ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางการพยาบาล ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดโครงการฟื้นฟูวิชาการสำหรับพยาบาลเวชปฏิบัติ เรื่อง การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชนแบบครบวงจร ขึ้น ระหว่างวันที่ ๗-๑๑ มกราคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมเดอะแกรนด์ อยุธยา บางกอก กรุงเทพฯ
ผู้เข้าประชุมครั้งนี้เป็นพยาบาลเวชปฏิบัติ/พยาบาลที่เคยรับการฝึกอบรมในหลักสูตรการรักษาโรคเบื้องต้นหรือหลักสูตรการพยาบาลเวชปฏิบัติ อาจารย์พยาบาล พยาบาลวิชาชีพ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการรักษาโรคเบื้องต้น การให้บริการในระดับปฐมภูมิ จากทั่วประเทศ จำนวนประมาณ ๒๗๐ คน ผู้จัดบอกว่าประมาณ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นผู้ที่มาจากต่างจังหวัด
ดิฉันไปบรรยายเรื่องโรคเบาหวานและบทบาทของพยาบาล ในวันที่ ๘ มกราคม เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. ตามกำหนดการนั้นช่วงเช้า รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ จะบรรยายเรื่องแนวทางการดูแลรักษาและการใช้ยาในผู้ป่วยเบาหวาน แต่อาจารย์สุรเกียรติบอกว่าวันนี้ได้พูดแต่เรื่องความดันโลหิตสูง จะพูดเรื่องเบาหวานในวันถัดไป
ระหว่างช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน ดิฉันได้คุยกับอาจารย์สุรเกียรติและทีมผู้จัด ทำให้ทราบว่าช่วงบ่ายของวันแรกมีคนหลับกันพอสมควร เพราะบรรยากาศเป็นใจ (เย็น แสงไฟสลัว หลังรับประทานอาหาร) ดิฉันจึงเสนอแนะว่าการจัดประชุมแบบนี้น่าจะมีการบรรยายช่วงเช้าและช่วงบ่ายจัดกิจกรรม workshop เป็นกลุ่มย่อย พร้อมทั้งเล่าถึงการจัดอบรมเรื่องเบาหวานตามจังหวัดต่างๆ ให้ฟัง อาจารย์สุรเกียรติได้ฟังแล้วเห็นด้วยว่าปีหน้าควรจะลองทำดูบ้าง
ดิฉันแบ่งการบรรยายเป็น ๔ ช่วง ช่วงแรกพูดถึงเบาหวานในลักษณะของความเจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยต้องการการดูแลรักษาที่ต่อเนื่อง จากทุก settings และจากผู้ให้บริการทุกประเภท บุคลากรฝ่ายต่างๆ ต้องร่วมมือกัน รวมทั้งต้องร่วมมือกับผู้ป่วยและครอบครัว การดูแลที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เปรียบเทียบ Comprehensive care model และ Holistic care model ตลอดจนแสดงข้อมูลจากงานวิจัยให้เห็นว่าผลการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานในบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง ไปจนถึงเรื่องของ Chronic Care Model
ช่วงที่ ๒ พูดเรื่องการสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถจัดการตนเองได้ พฤติกรรมการจัดการตนเองที่สำคัญ ๗ เรื่องคือการเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกาย อาหาร ยา การเฝ้าติดตามระดับน้ำตาลในเลือด การแก้ปัญหา การลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน และการปรับตัว ดำเนินชีวิตอยู่กับเบาหวานได้ ในเรื่องนี้สามารถยกตัวอย่างวิธีการสนับสนุนการจัดการตนเองที่ได้เรียนรู้จากทีมเบาหวานต่างๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรม
ช่วงที่ ๓ พูดถึงเรื่องการให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยเบาหวาน ว่าปัจจุบันควรเป็นการให้การศึกษาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจัดการตนเองได้ การสอนความรู้เพียงอย่างเดียวไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ผลลัพธ์ของการให้การศึกษาอยู่ที่จะวัดเวลาใด การวัดผลทันทีให้ดูผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ ที่ต้องดูทั้งความรู้ (What to do) ทักษะ (How to do it) ความมั่นใจและแรงจูงใจในการปฏิบัติ (Want to do it) และทักษะการแก้ปัญหาและการเผชิญปัญหาเพื่อเอาชนะอุปสรรค (Can do it)
นอกจากนี้ยังมีผลลัพธ์ในระยะกลางที่ต้องดูที่พฤติกรรมเปลี่ยน ผลลัพธ์หลังระยะกลางดูที่ Clinical outcomes ส่วนผลลัพธ์ระยะยาวดูที่ภาวะสุขภาพ คุณภาพชีวิต เป็นต้น มีภาพตัวอย่างแสดงกิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยในรูปแบบต่างๆ ของทีมเบาหวานที่ตนเองได้ไปเห็นมา ตลอดจนเรื่องราวการจัดค่ายกลุ่มเสี่ยง/ค่ายเบาหวาน
สุดท้ายพูดถึงการสร้างเครือข่ายเพื่อให้สามารถพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างกรณีเครือข่ายเบาหวาน ว่าเราใช้เครื่องมือ KM อะไรบ้างเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมประชาสัมพันธ์กิจกรรม Walk Rally ที่เราจะไปร่วมจัดในงาน HA Forum เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ รวมทั้งประชาสัมพันธ์หนังสือ “มหัศจรรย์แห่ง KM เบาหวาน” ที่มีติดตัวไปเพียง ๘ เล่ม ซึ่งขายหมดในชั่วเวลาเดี๋ยวเดียว
ผู้เข้าประชุมช่วงบ่ายให้ความสนใจกันดี บางคนถ่ายภาพบางสไลด์ไว้เป็นระยะๆ เดาเอาเองว่าน่าจะเห็นว่ามีประโยชน์
เสร็จการบรรยายทีมจากบริษัท Roche นำโดยคุณศิริมิตร ส่งไพศาล ผู้จัดการส่วนกลุ่มธุรกิจ Diabetes Care มาสวัสดีปีใหม่ด้วยขนมนานาชนิด นับได้หลายพันแคลอรี่ คุณศิริมิตรแสดงความจำนงว่ายินดีสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของเครือข่าย
ออกจากโรงแรมไปแวะที่ สคส. เพื่อรับ VCD และ DVD เปิดงานมหกรรมเบาหวานที่ทางบริษัทจินตนาการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เราจะผลิต VCD นี้และวางจำหน่ายที่ สคส. ต่อไป
วัลลา ตันตโยทัย
เรียนอาจารย์วัลลา
ปีใหม่นี้ก็ขอให้อาจารย์มีความสุขทั้งกายและใจตลอดไปอีกมากๆๆยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ช่วยเป็นวิทยากรให้กับเครือข่ายต่างๆต่อไป
อ่านเรื่องเล่าของอาจารย์แล้วเหมือนตนเองได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมด้วย
ทั้ง 4 ช่วงที่พี่วัลลาเล่าล้วนแล้วแต่มีความหมายในการดูแลผู้ป่วย ผลลัพธ์สุดท้ายที่เราต้องการก็คือความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเบาหวานนั่นเอง ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในเครือข่ายนี้นะครับ
อยากจะทราบว่ามีที่ไหนบ้างค่ะที่เปิดสอนพยาบาลเวชปฎิบัติและเปิดเรียนเมื่อไหร่ค่ะจะได้เตรียมตัวขอบคุณค่ะ
อยากขอความช่วยเหลืออาจารย์เรื่องการวัดผลลัพธ์ทั้ง 3 ระยะด้วยค่ะ โดยเฉพาะการวัดพฤติกรรม มีเครื่องมือวิจัยของอาจารย์ท่านใดบ้างที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จะสามารถติดต่ออาจารย์ที่สร้างเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างไรค่ะ เพราะจะได้มีพี่เลี้ยงและเครือข่ายในการทำวิจัยอย่างต่อเนื่องค่ะ ขอความกรุณาอาจารย์ด้วยนะคะ
วิจัยปริญญาเอกของอาจารย์ที่อาจารย์บอกว่าจะปรับเครื่องมือ ไม่ทราบว่าอาจารย์มีข้อแนะนำหนูอย่างไรค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้านะคะ รอคอยอาจารย์ด้วยความหวังนะคะ
เต้าเจี้ยว