การพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ที่ผ่านมานั้น การจัดการความรู้ (KM) ที่ดิฉันได้นำไปสู่การดำเนินการก็คือ
การทำงานกับ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ได้เริ่มจากการไปร่วมฟังความคิดเห็น แล้วนำเนื้อหาสาระที่เกิดขึ้นกับบุคคลและหน่วยงานที่ไปร่วมด้วยมาประมวลเพื่อประเมินสถานการณ์ที่เป็นจริง หลังจากนั้นได้ร่วมเข้าไปดำเนินการโดยใช้รูปแบบและวิธีการต่าง ๆ สุดท้ายจึงมาสรุปผลเพื่อปรับแก้และวางงานจัดการความรู้ที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีกระบวนการสรุปเป็น 9 ขั้นตอนงาน คือ
ขั้นที่ 1 ทำไม่รู้ไม่ชี้กับทุกคน เพื่อตนเองจะได้เรียนรู้
ขั้นที่ 2 พยายามเข้าไปมีส่วนร่วม เพื่อรวบรวมข้อมูลและเนื้อหาที่เป็นจริง
ขั้นที่ 3 ศึกษาและวิเคราะห์เหตุการณ์โดยการจดบันทึกประสบการณ์ เพื่อเชื่อมโยงและวิเคราะห์เหตุและผลของความเป็นจริง
ขั้นที่ 4 ตั้งกระทู้โดยการหยิบเหตุการณ์และประสบการณ์จริง เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงาน
ขั้นที่ 5 ทดลองแนวคิดและเชื่อมงานและประสบการณ์กับคนอื่นเพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุผล
ขั้นที่ 6 สร้างพวกและการมีส่วนร่วมในชิ้นงาน เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดและหลักการสู่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ
ขั้นที่ 7 รวมความรู้และประสบการณ์ของทุกคน เพื่อผ่อนถ่ายชิ้นงานออกสู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ขั้นที่ 8 จัดโอกาสให้กับคนอื่น ๆ ที่ตั้งใจทำงานและต้องการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างการยอมรับให้กับผู้รู้จริงและตั้งใจทำงาน
ขั้นที่ 9 ชื่นชมกับความสำเร็จและให้กำลังใจกับทุกคน เพื่อสรุปผลและเสริมขวัญกำลังใจให้กับคนที่คิดดีและทำดี
บทเรียนที่สรุปมาเล่าสู่กันฟังนั้นเป็นผลมาจากการทำงานที่ได้ปฏิบัติโดยมีผลงานของการรับรู้เรื่องการจัดการความรู้ ที่เชื่อมโยงสู่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร มีการเขียนและสรุปงานส่งเสริมการเกษตรของเจ้าหน้าที่ และมีการบันทึกความรู้ของเกษตรกร ที่กระจายสู่กลุ่มเป้าหมายเกือบทุกระดับ
ฉะนั้น ผลงานที่เกิดขึ้นจึงสรุปได้ว่า การจัดการความรู้ในกรมส่งเสริมการเกษตรตอนนี้นั้น "มีการรับรู้ KM ในทุกระดับ...ที่มีรูปแบบและวิธีการรับรู้ที่แตกต่างกัน" อาทิเช่น การสอนงาน การเล่าสู่กันฟัง การสนทนากลุ่ม การทดลองทำ เป็นต้น แต่การสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นเป็น "การเรียนรู้" นั้น เป็นขั้นตอนการดำเนินงานที่ต้องขยายผลให้ครอบคลุมและทั่วถึงต่อไป.
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ แวะมาเรียนรู้ด้วยคนค่ะ