อันว่าคนหรือยักษ์หรือผีอะไรก็ตามเมื่อมีคู่ก็ต้องมีลูก ปู่แสะย่าแสะก็มีลูกกับเขาเหมือนกัน ลูกของปู่แสะย่าแสะชื่อว่าสุเทวมีบารมีแก่กล้าออกบวชเป็นฤาษีชื่อว่า สุเทวฤาษีและปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานจนบรรลุธรรมชั้นสูงขึ้นไปบำเพ็ญเพียรอยู่บนดอย ต่อมาดอยนั้นผู้คนเรียกชื่อว่าดอยสุเทพ สูงราว 5600 ฟุตจากระดับน้ำทะเล
ต่อมาสุเทวฤาษีได้ลงมาอยู่ที่ดอยคำและได้รับเลี้ยงทารกแม่ญิงคนหนึ่งโดยมีลิงเผือกเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลทารกน้อยผู้นั้น เมื่อเจริญเติบโตขึ้นพระฤาษีท่านได้สอนวิชาการต่อสู้ วิชาโหราศาสตร์ พระคาถาอาคมเพื่อให้เด็กหญิงตัวน้อยๆไว้ป้องกันตัวท่ามกลางฝูงลิงเฝือกที่เป็นพี่เลี้ยงเล่นด้วยกันในป่าเชิงเขาดอยคำ ต่อมาเมื่อโตขึ้นแรกสาวจึงส่งสาวน้อยพร้อมกับพี่เลี้ยงลิงเผือกไปอยู่ในวังเจ้าเมืองลวปุระ(ลพบุรี)เรียนวิชาต่างๆเกี่ยวกับการปกครองเมืองจนเชี่ยวชาญต่อมาอายุถึงคราวอภิเษกได้อภิเษกสมรสกับเจ้ารามราชพออายุราว 20 ปีทรงตั้งครรพ์ ราวปี พ.ศ. 1220พระฤาษีสุเทวฤาษีหรือพระฤาษีวาสุเทพขอให้พระนางขึ้นมาสร้างเมืองหริภุญไชยพระนางนั้นคือพระนางเจ้าจามเทวี นั่นเองครับ ส่วนเจ้ารามราชทรงออกผนวช
กล่าวถึงลิงเผือกส่วนหนึ่งคงค้างอยู่ที่สวนหลวงของเมืองลพบุรีออกลูกแพร่หลานจนปัจจุบัน หากคนเชียงใหม่ไปลพบุรีถามลิงว่า ปิ๊กเจียงใหม่บ๋อ ลิงมันจะมองหน้าคล้ายจะตามคนเชียงใหม่กลับบ้านเชียงใหม่
พระนางจามเทวีครองเมืองไม่นานนักทรงประสูตรพระราชโอรสแฝดพระนามว่า มหันตยศ และ อนันตยศ ต่อมาข่าวความงามของพระนางเจ้าจามเทวีทราบถึงราชันแห่งชาวลัวะชื่อขุนหลวงมะลังก๊ะ(วิลังคะ) กษัตริย์ชาวลัวะราชวงศ์ระมิงค์วงศ์ทรงอยากใคร่เห็นและสู่ของพระนางจามเทวีเป็นมเหสี หากเป็นผู้คนปัจจุบันก็คงร้องเพลงรักสาวลูกสองว่างั้นเถอะ "...กว่าจะรู้ว่าเธอนั้นมีลูกสอง...."จึงเกิดตำนานรักระหว่างจอมราชันชาวลัวะกับจอมจักรพรรดินีแห่งเมืองหริภุญไชย มีการทำสงครามเพื่อพิสูจน์รัก ต้องมีเรื่องผีๆ ระหว่างราชันชาวลัวะกับจอมนางจักรพรรดินีก็จะเกิดขึ้นมีให้เล่าอีกมิเจือจาง
ท่านที่สนใจประวัติศาสตร์ผีๆผสมผสานกับประวัติศาสตร์ล้านนาก็อย่ากระพริบตา หากเป็นหนังสือตอนนี้ยังเป็นต้นฉบับ มีชื่อว่า " ผาคว่ำหล้องคอยรักข้ามภพ..." สรุปง่ายๆว่าขุนหลวงวิลังคะตรอมใจสิ้นพระชนม์ ตอนนั้นพระองค์มีพระชนมายุราว 90 ปี(พระนางจามเทวีอายุราว 20 ปี ) ขุนนางนำพระศพไปฝังบนยอดดอยม่อน คว่ำหล้องดวงพระวิญญาณ มองเฝ้ามายังเมืองหริภุญชัยตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 1227 จนพระศพกลายเป็นหินผาข้ามภพชาติกี่ปีก็ลองนึกๆดูเถอะ(ปัจจุบัน พ.ศ. 2551 แล้วเน้อ..........จะบอกหื้อ)ราวๆพันกว่าปีปู้นแล้ว
เล่ามาถึงตอนนี้เพื่อทบทวนความทรงจำหลายๆท่านที่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่ ต้องขึ้นไปไหว้สาพระธาตุดอยสุเทพ หากไปเชียงใหม่ไม่ได้ขึ้นไหว้สาพระธาตุดอยสุเทพก็เสมือนว่าไม่ได้ไปเมืองเชียงใหม่นั่นแล..หมู่เฮา
ส่วนม่อนคว่ำหล้องหากท่านผ่านไปยังอำเภอสะเมิงก็ลองแหงนดูหัวดอยหรือภูเขาส่วนหนึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับหล้อง(โลงศพ)คว่ำวางอยู่ทุกปีชาวบ้านเมืองก๊ะ(เมืองขุนหลวงวิลังก๊ะเดิม)จะมีพิธีไหว้สาศาลขุนหลวงมะลังก๊ะ(วิลังคะ)ราวเดือนเก้าเหนือล้านนา
ตำนานผีล้านนาตอนผีปู่แสะย่าแสะภาค ๒ ก็คงปล๋งวางลงเท่านี้ก่อนและนายเฮย
ส่วนเรื่องผีๆตอนต่อไปจะเป็นเรื่องใดก็คงอีกไม่นานเกินรอเน้อหมู่เฮา ยกมือไหว้สา
ขอลาก่อนเต๊อะหมู่เฮาตังหลาย ตึงตึงจายลาก่อนเน่อเจ้า.....
ผีต๋าย-มันหลอกได้...คนกลั๋ว
ผีสึ่ง-ตึงเมามัว..........ม่วนเหล้น
ผีต๋าย-แม่นจักกลั๋ว....หนีไล่ ป๊นนา
ผีสึ่ง-พนันเน้น..........ไป่เว้น ฉิบหาย
ไหว้สาหนานทนัน วันนี้ว่าจะแอ่วหาในเรื่องข้อคิดฯ. พอดีต้องไปตรวจผลงานพี่น้องเพื่อนครูเลื่อนระดับเลยมาจ๊าไปหน้อย ขอบคุณหมู่เฮาที่เอาเนื้อหามาฝากเพิ่มเติม ผมจะเอาเรื่องผีๆล้านนาลงหื้อหม้ดเพื่อว่าหละอ่อนผู้เยาว์ตังหลายจะได้ค้นคว้าและนำไปเขียนรายงานสืบสานความเชื่อเรื่องผีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต แต่หมู่เขาต้องถอดองค์ความฮู้หื้อได้ หาไม่แล้วจะเหมาเอาว่าคนล้านนาเมื่อก่อนไร้เหตุผล ขอบคุณแถมครั้ง....จากหนาน
พรหมมา
สวัสดีเพื่อน
อ่านเรื่องของเธอแล้วสนุกดี มีหลายอรรถรส ตอนนี้อยากให้เล่าเรื่องผีแม่นาคพระโขนงจังเลย อยากรู้ประวัติที่มาที่ไปของตำนานเรื่องแม่นาคพระโขนง เล่าให้ฟังหน่อยซิเพื่อน ดูจากหนังแล้วยังไม่จุใจ อยากให้เจ้าของต้นตำรับเรื่องผีๆ เล่าให้ฟังดีกว่า ต้องมีทึ่อ้างอิงด้วยนะ เพราะชอบดูขลังดี
อีกอย่างหนึ่งกิจการสปาเป็นอย่างใดผ้อง เล่าเรื่องหินที่นำมาใช้ มีประโยชน์อย่างไรสำหรับสุขภาพ หากได้เข้าอบซาวนา ตามตำราของเพื่อน ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรืองมากๆนะ เพราะเท่าที่รู้ เพื่อนทุ่มเทมากสำหรับการนำสิ่งที่ดีมาให้สำหรับคนอื่นๆ บุญวาสนาคุ้มนะจ๊ะ
ไหว้สา อ.บุปผาวดี อันว่าเรื่องผีแม่นาคก็ลองอ่านเรื่องผีต๋ายกล๋ม ผีต๋าพรายหั้นเต๊อะ แม่นาคเป็นเรื่องผีของพี่น้องไทยภาคกลางที่โด่งดังระดับชาติ ส่วนแนวผีที่โด่งดังทั่วโลกก็เฮนรี้พอตเตอร์อะไรทำนองนั้น สำหรับผมเป็นเรื่องผีล้านนาที่มีความเชื่อและมีองค์ความรู้แทรกอยู่ครับ
ส่วนการอบสมุนไพรผมประยุกต์ตำรับสมุนไพรล้านนาแก้ลมผิดเดือน(โรคอยู่ไฟไม่ได้) แก้ลมบ่ะเฮงคุด แก้พิษผิวหนัง คลายเครียดผสมกับตำราจีนใช้หินหยกช่วยชำระพิษในโลหิต รักษาไตและแร่เหล็กน้ำพี้ช่วยขับกระแสโลหิตหมุนเวียนดี เสริมการทำงานของหัวใจ ขับสารพิษ บำบัดกระดูกเสื่อม ตั้งชื่อตำราใหม่ว่าอบสมุนไพรพลังหินบำบัดล้านนา มีพิธีชำระหินทุกวันพระเพื่อล้างมิลพิษ อาถรรพ์ ล้างขึ้ด เสนียดจัญไร ด้วยพระคาถาของครูบาเจ้าศรีวิชัยตามตำรับล้านนา มีการทำบุญทอดผ้าป่าอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษครูอาจารย์สมุนไพรทุกวันที่ 12 เมาษยนทุกปี ขอบคุณสมาชิก พี่น้องเรา เพื่อฝูงที่ไปร่วมกิจกรรม ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน พรหมมา
อันกิจก๋าร งานสปานั้น ตั้งตี้ไหนหั้น วานหนานขานไข
เผื่อเครือออนน้อย จักได้ไปก๋าย แวะแอ่วหาจาย ใจ๊บริการเจ้า
แหมม่อนสนใจ๋ อยากได้แบบเบ้า เปื้อจักนำเอา มาใจ๊
กันว่ามีก๋าร มีงานขวบว้าย ครบรอบจักได้ ฮ่วมเกย
จ๋ำเริญเน้อน้า พรหมมาเทพเหย ปี้หนานปันเกย เสบยเน้อเจ้า เสบยเน้อนเจ้า.
ขอไหว้สาหนานทนัน..เน่อเจ้า
เราชาวกลุ่มอนุรักษ์ผะหญาภูมิปัญญาล้านนาได้ร่วมกันสร้างสรรค์ฟื้นฟูภูมิปัญญาล้านนาเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพโดยการใช้สมุนไพรล้านนาล้วนๆแต๊ๆ รวมกับตำราจีนโดยมีหยกและแร่เหล็กน้ำพี้อบไอน้ำด้วยระบบความดันสูงไม่ใช่สปาอย่างที่ฝรั่งทำ ที่ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าศาลากลางจ.เชียงใหม่ปัจจุบัน หมู่บ้านเอื้ออาทรบ้านท่อเหนือหัวสะพานข้ามแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตก ราว 300 เมตร เป็นสถานที่พบปะแลกเปลี่ยนผะหญาปัญญา โดยเฉพาะท่านที่เกษียณราชการ เป็นขุมคลังพลังสมองที่ยังไม่แห้งเหี่ยวแม้อายุจะเหี่ยวแห้งเกินราชการจะรองรับเอาไว้ใช้ คนเราตอนอายุหนุ่มก็หาความรู้ -อายุเข้ากลางคนก็ใช้ความรู้หาเงินเลี้ยงชีพ -อายุแก่ก็ต้องคืนความรู้ผะหญาปัญญาให้สังคมสืบทอด และแล้วเราก็จากโลกนี้ไป เหลือไว่แค่ชื่อก็เท่า นั้นเองครับ หากไปศูนย์ราชการเชียงใหม่ก็แวะได้ครับชื่อ สวนชาปิ้งหินไฟ ...... ก็ขอลาไปก่อนเต้าอี้เท่านี้ปล๋งวางลงขอบคุณที่สนใจจากลุงหนาน........พรหมมา
ขอไปแว่เต๊อะ หมู่เฮาตังหลาย ตึงญิงตึงจาย ยินดีฮับต้อน...ยินดีฮับต้อน.....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน......พรหมมา
ผมกำลังเฮียน ปริญญาเอก กำลังว่าจะทำวิจัยเบื้องต้นเรื่อผีปู่แสะย่าแสะ ไผมีข้อมูลประวัติจ่วยลงหื้อกำครับ ส่วนสัมภาษณ์นั้น ผมจะไมสำภ่าษณคนเดียวครับ ไหว้สาครับ
ไหว้สาคุณอารุณ...
กว่าจะกลับมาตอบก็เลยเวลามาเมิน
เรื่องผีปู่แสะย่าแสะมีข้อมูลมากมายครับทั้งที่สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หอสมุดทั่วไปครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
อายกไปดูครับ แต่บ่ หมีโอกาศเลย
สวัสดีครับลัวะ ขุนคง..
ม่อนคว่ำหล้องยังมีหื้อผ่ออยู่ตลอดเวลาครับ...
ว่างๆก็ลองไปแอ่วผ่อครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
ตอนนี้ทำวิจัยเรื่องปู่แสะย่าแสะอยู่
อยากรู้ว่าการท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วทำให้พิธีกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างไงบ้าง
ทั้งรูปแบบที่ดูsoft ลง,บริบัทนำเที่ยวที่มาแสวงหาประโยชน์,ผลประโยชน์จากการมาของนักท่องเที่ยว
สรุปว่าสิ่งที่มันเปลียนแปลงเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยว?
ขอความคิดเห็นด่วน
เรียนคุณปอ..ครับ..
เป็นคำถามที่ดีมาก.งเรื่องนี้ผมเป็นกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้พูดกันในสภา..โดยผมมักพูดว่า "เอาวัฒนธรรมไปขายเพื่อเลี้ยงร่างเนาของตนเอง.."
มีหลายอย่างที่เอาเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องทำให้ฮีตเก่ากองเดิมเพี้ยนไปครับ..
ขณะนี้ผมกำลังเขียนจากตุงค่าคิงเพี้ยนสู่ตุงไจยอยู่ก็เพราะความมักง่าย..ที่ผู้คนเอาพิธีกรรมสืบชะตามาใช้ต้อนรับแขกเมือง แต่กลับเอาตุงไจยซึ่งเป็นตุงใช่เพียงแต่งานปอยหวงมาใช้แทนตุงค่าคิง( เป็นตุงที่ยาวเท่ากับหนึ่งวาของเจ้าของชะตา) มันเป็นการมักง่ายชมัด และนี่แหละตัวอย่างง่าวๆของผู้คนที่เอาประเพณีไปขาย...
ทุกอย่างจะดีมากหากคงสภาพเดิมอยู่ ผู้คนจะได้เห็นของแท้และองค์ความรู้ที่ดีงามของชาวล้านนา.. แต่ปัจจุบันมีคนต่างถิ่นมาอยู่และหาผลประโยชน์เอาเพียงแต่เงินๆๆๆ..จึงทำให้ฮีตกองฮอยเก่าประเพณีดีงามหดหายไปครับ....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน... พรหมมา
ลัวะรุ่นใหม่
ไหว้อุ้ยหนาน พรหมมา
พอดีสนใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์จาวลัวะครับ แม่เป็นคนลัวะสันป่าตอง ได้ข้อมูลจากอุ้ยหนานจาดนักครับ
ขอติดตามภาคสองนะครับ
น้อย ลูน
สัวสดีครับคุณน้อยลูน....
ลัวะคือชนเผ่าที่ต้องให้ความเคารพเพราะท่านเหล่านั้นคือรากเหง้าส่วนหนึ่งของคนล้านนาที่สามารถนำเอาเหล็กมาทำเครื่องมือใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดี เป็นมรดกที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน..
ขอให้ท่านภูมิใจที่มีเชื้อสายลัวะคนเก่งครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน.. พรหมมา