รูปแบบการเรียนการสอนแบบ CRP

         เมื่อวันที่  8-9 มกราคม  2551  ได้เข้ารับการอบรมเรื่องเทคนิคการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ  CRP รุ่นที่  1  โดยวิทยากรจากคณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา  นำทีมโดย คณบดีคณะครุศาสตร์  ผศ.สุดาพร  และทีม อ.สุพัฒน์ เศรษฐคมกุลวิทยากรหลัก  ดร.ศิริวัฒน์  จิระเดชประไพ   อ.หนึ่งฤทัย  เมฆวทัต  อ.ประกอบกูล  นาคพิทักษ์  และ อ.พรรณารายณ์   ทรัพย์แสนดี  โดยสรุปได้ดังนี้คะ

รูปแบบการเรียนการสอนแบบ  CRP

รูปแบบการสอนแบบ  CRP ประกอบด้วยรูปแบบการเรียนการสอน  3 รูปแบบ  คือ  รูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึก (Crystal-Based  Instructional  Model)  รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีวิจัย (Research-Based  Instructional  Model)  และรูปแบบการเรียนการสอนเชิงผลิตภาพ (Productivity-Based  Instructional  Model)  เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่พัฒนาขึ้นจากเป้าหมายหลักทางการศึกษาในการมุ่งพัฒนาบุคคลให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์แบบ  4 ร  โดยรูปแบบการเรียนการสอนแบบ  CRP นี้พัฒนาขึ้นอย่างแบบระบบจากแนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย

1.รูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึก (Crystal-Based  Instructional  Model)

เป็นวิธีการสอนที่ผู้เรียนต้องมีบทบาทเชิงรุกในด้านการค้นหาความรู้ด้วยตนเองตามประเด็นที่ผู้สอนได้ให้แนวทางไว้กว้างๆภายใต้ความเชื่อมว่ากระบวนการถ่ายทอดความรู้ในลักษณะการเขียน  การพิจารณา  การไตร่ตรอง  การอภิปราย  และการวิเคราะห์วิพากษ์  ผลงานร่วมกับเพื่อน  ในตอนนี้วิทยากรได้ยกตัวอย่างเรื่องของกล้วย โดยให้แบ่งกลุ่มและร่วมกันคิด  วิเคราะห์  พิจารณา  และไตร่ตรองเรื่องกล้วยที่ละกลุ่ม 

ขั้นตอนของรูปแบบ  มีดังนี้

(1.)  การวางแผนการเรียนรู้ :  การเรียนรู้แบบกำกับตนเองและการเรียนรู้แบบนำตนเองคือ  มีการวางแผน  เลือก  ค้นคว้า 

(2.) การนำเสนอและอภิปราย : การเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบร่วมแรงรวมพลังคือ  มีการนำเสนอ  อภิปราย

(3.) การประมวลและปรับแก้ : การเรียนรู้แบบกำกับตนเองและการเรียนรู้แบบนำตนเองคือ  มีการประมวล  ปรับแก้

(4.) การตกผลึก : การเรียนรู้แบบกำกับตนเองและการเรียนรู้แบบนำตนเองคือ  มีการนำเสนอ  ประเมิน  สรุป

2. รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการวิจัย (Research-Based  Instructional  Model)

เป็นวิธีการเรียนที่ใช้การวิจัยเป็นแก่นของกระบวนการเรียนรู้ซึ่งคลอดคล้องกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือมีวิธีการค้นหาความรู้ / ความจริงโดยอาศัยพื้นฐานการคิดแบบอนุมานและอุปมาน  และวิธีการคิดแบบใคร่ครวญ  รอบคอบ ดังนั้น  การเรียนรู้แบบร่วมแรงรวมพลัง  และการเรียนรู้ตามสถานการณ์จริง 

ขั้นตอนของรูปแบบ มีดังนี้

(1.) การตีความ / กำหนดปัญหาหรือประเด็นที่จะศึกษา : การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นรากฐานและการเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐานคือ  มีการสำรวจประเด็น  จัดลำดับความสำคัญ  เลือกประเด็น  กำหนดคำถาม  กำหนดตัวแปร

(2.) การวางแผนงาน : การเรียนรู้แบบนำตนเองและการเรียนรู้แบบร่วมกันคือ  มีการกำหนดสมมติฐาน  ออกแบบ

(3.) การดำเนินการตามแผน : การเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐานและการเรียนรู้แบบร่วมกันคือ  มีการเก็บรวบรวมข้อมูล  วิเคราะห์ข้อมูล  สรุปผล

(4.) การนำผลที่ได้ไปใช้แก้ปัญหา : การเรียนรู้ตามสถานการณ์จริงและการเรียนรู้แบบร่วมแรงรวมพลังคือ  มีการทดลองใช้  พัฒนา

3. รูปแบบการเรียนการสอนเชิงผลิตภาพ (Productivity-Based  Instructional  Model)

เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย  โดยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนและปฏิบัติงานจากกิจกรมการเรียนที่มีคุณภาพต่อสังคม  ภายใต้แนวคิดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย  และแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันตามความสนใจ

ขั้นตอนของรูปแบบ  มีดังนี้

(1.) การเตรียมบริบทตามสภาพจริง : การเรียนรู้ตามสถานการณ์จริงคือ  มีการเตรียม

(2.) การตั้งเป้าหมาย : การเรียนรู้แบบนำตนเองและการเรียนรู้แบบร่วมมือคือ  มีการกำหนด  เลือก  นำเสนอ

(3.) การวางแผนและการดำเนินการ : การเรียนรู้แบบร่วมกันคือ  มีการทำงานกลุ่ม  เรียนรู้

(4.) การติดตามและประเมินผลงาน : การเรียนรู้แบบโครงงานคือ  มีการตรวจสอบ  ติดตาม  ปรับปรุง  ผลิต  ประเมิน

โดยการอบรมครั้งนี้นั้นสามารถนำไปพัฒนาและนำมาประยุกต์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและนักศึกษา  ทั้งนั้ทั้งนั้นถ้าไม่มีบุคคลเหล่านี้ก็ไม่มีดครงการนี้เกิดขึ้น ขอขอบคุณ ท่านผอ.ดิศกุล  อ.ขจีวรรณ  อ.สุพรรณ  และทีมวิทยากรที่มาให้ความรู้ในครั้งนี้คะขอบคุณทุกท่านคะ และอยากให้มีการจัดการอบรมพัฒนาแบบนีต่อไปเรื่อยๆคะ