แม้แต่สิ่งภายนอก เช่น บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เรายังไม่สามารถจัดให้สะอาดเรียบร้อยได้ แล้วสิ่งที่อยู่ภายใน เช่นจิตใจ เราจะจัดให้เป็นระเบียบได้อย่างไร

          พอคิดถึงโรงเรียนที่จะสอนวิชาของพระพุทธเจ้า  หรือสถานที่ปฎิบัติธรรม  เรามักจะนึกถึงวัด กลิ่นธูป ควันเทียน และ เสียงสวดมนต์  แถมพาลคิดไปถึงที่กินที่อยู่  จะอยู่อย่างไร อาบน้ำที่ไหน ต้องอดข้าวอดน้ำหรือเปล่า  แต่สำหรับโรงเรียนที่ข้าพเจ้าไป คือมูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ อยู่ในเขตวัดแต่ก็มีบรรยากาศ ต่างจากการไปอยู่วัดโดยสิ้นเชิง แถมที่พักอาศัย ที่เรียกว่ากุฎิ ก็คือบ้านพักชั้นเดียว แบ่งเป็นหลายๆหลัง  มีมุ้งลวดกันยุง แถมสะอาดสะอ้าน ห้องน้ำก็สะอาดน่าใช้  จึงไม่ได้รู้สึกยากลำบากใดๆ   ความที่เคยไปเที่ยวแบบลำบากๆ มาก่อนยิ่งทำให้รู้สึกว่า ที่นี่ ดีกว่าที่พักตอนไปเที่ยวประเทศอิยิปต์แบบ Backpacker   เป็นไหนๆ   เพราะที่อิยิปต์หนนั้น  รู้สึกลำบากยิ่งกว่าไปออกหน่วยออกค่ายเสียอีก

   สถานที่นี้ได้รับการดูแลอย่างดีและมีระเบียบ  มีอาหารเจ ให้ทานทั้งสามมื้อ มีน้ำชา กาแฟ และขนมนมเนย ตามสมควร  ห้องน้ำสะอาดมาก  สะอาดจนรู้สึกว่าที่บ้านของตัวเอง  ยังไม่สะอาดเท่านี้  และเป็นที่แน่นอนว่า ความสะอาดและมีระเบียบนี้  ย่อมไม่ได้หมายถึงความหรูหรา และสะดวกสะบายจนเกินเหตุ  ท่านวิปัสสนาจารย์กล่าวว่า  ที่ต้องดูเรียบร้อย ก็เพื่อสร้างบรรยาศที่ดีในการมาปฎิบัติ  ท่านกล่าวว่า ถ้าสิ่งภายนอก เช่น บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เรายังทำให้มันเป็นระเบียบสะอาดเรียบร้อยไม่ได้ แล้วจิตใจที่อยู่ข้างใน เราจะทำให้มันเป็นระเบียบได้อย่างไร

  คำพูดนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงโต๊ะทำงาน นึกถึงตู้เสื้อผ้าที่บ้านของข้าพเจ้า  ที่รก และไม่เป็นระเบียบ ข้าวของก็วางไว้ไม่เป็นที่เป็นทาง สิ่งเหล่านี้ถือว่าได้มองข้ามไปเยอะ จริงดังที่อาจารย์ว่า ขนาดของนอกกายที่เราจับต้องได้ เรายังไม่มีปัญญา ไม่มีความคิด ที่จะจัดมันให้เป็นระเบียบ  แล้วใจของเราที่อยู่ข้างใน จับต้องไม่ได้ แถมวิ่งไปวิ่งมาตลอดเวลานั้น  เราจะจัดให้มันเป็นระเบียบได้อย่างไร