เช้าวันนั้นหมอกลงที่เมืองไชยบุรีพอสมควร เมื่อเราทานอาหารเช้าเสร็จ ผมสั่งอาหารกล่องๆจากที่พัก ส่วนทีมงานบอกจะไปแวะตลาดเช้าซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างน้ำพริกแบบง่ายๆ  

ที่ตลาดเช้า ก็เหมือนตลาดชนบทบ้านเราทั่วไปที่จอแจ  ผมเห็นอุบัติเหตุรถเก๋งวิ่งเข้าไปทับบนร้านขายของชาวบ้าน ทราบคร่าวๆว่าเป็นเก๋งเกียร์อัตโนมัติ ไม่มีผู้เสียชีวิต   

ในตลาดมีสินค้าที่เป็นพืชผักพื้นบ้านมากมาย  แสดงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ผมพบสมุนไพรท่อนใหญ่เบ่อเริ่มวางขายอยู่ คือ ชะค่าน มื้อค่ำวันนั้นผมพบว่าลาวใช้สมุนไพรตัวนี้เป็นท่อนเล็กๆ ใส่ลงในแกงอ่อม ทำให้มีรสกลมกล่อมอร่อยมาก        

เสร็จแล้วเรานั่งรถปุเลงๆบนถนนลูกรังเลาะไปตามลำห้วย เขย่าซ้ายขวาเหมือนเต้นล็อคแอนด์โรล ท้องใส้คลอนไปหมด ดูสภาพถนนแล้วรู้ว่าในฤดูฝนนั้นไม่มีสิทธิเข้ามาเลย นอกจากขี่ช้างขี่ม้ามาเท่านั้น หรือไม่ก็เดิน        

 เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้าน เราถามหาชาวบ้านผู้มีเรือรับจ้างที่นัดหมายกันไว้ก่อนแล้วเพื่อเช่าเดินทางล่องน้ำโขง  ผมถือโอกาสถ่ายรูปวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านหมู่บ้านริมโขงหมู่นี้  คุณลุงท่านนี้กำลังทานอาหารเช้า ผนังบ้านเป็นไม้เหี๊ยะ (เหมือนกับพบที่ดงหลวง) ผมพบชาวบ้านกำลังกลั่นเหล้าข้าวเหนียวอยู่ด้วย   

สภาพเรืออย่างที่เห็นแน่นหนาดีไม่โคลงทำมาจากไม้แผ่นหนา ติดเครื่องเรือหางยาวเหมือนบ้านเรา  เราต้องใส่เสื้อชูชีพ เพื่อความปลอดภัย เพราะเราทราบว่าการล่องเรือตามลำน้ำโขงในฤดูกาลนี้นั้นอัตรายเพราะแก่งหินมีมากมาย เส้นทางที่เราต้องไปจะผ่านแก่งหลวงด้วย   

ถ่ายรูปสองฝั่งโขงมามากมายเพื่อเก็บสภาพธรรมชาติ และร่องรอยของการใช้ประโยชน์ที่ดินของชาวบ้าน และวิถีชีวิตของชุมชนแถบนี้  เราเข้าสู่แก่งหลวง อ้ายคำตัน ชาวลาวลุ่มคนขับเรือถามพวกเราว่าจะให้ส่งเข้าฝั่งแล้วเดินขึ้นไปคอยด้านบนไหม เรากำลังจะผ่านแก่งหลวงซึ่งมีความเสี่ยงต่ออันตราย  พวกเรายืนยันจะนั่งไปด้วย เราพบน้ำถูกบีบให้ผ่านช่องแคบๆด้วยก้อนหินบักใหญ่ ทำให้น้ำไหลแรงและหมุนวน  เรือต้องเร่งความเร็ว และเราสวนทางกับเรือโดยสาร และเรือบรรทุกขนาด 300 ตัน อ้ายคำตันต้องหยุดเรือเราและรีบเข้าชายฝั่งเพื่อหลบลูกคลื่น 

 สองชายฝั่งเป็นช่วงๆมีพืชปลูกโดยชาวบ้าน เป็นถั่วดิน  มันด่าง และพืชกินใบ ในส่วนที่อยู่ใกล้หมู่บ้านก็จะทำรั้วซี่ไม้ไผ่สานล้อมเป็นรั้วกันสัตว์เข้าไป หากไกลจากหมู่บ้านหรืออยู่ฝั่งตรงข้ามก็ปล่อยโล่ง  มองเลยขึ้นไปตามภูเขา ยอดเขา ก็เห็นพื้นที่แหว่งเป็นจุดๆ ทั่วไปหมด เรื่องนี้มีสาระความหมายมาก ผมจะกล่าวอย่างละเอียดต่อไป    

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดที่ตั้งเป้าหมาย เราต้องการดูจุดที่เรียกว่า ผาแดง  คือสถานที่ที่ชาวบ้านแถบนี้ และชาวเรือทั้งหลายที่ผ่านไปมาแถบนี้จะเคารพ ลักษณะเช่นนี้ก็เหมือนๆกับบ้านเราที่พบเห็นกับบ่อยๆ ที่คนเรายังเชื่อถือสิ่งเหนือธรรมชาติต่างๆ ผมและทีมงานจอดเรือและเดินขึ้นไปดูจุดที่ตั้งของผาแดง สอบถามอ้ายคำตันถึงการประกอบพิธีกรรมต่อผาแดงแห่งนี้ 

อ้ายคำตันบอกว่าสูงขึ้นไปอีกหน่อยจะมีถ้ำ ข้างในมีพระพุทธรูปมากมาย  ผมหูผึ่งขอร้องให้พาไปดู อ้ายคำตันปฏิเสธบอกว่า ผมกลัวครับ ผมไม่กล้าพาไปหรอก  ผมยิ่งอยากเห็นจึงรบเร้าให้พาไปดูแค่ปากถ้ำก็ได้ อ้ายคำตันใจอ่อนพาปีนป่ารกไม่มีเส้นทาง แต่เราก็หาปากถ้ำไม่พบจึงไต่ลงมา