มือนั้นฉีกบัตรเลือกตั้ง


ความเรียง ในบทวิพากษ์หนึ่งของภาพสะท้อน ในการฉีกบัตรเลือกตั้ง ฉีกทั้งที่ตั้งใจและฉีกทั้งที่ไม่ตั้งใจ ในแต่ละความหมายมุมมองของชีวิต ในแต่ละความเข้าใจที่มีผู้พยายามจะสร้างวาทกรรม แห่งการอารยะขัดขืน มีเรื่องราวมีคำถามในเนื้อในบางส่วน ของความตั้งใจทางการเมืองเหล่านั้น

มือนั้นฉีกบัตรเลือกตั้ง

อ้างอิง - ภาพ http://www.lomography.com/folkways

มือแน่นอนครับ มือนั้นแน่นอนที่ฉีกบัตร

ในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2550

ที่มีรายงานข่าวการฉีกบัตร

เป็นเนื้อหนึ่งในข่าวสารของการเลือกตั้ง ท่ามกลางสงครามข่าวสาร ซึ่งเกาะติดเกาะสถานการณ์เกาะอนาคต และเกาะข่าวไปเรื่อย ก่อนการปิดลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของประชาชนคนไทย ที่มีเดิมพันเป็นอนาคตของประเทศชาติ บนอนาคตของผืนแผ่นดินแห่งนี้

รับรู้กันโดยข่าวสาร

ถึงเรื่องราวฉีกบัตรเลือกตั้ง

ไม่ใช่แค่ลำพังว่าปรากฎขึ้นเท่านั้น

แต่ยังสะท้อนให้เรามองได้หลายด้าน ในท่ามกลางความหมายของการฉีกบัตรที่ยังคงปรากฏอยู่ ทั้งโดยตั้งใจให้มีความนัย หรือไม่ตั้งใจใดเลยกับความหมาย ไม่ว่าจะมอบความหมายให้ในการกระทำ หรือไม่ได้คิดสิ่งใดเลย แต่สุดท้ายมือนั้นก็ฉีกบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย

อาจไม่มากมายนักหากเทียบสัดส่วนผู้คน

หากมองตามตัวเลขคะแนนเสียง

เทียบกับบัตรซึ่งถูกฉีก

เพียงแต่ว่าการฉีกบัตร กลายเป็นสีสันความตั้งใจหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อมีผู้สร้างสัญญะและใส่นัยยะการฉีกบัตรเลือกตั้ง บัดนั้นความสนใจของข่าวก็ติดตามมา จากเดิมที่เรามีเพียงผู้ลงคะแนนเสียง บรรยากาศคนเมาเข้าคูหา คนข่มขู่ กลเกมการทุจริตฉ้อฉล จนมาสู่การฉีกบัตร

มีทั้งผู้ที่ตั้งใจ

และผู้ที่ไม่ตั้งใจแต่ฉีกไปแล้ว

มีทั้งเรื่องที่เป็นเรื่องและเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

คนแก่เข้าใจผิดพลาดเผลอฉีกบัตรขาดกลาง คนเมายังค้างในอารมณ์ฉีกบัตรเลือกตั้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คนไม่เห็นด้วยประกาศคัดค้านการเลือกตั้ง ประกาศตนอย่างตั้งใจ ขอยืนยันจะใช้สิทธิเลือกตั้งฉีกบัตรลงคะแนน ทั้งหมดล้วนถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง

ความผิดไม่มากมาย จำคุก 1 ปี ตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

หากการดำเนินการนั้นเป็นความตั้งใจ

หากเผลอไปก็ขึ้นกับดุลยพินิจ

เมื่อตุลาการศาลจะเป็นผู้พิจารณา แต่สุดท้ายคำตอบของการฉีกบัตรก็ยังคงดำรงอยู่ ให้เราเห็นเป็นสีสันการเมือง นอกเหนือจากตัวเลขหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย มีผู้มีใช้สิทธิเต็มจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่นที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง หน่วยเลือกตั้งหนึ่งมีผู้เลือกทั้งหน่วย เพียง 55 นาที ก็มีการลงคะแนนเสียงได้ครบถ้วน เจ้าหน้าที่เลือกตั้งทั้งหมดก็นั่งรอนับจาก 8.55 น. ไปจนกระทั่ง 15.00 น.

นับเป็นหนึ่งในเนื้อข่าวที่น่ารัก

สำหรับบรรยากาศแบบเรียบง่ายแต่ตระหนัก

ตื่นเช้าก็พร้อมกันไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแต่เช้า

ลงคะแนนเสร็จสิ้นก็จัดการทำธุระไปจนกระทั่งปิดหีบ เพื่อรอนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะนับมานับน้อยเช่นไร ก็รอลุ้นเอาในแต่ละคำขานคะแนน ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ารับฟังอย่างยิ่ง ไม่เฉพาะหัวคะแนนต้องคอยมาสังเกตุการณ์ ผู้คนธรรมดา กรรมการและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ก็ต้องคอยระมัดระวังกับบรรยากาศแวดล้อม ในท่ามกลางความร้อนระอุของแต่ละพื้นที่

พื้นที่ใดดุเดือดดุดันหน่อย

ก็พาลให้ต้องเป็นดาราหน้ากล้อง 

เมื่อตากล้องของผู้สมัครมากมายคอยเก็บภาพ

ทำให้บรรยากาศวันอาทิตย์ของการเลือกตั้ง ในวันหยุดธรรมดากลายสภาพเป็นความเร่าร้อนของเนื้อหาข่าวสาร เป็นวันหยุดไม่ธรรมดาของคนไทย โดยเฉพาะเมื่อต้องเลือกข้างเลือกฝ่ายให้ต้องรอลุ้น หมายใจอยากได้คำตอบเช่นไร ก็ต้องรอให้พ้นบ่ายสามโมง ใช่ไม่ใช่ว่ากันอีกครั้ง

 

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยสนุกสนานกับการเป็นอาสาสมัคร

ขอมีส่วนร่วมเป็นอาสาสมัครกับองค์กรกลาง

เมื่อคราวเลือกตั้งหลังพฤษภา 2535

ในท่ามกลางสงครามพรรคเทพพรรคมาร หลังวิกฤติของชาติและประชาชนคนไทย วิธีการให้เกิดความบริสุทธิ์ในการเลือกตั้ง ก็คือการส่งอาสาสมัครสังเกตุเข้าสู่พื้นที่ซึ่งคาดว่าจะมีการทุจริตแบบยกหน่วยเลือกตั้ง ไม่มากมายกับการนั่งเฝ้าจากเช้าถึงเย็น

หน่วยไหนไกลหน่อยก็นั่งรถ ตชด.ติดอาวุธสงคราม

หน่วยใดใกล้หน่อยก็อยู่กับพระกับเจ้า

นั่งบนศาลาการเปรียญวัด

ผมลงไปพื้นที่แซร์ออ วัฒนานคร สระแก้ว ในช่วงที่ยังคงใช้ชื่อจังหวัดว่าปราจีนบุรี พื้นที่ติดชายแดนเขมร ที่ผู้คนยังสามารถเห็นคนสะพายอาก้าขี่มอเตอร์ไซต์ได้ไม่ยากเย็นนัก โชคดีคือได้นั่งยังศาลาการเปรียญวัดในช่วงเช้า แล้วก็เปลี่ยนมานั่งรถสังเกตุการณ์ไปช่วยตามจุด

ช่วงหลังเที่ยงขณะเปลี่ยนจุด

เห็นเพื่อนผู้หญิงผู้ชายในหน่วยเลือกตั้ง

ซึ่งนั่งรถสับเปลี่ยนกันมาจากหน่วยเกือบติดชายแดน

เพื่อนผู้หญิงนั่งตาแดงกร่ำ คาดว่าผ่านการร้องไห้มาเรียบร้อย หลังจากถามไถ่เพื่อนผู้ชายที่มาด้วยกัน นั่งบอกเล่าไปด้วยเสียงเรียบ เหมือนผ่านการนั่งอบไอน้ำ พบว่าหน่วยเลือกตั้งที่ไปสังเกตุการณ์ ซึ่งบังเอิญว่าไม่มีตำรวจตระเวนชายแดนไปเป็นเพื่อน มีเพียงจ่าตำรวจแก่แก่คนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าเดินหลบไปทางใดไม่ทราบได้ ขณะเกิดเรื่องราว

ทราบแต่ว่าขณะนั่งเฝ้าสังเกตุการณ์การเลือกตั้ง

ก็มีคนถือปืนอาก้าสะพายบ่าเดินมาถามว่า

เป็นอาสาสมัครเลือกตั้งใช่ไหม

หลังจากเดินวนไปวนมาหลายรอบจนเป็นที่พอใจ ก็เดินหนีหายจากไป ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย และอาสาสมัครสังเกตุการณ์การเลือกตั้ง ก่อนที่จ่าตำรวจจะเดินกลับมานั่งประจำตำแหน่งรักษาความปลอดภัย

ไม่มากมายสำหรับชีวิต

และแง่มุมสนุกสนานของการเลือกตั้ง

หากเราคิดและมองในด้านดีเมื่อผ่านมาได้แล้ว

ครั้งหนึ่งขณะนั่งพูดคุยกับเพื่อน ถึงวิธีการขัดขืนแบบอารยะของอาจารย์รัฐศาสตร์ ซึ่งประกาศเจตนารมณ์ยืนฉีกบัตรเลือกตั้งให้เห็นเป็นบุญตา ขณะเพื่อนคนหนึ่งพูดออกมาว่า เป็นท่ายืนที่สง่าผ่าเผยและเท่ห์อย่างยิ่ง ท่ามกลางแววตาชื่นชมอย่างออกนอกหน้า

เพื่อนคนหนึ่งสวนกลับด้วยประโยคสั้นห้วน

ไม่แน่จริงโว้ย ยืนฉีกบัตรไม่แน่จริง

ก่อนจะอธิบายถึงจุดยืน

จากบทเปรียบเทียบสถานะของอาจารย์คนดังกล่าว ด้วยท่าทีซึ่งพร้อมในทุกสถานะทางสังคม ได้รับการยอมรับ และมีทางออกในการประกันตัว พร้อมกับเสนอว่า หากคนที่กระทำอารยะขัดขืนนั้น เป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม ไม่มีเงินประกันตัว ไม่มีความแน่นอนในชีวิต แต่มีความเชื่อมั่นทางการเมืองกระทำเช่นนั้นบ้าง จะเป็นเช่นไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเขาคนนั้นมือพิการทั้งสองข้าง

ถ้าหากเขาใช้เท้าสองข้างฉีกบัตรเลือกตั้ง

อันนี้จะกล้าหาญชาญชัยกว่าหรือไม่

สุดท้ายก็มีเพียงเสียงในลำคอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

฿799.00 -39.55%
฿59.00 -72.88%
฿193.00 -59.07%
฿353.06 -0.0%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี