สิทธิด้านเอดส์

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การทำงานด้านสิทธิ ในเครือข่ายผู้ติดเชื้อ เอชไอวี/เอดส์ ภาคใต้</p>

 

ความเป็นมา

ในการดำเนินงานในโครงการ ช่วยเหลือและป้องกันเอดส์โดยชุมชน(CHAPAC) และโครงการช่วยเหลือผู้หญิงเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์(CYW) ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิรักษ์ไทย โดยการสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในการทำกิจกรรมให้การด้านการดูแล ช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทั้งทางด้ายร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งการทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องเอดส์ในชุมชนโดยมีเป้าหมายที่สำคัญในการใช้ชีวิตในชุมชนในสังคมได้อย่างปกติ  จากการทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ติดเชื้อ พบว่าปัญหาหลักของผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ คือเรื่องของการถูกละเมิดสิทธิ ( รายละเอียดในสรุปประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ) ทั้งโดยความตั้งใจ และจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รวมทั้งการมีทัศนคติที่เป็นลบอยู่มากของคนในชุมชน โดยเฉพาะปัจจัยเสริมในเรื่องของความคิดความเชื่อทางศาสนา และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ การทำงานของกลุ่มผู้ติดเชื้อในช่วงแรกจึงเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของแกนนำและสมาชิก ในด้านต่างๆทั้งข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ที่จำเป็นโดยเฉพาะในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ  และในด้านของทักษะในการคิดวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ การประสานงานให้เกิดการแก้ไขปัญหา ในการทำงานของกลุ่มผู้ติดเชื้อทำให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายประเด็น เช่น การไม่ได้รับบริการการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง การไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยโดยเฉพาะเรื่องยา  การถูกบังคับตรวจเลือดจากที่ทำงานและถูกไล่ออก การถูกเปิดเผยความลับ การถูกสังคมรังเกียจไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะเด็กในสถานศึกษา ประเด็นต่างๆเหล่านี้นำมาซึ่งการหาแนวทางการแก้ไข โดยใช้กลไกของเครือข่ายในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศในการแก้ไขปัญหา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สรุปประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิ</p> ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับผู้หญิงที่ติดเชื้อ1.       ผู้ติดเชื้อถูกจำกัดสิทธิในการตัดสินใจ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และการทำแท้ง2.       การแนะนำและตรวจเลือดที่เป็นความลับและสมัครใจ3.       การเปิดเผยเรื่องการติดเชื้อ ผู้หญิงถูกเปิดเผยความลับเกี่ยวกับผลเลือด (การติดเชื้อ)4.       การขาดความตระหนักในการป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์5.       ทัศนคติของคนในชุมชนที่เป็นลบต่อบุตรของผู้หญิงที่ติดเชื้อ (โรงเรียนและชุมชน)6.       ความจำเป็นที่ต้องมีการช่วยเหลือทางสังคมของผู้หญิงที่ติดเชื้อ7.       ผู้หญิงไม่กล้าบอกผลเลือดกับสามี8.       การป่วยของผู้ติดเชื้อกับศักยภาพในการทำงาน โดยชุมชนไม่ยอมรับว่าผู้ติดเชื้อก็มีศักยภาพในการทำงานได้9.       การถูกเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล10.    การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ให้ความใส่ใจในการดูแลรักษาเท่าที่ควร11.    ไม่ได้รับข้อมูลในการรักษา(ข้อมูลยาต้านไวรัส) ที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ12.    ผู้ติดเชื้อบางคนไม่ได้รับการฝากครรภ์จนกระทั่งคลอด13.    ผู้หญิงที่ท้องไม่เข้ารับการฝากครรภ์14.    ผู้หญิงติดเชื้อไม่ได้รับบริการรักษาในมาตรฐานเดียวกันกับคนทั่วไปประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเด็กที่ได้รับผลกระทบ1.       เด็กถูกทอดทิ้งไม่มีคนดูแล2.       เด็กไม่ได้รับปัจจัยพื้นฐาน เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย3.       เด็กไม่ได้รับการรักษา และการปฏิบัติที่เหมาะสมเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนฉวยโอกาส4.       เด็กไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องโรคและการป้องกันตนเอง5.       เด็กไม่ได้รับการตรวจสุขภาพตามขั้นตอน6.       เด็กขาดสารอาหารเนื่องจากไม่ได้รับอาหารตามวัย7.       เด็กถูกล้อจากเพื่อน ๆ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรม ส่งผลทำให้เด็กมีการเก็บกด มีการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ก้าวร้าว8.       เด็กไม่เข้าใจเรื่องพ่อแม่ทำให้สื่อสารผิดกับผู้อื่น9.       เด็กถูกแยกไม่ได้รับความอบอุ่น10.    ผู้ดูแลเด็กไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรค(กรณีผู้เลี้ยงดูไม่ใช่พ่อแม่เด็ก เป็นการเลี้ยงไปวัน ๆ)11.    เด็กไม่ได้รับการดูแลทางด้านจิตใจ12.    เด็กไม่ได้รับการบริการในมาตรฐานที่เท่าเทียม13.    เด็กถูกเปิดเผยความลับเกี่ยวกับการติดเชื้อประเด็นปัญหาเกี่ยวกับชุมชน1.       ชุมชนไม่มีความเข้าใจเพียงพอต่อการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ2.       ผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชน3.       ครอบครัว (สามี ,ภรรยา)   ไม่ยอมรับ ไม่ไว้ใจทำให้ครอบครัวแตกแยก(กรณีที่มีการติดเชื้อคนเดียว)4.       ชุมชนละเมินสิทธิผู้ติดเชื้อ (การพูดต่อ การล้อเลียน)5.       ผู้นำศาสนามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ติดเชื้อส่งผลต่อการยอมรับในชุมชน6.       ครอบครัวผู้ติดเชื้อขาดความอบอุ่น ถึงต้องให้ผู้อื่นดูแลลูก หรือทอดทิ้งลูก7.       หน่วยงานที่ให้การสงเคราะห์ไม่มีมาตรฐานในการให้สงเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน8.       การถูกไล่ออก และจำกัดสิทธิในการทำงานงาน สรุปสาระสำคัญของประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ  <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoNormalTable" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

·        สิทธิของผู้หญิงในการได้รับบริการทางสังคม/ เศรษฐกิจ

  ·        ผู้หญิงกับทางเลือกในการมีบุตรและการมีคู่ครอง  ·        แนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ในครอบครัว ·        ผู้หญิงกับการได้รับข้อมูลข่าสารในการดูแลรักษาที่ถูกต้อง  ·        สิทธิในการได้รับการศึกษา และบริการทางสังคม และการถูกเลือกปฏิบัติในชุมชนของเด็กที่ได้รับผลกระทบในชุมชน ·        การเข้าถึงข้อมูลและบริการการดูแล และการรักษาด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก ·        เด็กที่ถูกทอดทิ้งและผู้ดูแลเด็ก  ·        การสร้างทัศนคติและบทบาทของชุมชนในการดูแลครอบครัวและเด็กที่ได้รับผลกระทบ

</tbody></table>  รูปแบบการทำงานการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ติดเชื้อ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            การวิเคราะห์ปัญหา</p>                 การหาแนวทางการแก้ไข <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                การประสานหน่วยงานในชุมชนในการแก้ไขปัญหา</p> การพัฒนาเครือข่ายระดับจังหวัด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                การเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์</p>

                การวิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์

                การประสานงานการช่วยเหลือ และการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่การสนับสนุนเครือข่ายระดับภาค <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            การรวบรวมข้อมูลสถานการณ์</p>

                การวอเคราะห์ประเมินสถานการณ์

                การประสานงานทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศในการแก้ไขปัญหาตัวอย่างการวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาในระดับชุมชน1 . กรณีปัญหาเรื่องเด็กถูกกีดกันในโรงเรียน  <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="564" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto 5.4pt; width: 423pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ปัญหา

แนวทางการทำงาน 1.       โรงเรียน /ชุมชน-          เด็กถูกรังเกียจจากโรงเรียน  เช่น เพื่อนล้อเรื่องพ่อแม่ติดเชื้อ-          ครูแบ่งแยกเด็กในเรื่องการอยู่ร่วมกันการทำกิจกรรมในห้องเรียน  การรับประทานอาหาร-          ร้านค้าไม่ขายของให้เด็ก   - สร้างความเข้าใจเรื่องเอดส์ในโรงเรียน ให้แก่ครู/ผู้ปกครองเด็กในโรงเรียน/ชาวชุมชนในละแวกนั้น- จัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอยู่ร่วมกันกับเด็กที่ได้รับผลกระทบ - การทำให้ดู  อยู่ให้เห็น คือใช้ตัวผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้ใหญ่เป็นสื่อบุคคลในเรื่องของการอยู่ร่วมกัน 2.       ครอบครัว-          เด็กถูกเลี้ยงดูแบบแบ่งแยก ในเรื่องการอยู่ร่วมกัน อาทิ การใช้ของร่วมกัน การรับประทานอาหาร -          เด็กถูกไล่ออกจากบ้านในกรณีที่พ่อแม่เสียชีวิต  - สร้างความเข้าใจในเรื่องเอดส์ให้แก่ผู้ปกครอง  ผู้ที่เลี้ยงดูเด็ก   โดยการจัดอบรม  จัดเวทีแลกเปลี่ยนพูดคุย - ผลักดันให้ภาครัฐมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับปัญหาเด็ก

</tbody></table>

 

ข้อเสนอต่อแนวนโยบาย1.       ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในส่วนของงบประมาณในการทำงานด้านเอดส์กับชุมชน โดยการระบุลงในแผนงานปี2.       ผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการมีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องเอดส์โดยตรง3.       ผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายจัดอบรมให้ความรู้หรือหาเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อปรับทัศนคติให้แก่ครู ในเรื่องเอดส์4.       ผลักดันให้เกิดการช่วยเหลือเด็กในกรณีที่เกิดปัญหาเด็กสู่นโยบายของภาครัฐ 2 . กรณีผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบกับทางเลือกในการมีบุตรและครอบครัวปัญหา·        PHA ไม่กล้าไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการมีคู่ใหม่ การมีบุตร·        ขาดข้อมูลในการตัดสินใจที่จะมีบุตรและครอบครัว·        การปกปิดผลเลือดกับคู่สมรส ชุมชน·        การเปิดตัวในการรับรักษา(ยา)และการเปิดตัวในชุมชน·        การเข้าในผิดเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ การต่อรองกับคู่ในการใช้ถุงยางอนามัย·        ทัศนคติของสังคมมองว่าเป็นสิ่งไม่สมควรในการมีคู่ใหม่·        การถูกเลือกปฏิบัติ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ/ผู้ให้บริการ·        การถูกโน้มน้าวให้ทำแท้งจากผู้ให้บริการ·        การมีคู่เกิดการไม่ยอมรับของครอบครัว·        ครอบครัวของ PHA ขาดข้อมูลเกี่ยวกับโรค  <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="564" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto 5.4pt; width: 423pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ปัญหา

แนวทางการแก้ไข 1. PHA ไม่กล้าขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการมีบุตร/มีครอบครัวทำให้ขาดข้อมูลการตัดสินใจ 1. บุคคลากรปรับทัศนคติในการให้ข้อมูล/ทักษะ2.ควรมีข้อมูลในการพัฒนาทางเลือกให้กับกลุ่ม PHA โดยตัดสินใจเอง3. ผู้ที่ตัดสินใจต้องอยู่ในฐานของเหตุผล ดี/ เสีย พัฒนา 2.การไม่เปิดเผยผลเลือดแก่สามี/ครอบครัวส่งผลให้เกิดความชอกช้ำ-สุขภาพแย่ลง  1. ให้ข้อมูล ข้อดี/ข้อเสียของการบอกผลเลือดแก่ผู้อื่น2. ประเมินข้อมูลความรู้ความเข้าใจของชุมชน/ครอบครัว3. สร้างความมั่นใจในการเปิดเผยผลเลือดของ PHA 3.PHA ขาดทักษะในการต่อรองกับคู่(สามี)เกี่ยวกับการใช้ถุงยาง 1. ค้นหาองค์ความรู้เรื่องการใช้ถุงยางอนามัยให้มากขึ้น2. สร้างความเข้าใจในเรื่องสุขภาพทางเพศของผู้หญิงให้ผู้ชายได้เข้าใจมากขึ้น3. จัดเวทีพูดคุยให้คู่สามี-ภรรยา 4. การไม่ยอมรับของสังคม: สังคมยังมองว่าผู้ติดเชื้อไม่ควรมีบุตรหรือมีคู่นอนใหม่  สื่อให้สังคมได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับโรคเอดส์แบบองค์รวม

</tbody></table> กรณีการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาปัญหา1.       ผู้หญิงติดเชื้อขาดข้อมูลความรู้ในการปฏิบัติตัวในการเข้ารับบริการต่าง ๆ2.       ผู้ติดเชื้อไม่มีงานทำ3.       ผู้หญิงติดเชื้อไม่กล้าบอกผลเลือดและเปิดเผยตัว4.       แกนนำขาดวิธีในการสื่อสารข้อมูลในการทำงาน5.       ชุมชนมีทัศนคติในด้านลบกับผู้ติดเชื้อ6.       ขาดการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา7.       สถานประกอบการกีดกันไม่ให้ทำงาน  <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="571" class="MsoTableGrid" style="width: 428.4pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ปัญหา

แนวทางการทำงาน 1. ปัจจัยภายในเรื่องการขาดข้อมูลในการปฏิบัติตัวการเข้ารับบริการต่าง ๆ ขาดวิธีการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจน และการทำงาน  1.       เสริมทักษะความรู้อย่างต่อเนื่อง

</tbody></table></span></strong></span></span>