จากการที่กรมสุขภาพจิต ได้ดำเนินโครงการป้องกันและช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าดูบทบาทของศูนย์ฯต่อการดำเนินงานดังกล่าวดูเหมือนไม่ค่อยชัดเจน นอกเหนือจากการติดตามผลการดำเนินงานในแง่ตัวชี้วัด
แต่ในทางปฏิบัตินักวิชาการของศูนย์ มีบทบาทมากกว่านั้น ในการสนับสนุน ส่งเสริมให้เครือข่ายดำเนินงานอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตก่อนที่จะก้าวไปสู่การทำร้ายตัวเองและฆ่าตัวตายสำเร็จ
ข้อสังเกตจากการทำงานของศูนย์ 6 พบว่า เครือข่ายระดับพื้นที่ให้น้ำหนักกับการดำเนินงานเมื่อเกิดการฆ่าตัวตายสำเร็จแล้ว และการเข้าไปสอบสวนโรคเมื่อเกิดการพยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งถือว่าช้าเกินไป เครือข่ายหลายคนมองไม่เห็น หรือคิดไม่ออกว่าจะทำงานส่งเสริมป้องกันอย่างไร และประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอีกประเด็นหนึ่งคือ การเข้าไม่ถึงบริการของกลุ่มเสี่ยง ขณะเดียวกันผู้ให้บริการก็เข้าไม่ถึงกลุ่มเสี่ยงด้วย
ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนทุกท่านเข้ามาแลกเปลี่ยนว่าแต่ละท่านมีเทคนิควิธีในการดำเนินงานเรื่องนี้อย่างไร
-
ทางศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 ในตอนนี้ก็ได้มีการจัดทำโครงการที่เกี่ยวกับบทบาทของศูนย์ข้างต้น คือ การจัดการความรู้หรือ KM โดยมีประเด็นการจัดการความรู้ 2 ประเด็นดังนี้
1.เทคนิคการดูแลจิตใจตนเองของผู้ให้การปรึกษา ในโครงการนี้ได้ดำเนินการปฏิบัติแล้ว ผลตอบรับจากผู้ร่วมโครงการที่ได้รับปรากฏความพึงพอใจในระดับดีมาก เพราะนอกจากจะได้แลกเปลี่ยนความรู้แล้วยังป้องกันภาวะหมดไฟ
2.เทคนิคการสร้างพลังใจให้เข้มแข็งของผู้รอดชีวิตจากการฆ่าตัวตาย สำหรับโครงการนี้ กำลังดำเนินการอยู่