สวัสดีปีใหม่...อ่านหนังสือเพื่อประเทืองปัญญา แล้วมาเล่าให้อ่าน เนื้อหาอาจทำให้รู้สึกว่าการต้อนรับปีใหม่ออกจะจริงจัง และเครียดไปหน่อย แต่ก็เห็นว่าทุกคนอยู่ในโลกแห่งการทำงาน การต่อสู้ ซึ่งในองค์กรหนึ่ง ๆต้องมีทั้งคนระดับผู้นำองค์กรหรือผู้บริหาร และผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้อง
จะเป็นอย่างไรถ้าองค์กรหนึ่ง ๆ มีคนหลาย ๆ จริต มารวมตัวกัน และคงไม่ได้มารวมตัวกันอย่างราบรื่น จึงเป็นหน้าที่ของนักบริหารที่จะบริหารความขัดแย้งให้ได้เป็นความสำเร็จของงาน นักบริหารจึงต้องสามารถจูงใจคนเก่ง ให้ปรองดองกันและพร้อมใจกันทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมาย เข้าทำนองที่ว่า “ผลัดกันดี ดีทุกคน ชิงกันดีไม่ดีสักคน” คนไทยจะทำงานเป็นทีมได้ดีขึ้น ถ้ามีนักบริหารที่ดีคอยกำกับดูแล เพราะอันที่จริงไม่มีลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนที่จะตั้งตนเป็นฝ่ายตรงข้ามกับผู้บริหาร ไม่มีคนทำงานคนไหนจะอยากทะเลาะหรือเป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐหรือเอกชน แต่จะมีเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้คนเรา “เข้ากันไม่ได้” จำเป็นอีกเหมือนกันที่ผู้บริหารที่ต้องหาคำตอบ และหาทางแก้ไข
“มณีแห่งปัญญา” โดย พระเทพโสภณ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต และศาสตราจารย์พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต) กล่าวไว้ว่า หน้าที่ของนักบริหารมีอยู่ 5 ประการ
1) วางแผน (Planning) หมายถึง การกำหนดนโยบายและมาตรการอันเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
2) การจัดองค์การ (Organizing) คือ การกำหนดตำแหน่งสายบังคับบัญชาในองค์กร ว่ามีตำแหน่งอะไรบ้าง มีอำนาจอย่างไร ใครสั่งการใคร
3) การแต่งตั้งบุคลากร (Staffing) หมายถึง การสรรหาบุคลากรมาบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามหลักการใช้คนให้เหมาะกับงาน
4) การอำนวยการ (Directing) คือ กำกับสั่งการและมอบหมายให้แต่ละฝ่ายได้ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้
5) การควบคุม (Controlling) คือ การติดตามดูว่าแต่ละฝ่ายปฏิบัติงานไปถึงไหน มีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นที่ใด และที่สำคัญคือการป้องกันไม่ให้ย่อหย่อนต่อหน้าที่ ละทิ้งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่
คุณลักษณะของนักบริหาร นักบริหารจะทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ถ้ามีคุณลักษณะ 3 ประการ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทุติยปาปณิกสูตร คือ
1) จักขุมา (Conceptual Skill) หมายถึง ต้องสามารถวางแผน และฉลาดการใช้คน เป็นความชำนาญในการใช้ความคิด
2) วิธูโร (Technical Skill) หมายถึง จัดการธุระได้ดีมีความชำนาญเฉพาะด้าน
3) นิสสยสัมปันโน (Human Relation Skill) หมายถึง พึ่งพาอาศัยคนอื่นได้เพราะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ดังที่ว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้”
นักบริหารระดับสูง คุณลักษณะข้อที่ 1 และข้อที่ 3 สำคัญมาก ส่วนผู้บริหารระดับกลาง คุณลักษณะสำคัญทั้ง 3 ข้อสำคัญพอ ๆ กัน นั่นคือ ต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านและมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ในขณะเดียวกันเขาต้องมีปัญญาที่มองภาพกว้างไกล เพื่อเตรียมตัวสำหรับเป็นนักบริหารระดับสูง ซึ่งบางคนไม่พร้อมด้านสติปัญญา เมื่อขึ้นสูงก็ถูกนินทาว่า “โง่แล้วยังขยัน” เหมือน “สัญชาติลิงยิ่งปีนขึ้นสู่ที่สูงไปเท่าไร คนก็รู้ว่าเป็นลิงมากขึ้นเท่านั้น” สำหรับผู้บริหารระดับต้น คุณลักษณะข้อที่ 2 และที่ 3 สำคัญ แต่ต้องพัฒนาคุณลักษณะที่ 1 เพื่อเตรียมตัวขึ้นสู่ระดับกลาง
วิธีการบริหาร
แบบที่ 1 อัตตาธิปไตย หมายถึง การถือตนเองเป็นใหญ่ นักบริหารที่เป็นอัตตาธิปไตย ถือตนเองเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก และคิดว่าตัวเองฉลาดเกินใคร จึงไม่ฟังความคิดเห็นของใคร เป็นประเภทที่ “ได้งาน แต่เสียคน”
แบบที่ 2โลกาธิปไตย หมายถึง การถือคนอื่นเป็นใหญ่ มีวิธีการทำงานที่ตรงข้ามกับประเภทแรก คือไม่มีจุดยืนของตัวเอง ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่สามารถติดสินใจอะไร ลูกน้องตีกันเอง เป็นประเภท “ได้คนแต่เสียงาน”
แบบที่ 3 ธรรมาธิปไตย หมายถึง การถือธรรมหรือหลักการเป็นสำคัญ ยึดความสำเร็จของงานเป็นที่ตั้ง เพื่อให้งานสำเร็จจึงยินดีรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่าย เป็นคนที่แยกงานออกจากความขัดแย้งส่วนตัว ยอมโง่เพื่อศึกษาความรู้ เป็นประเภทที่ “ได้ทั้งคนและได้ทั้งงาน”ดังที่ว่า
โง่ไม่เป็นเป็นใหญ่ยากฝากให้คิด ทางชีวิตจะรุ่งโรจน์โสตถิผล ต้องรู้โง่รู้ฉลาดปราดเปรื่องตน โง่สิบหนดีกว่าเบ่งเก่งเดี๋ยวเดียว
ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้นำองค์กรหรือผู้บริหารองค์กร ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายองค์กรที่สำคัญ ตามความหมาย “การบริหาร ที่หมายถึง ศิลปะแห่งการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยคนอื่น” คือใช้คนอื่นให้ทำงานให้สำเร็จรู้เท่าทันคน เมื่อทุกคนทำงานในหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ก็มองดู ถึงคราวให้บำเหน็จรางวัลก็เฉลี่ยให้แก่ทุกคนอย่างถ้วนหน้า ถ้ามีการทะเลาะก็ห้ามและจัดการลงโทษตามความเหมาะสม และไม่นั่งดูลูกน้องทะเลาะกันแล้วเอาตัวรอดคนเดียว
อ่าน...ดู...ฟัง... แล้วย้อนดูตัว ในฐานะลูกน้อง ในฐานะเจ้านาย เป็นอย่างไร ??? ทัศนคติ บุคลิกภาพ การวางตน การรู้เท่าทัน รู้จักลูกน้องเพื่อนร่วมงาน การรู้งาน (รู้ตน รู้คน รู้งาน) เท่าทันหรือยัง โดย จินตนาภร
เป็น อยู่ อย่างไรในที่ทำงาน
สัญชาติลิงยิ่งปีนขึ้นสู่ที่สูงไปเท่าไร คนก็รู้ว่าเป็นลิงมากขึ้นเท่านั้น
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย สุภาพ ริยาพันธ์ · 1 ม.ค. 2551
ครูอ้อย แซ่เฮ · 1 ม.ค. 2551
น.ส. surg BI · 1 ม.ค. 2551
ครูติ๊ก · 1 ม.ค. 2551
ครูอ้อย แซ่เฮ · 1 ม.ค. 2551
หมอสุข · 1 ม.ค. 2551
ใบบุญ · 1 ม.ค. 2551
ปกติไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ เมื่อน้องเขียวนำมาเล่า เขียน ให้อ่าน ก่อนที่จะส่งต่อให้คนอื่น ก็ต้องอ่านก่อน ทำให้ได้คิด ได้ความรู้
ขอบคุณน้องเขียว ที่ยังคงรักษาระยะทางการเดินที่กำหนด และให้สัญญาไว้ เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าขาดการสานต่อในเรื่องของบันทึก ก็ให้รู้สึกคิดถึงน้องเขียวทันทีและเป็นห่วงด้วยหล่ะ
ขอให้ทำต่อไป และพี่เหนก ก็จะติดตามและส่งต่อให้เพื่อนๆ เพื่อเป็นสื่อกลางในการติดต่อประสานงานต่อไป
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เผยแพร่ขัอมูลดีๆให้เพื่อนสมาชิกรับทราบอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลดีแต่ดียิ่งกว่าคือการนำไปปฏิบัติเด้อ
ได้อ่านเรื่องดีๆ รับปีใหม่ จากน้องเขียวมิแปรเปลี่ยน เยี่ยมเลย
-สวัสดีปีใหม่ 2551ครับ newwawe 1 ทุกคน
-ขอให้น้องเขียวมีสุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2551 และตลอดไป
ขอบคุณ และสวัสดีปีใหม่ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงปกป้องทุกคนที่ช่วยกันทำหน้าที่พลเมืองของชาติ ทุกๆ คน
เขียนได้ดี เหมาะสำหรับทุกคนทั้งที่เป็นผู้บริหารทุกระดับ และผู้
ที่ไม่ใช่ผู้บริหาร เหมาะสำหรับคนทำงาน แต่ยังติดใจ คำว่า “โง่แล้วยังขยัน” ถ้าโง่แล้วไม่ขยัย ไม่ยิ่งโง่ไปใหญ่หรือจ๊ะ น้องเขียว
คนโง่ที่ขยันมากๆบางทีก็พาเสียเรื่องนะพี่คนมีคลื่น