“ภูมิต้านทานทุกข์” ร่างกายที่แข็งแรงย่อมไม่ถูกโรคภัยเบียดเบียนได้ง่าย เรียกว่ามีภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันดี ภูมิต้านทางแบบนี้ เป็นภูมิต้านทานทุกข์ทางกาย ทำให้กายเป็นสุข ทำนองเดียวกัน หากไม่ต้องการให้ใจมีทุกข์ก็ต้องสร้างภูมิต้านทานทุกข์ทางใจไว้ให้ดี
ความจริงทุกข์ทางใจนั้นมีสาเหตุมาจากการนึกคิดปรุงแต่งของใจเราเองเป็นสำคัญ คือใจไม่เก็บเราเรื่องราวต่าง ๆ จากที่ได้เห็นบ้าง ได้ยินมาบ้าง มานึกคิดปรุงแต่งให้เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ตามความรู้สึกของตัวเอง สิ่งที่นึกคิดนั้นถ้าตัวเรารู้สึกชอบ ก็จะเกิดความสุขใจ ถ้าตัวเองรู้สึกไม่ชอบ ก็จะเกิดความทุกข์ใจ เรื่องอย่างเดียวกันแท้ ๆ อาจทำให้คนหนึ่งเกิด ความสุขใจ แต่ทำให้อีกคนหนึ่งเกิดความทุกข์ใจก็ได้ มันอยู่ที่การนึกคิดปรุงแต่งของแต่ละคน
ดังนั้น เมื่อท่านไม่ต้องการให้ทุกข์มารุมเร้า ท่านก็ควรพยายามสร้างภูมิต้านทานไว้ คือต้องตั้งสติให้ดี เมื่อประสบเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ทิ้งได้ก็ทิ้ง วางได้ก็วาง อย่างเก็บเอามาคิดปรุงแต่ง คืออย่าเอามาเป็นอารมณ์ ถ้าจะคิดปรุงแต่งก็ต้องคิดอย่างมีสติ รอบคอบ คิดให้ถ้วนถี่ก่อน อย่างด่วนตัดสินใจง่าย ๆ ว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ แล้วมานั่งไม่สบายใจ ไปตามความคิด ใจหนักแน่น เข้าไว้เป็นอย่างดี
ใจที่หนักแน่น มีสติ มีปัญญาพิจารณา นั่นแหละเป็นภูมิต้านทางทุกข์ ได้อย่างดี แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะทำได้ ต้องฝึกฝนกันบ่อย ๆ และนาน ๆ จึงจะเห็นผลเหมือนร่างกายนั่นแหละ กว่าจะแข็งแรงจนมีภูมิต้านทานโรคได้ ก็ต้องลงทุนลงแรงกันมากเหมือนกัน
“ภูมิต้านทานทุกข์”
ความจริงทุกข์ทางใจนั้นมีสาเหตุมาจากการนึกคิดปรุงแต่งของใจเราเองเป็นสำคัญ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ · 27 ธ.ค. 2550
ศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 · 27 ธ.ค. 2550
คนขับช้า · 27 ธ.ค. 2550
นักแสวงหา · 27 ธ.ค. 2550
Sean no world · 27 ธ.ค. 2550
toisang · 27 ธ.ค. 2550
สิงห์ ป่าสัก · 27 ธ.ค. 2550