กล้วย ได้ยิน ได้ฟัง  คนรุ่นใหม่  อนาคตของชาติโน้มเอียงแนวคิดมาทางนี้ก็เป็นกำลังใจอย่างมากแล้ว  ประเทศไทยรอดแน่  เป็นมหาอำนาจแน่  เพราะต่อไปเมื่อน้ำมันหมด พืชผลทางการเกษตรของเราคือแหล่งพลังงานของโลก  เราไปรอดแน่ ถ้ายืดเกษตรเป็นหลัก ยึดความพอเพียงเป็นที่ไป

              จากนั้น บ่ายโมงได้มาร่วมงาน บุญกุ้มข้าวใหญ่ ของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านพ่อบุญเต็ม  ชัยลา  ที่สมาชิกร่วมบริจาคข้าวและปัจจัยมาร่วมกันเพื่อเป็นทุนในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อการพึ่งตนเองและพ่งพากันเอง ซึ่งเป็นความยั่งยืนที่แท้จริงของชุมชน ที่ไม่ต้อง  รอ รอ รอ ความช่วยเหลืออย่างเดียว มีกิจกรรมที่น่ากล่าวถึงของเกษตรต้นแบบที่ร่วมกันทำ  คือ การทำพิธีทางศาสนา เทศอานิสงส์แม่โพสพ การสู่ขวัญข้าว  การจับสลากของขวัญปีใหม่ของสมาชิก  โดยนำเอาผลผลิตที่ตนเองผลิตได้มาเป็นของขวัญ การนำข้าวที่ผ่านการสู่ขวัญไปขึ้นฉางเพื่อเป็นสิริมงคล เห็นแล้ว ดูแล้ว  คิดแล้ว เป็นคุณค่าทางวัฒนธรรม เป็นทุนทางสังคม ที่จะทำให้ความเป็นคนไทย วิถีไท  วิถีเกษตร คงอยู่ ชั่วนาน  เท่านาน  เท่าใด .......ไม่รู้  เพราะราชการไม่เห็นความสำคัญ ไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง  แท้จริง  ........ ราชการต้องยึด  เวลาราชการ  ต้องยึดคำสั่ง  ยึดระเบียบ  ยึดโครงการ  ยึด  ยึด  และยึด  สุดท้าย  กว่าจะยึดชาวบ้านเป็นหลัก  เขาคงสิ้นชีวิตไปแล้ว........อนิจจา