การพยาบาลทารกการพยาบาลทารกที่มีภาวการเจริญเติบโตช้าเนื่องมาจากการได้รับนมแม่ ไม่พอเพียง
แบบรายการประกอบคำขอประเมินผลงานผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเรื่อง การพยาบาลทารกการพยาบาลทารกที่มีภาวการเจริญเติบโตช้า เนื่องมาจากการได้รับนมแม่ ไม่พอเพียง และข้อเสนอแนวคิด/วิธีการเพื่อพัฒนางานและปรับปรุงงานให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อง การพัฒนารูปแบบการให้บริการ ” โปรแกรมแม่ทำงานนอกบ้าน” การส่งเสริมการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ในคลินิกนมแม่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ของ ชื่อ นางอัมพร หิรัญรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลเทคนิค ระดับ 6 ตำแหน่งเลขที่ 1626 กลุ่มงาน/ฝ่าย กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ สำนัก/กอง/ศูนย์ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่กรมอนามัย เพื่อขออนุมัติตัวบุคคลแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ ระดับ 6 ตำแหน่งเลขที่ 1626 กลุ่มงาน / ฝ่าย กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ สำนัก/กอง/ศูนย์ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่กรมอนามัย สารบัญ หน้า 1.แบบรายการประกอบขอคำประเมินผลงาน(เอกสารหมายเลข1 ) 1 ผลการที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา 2.แบบรายงานประกอบคำขอประเมินผลงาน ( เอกสารหมายเลข 2 ) 17 ข้อเสนอแนวคิด/วิธีการเพื่อพัฒนา หรือ ปรับปรุงงานให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น 3.การรับรองการเผยแพร่ผลงาน 29
|
ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จของงาน
|
|
(ก) ผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา 1.ชื่อผลงาน เรื่อง การพยาบาลทารกที่มีภาวะการเจริญเติบโตช้าเนื่องมาจากการได้รับนมแม่ ไม่พอเพียง2.ระยะเวลาที่ดำเนินการ ระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 - เมษายน พ.ศ. 25503.สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติ (100 %)4.ผู้ร่วมจัดทำผลงาน ( ถ้ามี ) -5.บทคัดย่อ การดูแลสุขภาพทารกให้เจริญเติบโตสมวัย มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมสิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การเลี้ยงลูกด้วนนมแม่ ซึ่งเป็นการสร้างเสริมสุขภาพ และพัฒนาการของเด็กโดยเสริมสร้างศักยภาพสมอง ตลอดจนสร้างเสริมพื้นฐานอารมณ์ และส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก และครอบครัว อันเป็นปัจจัยสำคัญ ของการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสังคมที่ดี อย่างไรก็ตามปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จนทำให้หยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มักเกิดขึ้นภายใน 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด ปัญหาด้านแม่ เช่น เต้านมคัด หัวนมแตก ปัญหาด้านลูก เช่น ทารกมีภาวการณ์เจริญเติบโตช้าเนื่องมาจากการได้รับน้ำนมแม่ไม่เพียงพอ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ หรือเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว หากแม่ และครอบครัวได้รับคำปรึกษา แนะนำช่วยเหลือ ได้ทันท่วงที จากบุคลากรทางสาธารณสุข รวมทั้งโรงพยาบาลมีระบบที่ดีในการติดตาม ก็จะสามารถป้องกัน / แก้ไขปัญหาดังกล่าว ทำให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นอาหารเพียงอย่างเดียวใน 6 เดือนแรก หลังจากนั้นลูกกินนมร่วมกับอาหารตามวัยไปจนถึง 2 ปี หรือมากกว่าซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพที่ดีของทารกดังกล่าว 6.บทนำปัจจุบันโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขส่วนใหญ่ หลังจากจำหน่ายแม่และลูกที่คลอดปกติที่คิดว่าไม่มีปัญหาแล้วออกจากสถานบริการ ยังขาดระบบที่ดีในการติดตามแม่และลูก โดยเฉพาะ สัปดาห์แรก และ 14 วัน หลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญแม่และลูกอาจมีปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และต้องการการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา จากสถิติการให้คำปรึกษา ดูแล ช่วยเหลือแม่และครอบครัวที่มีปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในคลินิกนมแม่ ในปี 2549 ได้พบปัญหาทารกที่มีภาวะการเจริญเติบโตช้าเนื่องมาจากการได้รับนมแม่ ไม่พอเพียง 39 ราย ซึ่งทารกกลุ่มนี้ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่ดีและทันท่วงที จะมีผลทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มน้อย การเจริญเติบโตช้า และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่ไม่มั่นใจคิดว่าน้ำนมแม่ไม่พอเพียงสำหรับลูก ทำให้แม่และครอบครัวต้องตัดสินใจให้นมผสม หรืออาหารอื่นก่อนวัยซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของทารก หากแม่ได้รับการแนะนำและช่วยเหลือ
|
|
ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จของงาน
|
|
เมื่อมีปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจากบุคคลากรสาธารณสุข รวมทั้งการมีระบบที่ดีในการติดตามแม่ลูกก็จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้แม่/ครอบครัวประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บทบาทหน้าที่พยาบาลคลินิกนมแม่ที่สำคัญคือ การส่งเสริม ปกป้อง และสนับสนุนให้ลูก ได้กินนมแม่ โดยการให้บริการ การให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทั้งในการให้บริการในคลินิก ทางโทรศัพท์ และการบริการนมแม่เชิงรุก เพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เป็นการพัฒนางานในการทำงานประจำ คือ งานบริการการแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในกลุ่มผู้รับบริการที่เป็นกลุ่มแม่ที่มีปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งจะทำให้เด็กไทยสุขภาพดี มีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสม ส่งผลให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศที่ดีต่อไป 7. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ลูกได้รับน้ำนมแม่อย่างเพียงพอ และสามารถกินนมแม่เพียงพออย่างเดียว จนถึงอายุ 6 เดือน หลังจากนั้นกินนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยที่เหมาะสม จนถึงอายุ 2 ปี หรือมากกว่า 2. เพื่อให้ลูกเจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามวัย8. วิธีการดำเนินงาน / วิธีการศึกษา / ขอบเขตงาน 1.รวบรวมข้อมูล 1.1 ศึกษาข้อมูลทั่วไปของมารดาและทารก ได้แก่ ประวัติทั่วไป ประวัติการตั้งครรภ์ และประวัติการคลอด น้ำหนักทารกแรกคลอด 1.2 การตรวจร่างกาย การตรวจเต้านม หัวนม การหลั่งของน้ำนมแม่ 1.3 การตรวจร่างกาย ช่องปากทารก 1.4 การประเมินการดูดนมของทารก ท่าแม่อุ้มลูกดูดนม 1.5 การประเมินสภาวะจิตใจ อารมณ์ สังคม เศรษฐกิจความเป็นอยู่ของแม่ที่บ้าน การรับประทานอาหารของแม่ 1.6 ข้อมูลเกี่ยวกับทารกในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้แก่การได้รับอาหารของทารก จำนวนครั้งในการปัสสาวะ จำนวนครั้งในการอุจจาระ 2. นำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อประเมินสภาวะของมารดาและทารก ค้นหาปัญหาและวางแผนการพยาบาลตามกระบวนการการพยาบาลให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ (ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม)
|
|
ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จของงาน
|
|
3. วางแผนเพื่อให้การรักษาพยาบาลตามลำดับความสำคัญของปัญหาดังนี้ ปัญหาที่ 1 ทารกมีน้ำหนักตัวลด 15 % ปัญหาที่ 2 ทารกเสี่ยงต่อการได้รับน้ำนมแม่ไม่พอ เนื่องจากการอุ้มลูกดูดนมแม่ไม่ถูกวิธี ปัญหาที่ 3 ทารกเสี่ยงต่อการได้รับน้ำนมไม่พอ เนื่องจากมีภาวะลิ้นติด ปัญหาที่ 4 แม่มีอาการเต้านมคัด ทำให้เสี่ยงต่อการทารกได้รับน้ำนมแม่ไม่พอ และทำให้เสี่ยงต่อการล้มเหลวการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปัญหาที่ 5 แม่มีอาการหัวนมเจ็บแตก ทำให้เสี่ยงต่อการทารกได้รับน้ำนมแม่ไม่พอ และทำให้เสี่ยงต่อการล้มเหลวการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปัญหาที่ 6 แม่มีอาการท่อน้ำนมอุดตันเสี่ยงต่อการทารกได้รับน้ำนมแม่ไม่พอ และทำให้เสี่ยงต่อการล้มเหลวการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปัญหาที่ 7 แม่มีอาการเต้านมอักเสบ ทำให้เสี่ยงต่อการล้มเหลวการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4. ให้การพยาบาลตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้ทารกได้รับอาหารที่เพียงพอ มีการเจริญเติบโตดีและ แม่ได้รับการแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ ทำให้แม่มีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นการส่งผลให้ลูกได้กินนมแม่เป็นอาหารเพียงอย่างเดียวจนถึง 6 เดือน และได้รับอาหารตามวัยที่เหมาะสมร่วมกับนมแม่ไปจนถึง2 ปีหรือมากกว่าได้สำเร็จ 5.ติดตามประเมินผล รวบรวมข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการพยาบาลทารกที่มีภาวการณ์เจริญเติบโตช้าเนื่องมาจากการได้รับนมแม่ไม่พอเพียง9. ผลการดำเนินงาน / ผลการศึกษา 1.ได้แนวทางในการให้การประเมินทารกที่มีปัญหา 2.ได้แนวทางในการดูแลช่วยเหลือทารกที่มีปัญหา น้ำหนักตัวลดหรือเพิ่มช้า 3.ได้วิธีปฏิบัติในการดูแลและช่วยเหลือทารกที่มีปัญหาได้รับน้ำนมแม่ไม่เพียงพอ10. การนำไปใช้ประโยชน์ 1.เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติการพยาบาลและปรับปรุงพัฒนางานแก่บุคลากรในงานคลินิกนมแม่และบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง 2.เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจนำไปศึกษาหาความรู้ พัฒนาการในวิชาชีพ และหน่วยงานต่อไป11. ความยุ่งยากในการดำเนินงาน /ปัญหา / อุปสรรค การดูแลมารดา- ทารก ต้องใช้บุคลากรสาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแล ช่วยเหลือ และระบบการติดตามที่ต่อเนื่อง
|
|
ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จของงาน
|
|
12. ข้อเสนอแนะ / วิจารณ์ 1.พยาบาลและบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด และมารดาหลังคลอด ควรมีความรู้ความสามารถในการประเมินปัญหาและให้การดูแลช่วยเหลือมารดาและทารกให้ประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม และทันการณ์อย่างต่อเนื่อง 2.ควรมีการจัดระบบการติดตามมารดา – ทารก หลังคลอด เมื่อจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลและสถานบริการเพื่อช่วยให้ครอบครัวประสบผลสำเร็จในการให้ลูกได้กินนมแม่ 3.ควรจัดให้มีระบบบริการทางโทรศัพท์ (call center) เพื่อให้บริการปรึกษาตลอด 24 ชม. 4.มีการติดตามเยี่ยมมารดา – ทารก ที่บ้าน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ครอบครัวประสบผลสำเร็จในการให้ลูกได้กินนมแม่
|
|
ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จของงาน
|
|
การพยาบาลทารกที่มีภาวการณ์เจริญเติบโตช้าเนื่องมาจากการได้รับนมแม่ ไม่พอเพียง ปัจจุบันโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขส่วนใหญ่ หลังจากจำหน่ายแม่และลูกที่คลอดปกติที่คิดว่าไม่มีปัญหาแล้วออกจากสถานบริการ ยังขาดระบบที่ดีในการติดตามแม่และลูกโดยเฉพาะ สัปดาห์แรก และ 14 วัน หลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญแม่และลูกอาจมีปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และต้องการการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา หากแม่ได้รับการแนะนำและช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจากบุคคลากรสาธารณสุข รวมทั้งการมีระบบที่ดีในการติดตามแม่ลูกก็จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้แม่/ครอบครัวประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาการแสดงของทารกที่ได้รับน้ำนมไม่พอในขณะที่ได้รับนมแม่ ปกติแล้วทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่อาจมีน้ำหนักตัวลดลงร้อยละ 6 – 8 ของน้ำหนักแรกเกิด และจะกลับมามีน้ำหนักตัวเท่ากับน้ำหนักแรกเกิดเมื่ออายุ 10 – 14 วัน จากการศึกษาหลายแห่งพบว่าทารกที่มีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 8 - 10 ของน้ำหนักแรกเกิด หรือน้ำหนักตัวขึ้นไม่เท่ากับน้ำหนักแรกเกิดเมื่ออายุ 14 วัน หรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มไม่ถึงวันละ 28 กรัม เมื่ออายุ 5 วันควรได้รับการดูแลเพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ไขทันทีสาเหตุที่ทำให้น้ำนมแม่ไม่พอ 1. การจัดท่าการอุ้มลูกดูดนมแม่ไม่ถูกวิธี ลูกอ้าปากไม่กว้าง คาบลานนมไม่ลึก 2. ลูกไม่ได้ดูดนมแม่ทันทีหลังคลอด ลูกไม่ได้ดูดกระตุ้น ทำให้น้ำนมแม่ไหลช้า 3. ลูกได้รับนมผสมตั้งแต่แรก เมื่อทารกได้รับนมผสม ทารกจะอิ่มมาก และหลับนาน บางคนหลับนานมากกว่า 3 ชั่วโมง ผลที่ตามมาคือลูกดูดนมแม่น้อยลง เต้านมแม่ในระยะแรกจะคัด ต่อมาไม่นานนมแม่จะสร้างน้อย ลง ตามจำนวนการดูดของลูกที่น้อยลง 4. แม่มีภาวะเครียดจากปัญหาต่างๆเช่น การเลี้ยงลูก ปัญหา ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ มีความวิตกกังวล อ่อนเพลีย ปวดแผล ขาดความมั่นใจในตนเอง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะไปกดการหลั่งของอ็อกซิโทซิน ทำให้น้ำนมแม่ไม่หลั่ง 5. สาเหตุจากสุขภาพแม่ ได้แก่ แม่ขาดอาหาร แม่กินยาคุมกำเนิด รกค้าง เต้านมแม่ไม่เจริญ หรือแม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 6. สาเหตุจากภาวะในช่องปากลูก ได้แก่ ลูกมีภาวะลิ้นติด มีเพดานสูง (high arch )
|
|
ตอนที่ 2 ผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จของงาน
|
|
อาการแสดงว่าลูกได้รับน้ำนมแม่เพียงพอ แนวทางการประเมิน ในสัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกดูดนมแม่ 8 – 12 ครั้งต่อวัน(24ชั่วโมง) ดูดนมแม่อย่างถูกวิธีข้างละไม่ต่ำกว่า 10 – 20 นาที ได้ยินเสียงกลืนน้ำนมของลูก เต้านมแม่คัดตึงก่อนให้นมและนิ่มลงหลังจากให้นมแม่แล้ว แม่รู้สึกมีน้ำนมไหลออกมา ลูกปัสสาวะ 6 ครั้งขึ้นไปใน 24 ชั่วโมง ลูกอุจจาระ 4 – 8 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง อาจถ่ายอุจจาระบ่อยที่ละน้อย หรือถ่ายอุจจาระไม่บ่อยแต่จำนวนอุจจาระมากในแต่ละครั้ง ลูกสงบสบาย พักได้ไม่ร้องหิว ระหว่างมื้อ น้ำหนักลูกขึ้นโดยเฉลี่ย 18 – 30 กรัม หรือ 15 – 210 กรัมต่อสัปดาห์ ระยะ 2 – 6 สัปดาห์ ดูลักษณะการดูดนมลูก ถ้าเห็นลูกกลืนนมหรือได้ยินเสียงกลืนของลูก ท่าดูดนมถูกต้อง
|
เล่าเรื่องมา ลปรร. อีกนะคะ นำเที่ยว เมือง เชียงใหม่ ก็ได้คะ ใส่ภาพ ด้วย เน้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สวยๆๆๆๆทั้งนั้น จ๊าวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ