อยากรู้ว่าชาวระโนดที่ได้ดิบได้ดีอยู่ที่อื่นจะรู้สึกอย่างไรกับวันนี้ของระโนด...วันที่ราคาที่ดิน 1 ตารางวายังซื้อข้าวกินสักมื้อไม่ได้เลย......

ดูข่าวโทรทัศน์  รายงานราคาประเมินของที่ดินที่สูงที่สุดของภาคใต้อยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  ราคาตารางวาละ 400,000 บาท   ส่วนราคาประเมินที่ดินต่ำที่สุดของภาคใต้ ก็อยู่ในจังหวัดเดียวกันคือ ที่อำเภอระโนด บ้านเกิดของเราเอง  อยู่ที่ตารางวาละ 15 บาท

หลับตานึกถึงภาพพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่อุดมสมบูรณ์ในอดีต  จำได้ว่าได้ทานอาหารทะเลสดๆ  กุ้งตัวเท่าข้อมือ  ในพื้นราบมีทุ่งนากว้างขวาง  หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในจังหวัดใกล้เคียง  ต้นตาลเป็นทิวแถว  ที่ริมคลองออกสู่ทะเลสาบมีป่าลำพูเขียวขจี    โรงสีขนาดเล็กขนาดกลางหลายโรงเรียงรายริมลำคลองกว้าง  ท่าเรือคึกคักด้วยเรือเมล์วิ่งเข้าออกขนส่งผู้คน พ่อค้าแม่ค้า สินค้า ระหว่าง ระโนด พัทลุง สงขลา ปากพนัง หัวไทร  ชาวบ้านเป็นเชื้อสายจีนบ้าง ไทยบ้าง ลูกผสมบ้าง

ชาวระโนด "อวดศักดา" กันด้วยการประดับรูปถ่ายของลูกหลานที่ได้ไปร่ำเรียนกันมาสูงๆ อยู่เต็มฝาผนังบ้าน  ชาวระโนดลงทุนเรื่องการศึกษาอย่างมาก   พระเถระชั้นผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯปัจจุบันหลายรูปเป็นชาวระโนด   เป็นที่พึ่งพิงของลูกหลานระโนดหลายคนที่มาเรียนในกรุงเทพฯโดยอาศัยอยู่วัด ....แต่เมื่อเรียนจบแล้ว   พวกเขาเหล่านี้ ไม่ค่อยได้กลับไปถิ่นกำเนิด 

วันดีคืนดี  ก็มีโครงการชลประทานเข้ามาจัดการน้ำ คิดว่าจะดีสำหรับการปลูกข้าว   แต่ผลคือ ระบบนิเวศเริ่มเปลี่ยน

วันดีคืนดี  รัฐก็ตัดถนนตรงจากปากพนัง หัวไทร ข้ามไปสะทิ้งพระ  สิงหนคร เกาะยอ   การเดินทางทางเรือเริ่มไร้ความหมาย  ความเจริญย้ายจากริมคลองไปอยู่ริมถนน

จากที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา  ระโนดกลายเป็นไส้ติ่งที่ผู้คนข้ามผ่านเลย  ประจวบเหมาะกับราคาข้าวตกต่ำ  ระบบนิเวศเริ่มเสีย  ผู้คนที่ดำรงชีวิตด้วยข้าว ด้วยปลา ด้วยการค้า เริ่มอยู่ยาก

คนที่มีที่ไป ก็เริ่มอพยพออกนอกพื้นที่แบบถาวร

แล้วบริษัทซีพีกับนากุ้งก็เข้ามา   ชาวบ้านที่ยังอยู่ในพื้นที่เริ่มมี "ความหวัง" ...  นาข้าวเปลี่ยนเป็นนากุ้ง

แต่ก็เพียงวูบเดียวก่อนที่ทันจะเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการแบบยั่งยืน สิ่งแวดล้อมก็เสีย  น้ำในคลองที่ไหลออกสู่ทะเลสาบเป็นสีดำสนิทในบางฤดู  ลำคลองตื้นเขินไม่มีเรือวิ่งสักลำ   นากุ้งเสื่อมโทรมเริ่มร้าง

นั่นคือที่มาของราคาที่ดินตารางวาละ 15 บาท...

เราเกิดและอยู่ที่นั่นเพียงสามปีครึ่ง  ย้ายไปอยู่ตรังและกลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดเทอมปีละครั้งอยู่ 10 ปี   ตอนนี้แทบไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้วนอกจากกระดูกของบรรพบุรุษ และความทรงจำ

หากจะกลับไปทำอะไรเพื่อบ้านเกิด  ควรจะเริ่มอย่างไร.... อยากรู้ว่าชาวระโนดที่ได้ดิบได้ดีอยู่ที่อื่นจะรู้สึกอย่างไรกับวันนี้ของระโนด...วันที่ราคาที่ดิน 1  ตารางวายังซื้อข้าวกินสักมื้อไม่ได้เลย......