ประทับใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ นศ. ป. โท พัฒนาการมนุษย์...

ขอขอบพระคุณ รศ. ดร. สายฤดี วรกิจโภคาทร ผอ. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ที่มอบโอกาสให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนเรื่อง สรีรวิทยาและกิจกรรมบำบัดเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว  ในวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา

หลังจากจบดอกเตอร์และกลับมาปฏิบัติงานที่ ม. มหิดล ครบ 1 ปี การทำหน้าที่อาจารย์พิเศษครั้งนี้ทำให้ผมประทับใจ เนื่องจากการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสาขาวิชากิจกรรมบำบัด สรีรวิทยา และพัฒนาการมนุษย์ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ที่น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมไทยอย่างมาก

นักศึกษาทุกคนได้จัดกลุ่มสุนทรียเสวนา (เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ ฟังอย่างเปิดใจ สนทนาด้วยสติและสร้างสรรค์ และมองไปข้างหน้าเชิงบวก) มีการใช้สมองซีกขวา (จินตนาการ) และซีกซ้าย (เหตุผล) อย่างยอดเยี่ยม

ผมจะขอสรุปประเด็นคล้าย Mind Map ใน 4 กิ่งแก้ว จากหัวข้อหลักเรื่อง "การประยุกต์ความรู้ทางกิจกรรมบำบัด สรีรวิทยา และพัฒนาการมนุษย์"  ดังนี้

  1. การทำงานเป็นทีมแบบบูรณาการความรู้ 
  2. รูปธรรมของการวัดทางสรีรวิทยา
  3. พัฒนาศักยภาพของมนุษย์อย่างมีหลักการ
  4. การเผยแพร่และวิจัยสู่สังคม

ในแต่ละกิ่งแก้ว สามารถสรุปประเด็นแบบกิ่งก้อย ดังต่อไปนี้

1. การทำงานเป็นทีมแบบบูรณาการความรู้

  • กิจกรรมบำบัดและสรีรวิทยา เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพัฒนาการมนุษย์ ที่สามารถกำหนดทิศทางและเป้าหมายของการส่งเสริมสุขภาพในประชากรที่มีสุขภาพดีและสุขภาพบกพร่อง
  • เป็นการมองภาพรวมของร่างกาย จิตใจ และสังคม ของมนุษย์โดยตรง
  • เป็นการผสมผสานความคิดและประสบการณ์ซึ่งกันและกันในการพัฒนาคน ให้มีประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตมากขึ้น

2. รูปธรรมของการวัดทางสรีรวิทยา

  • เชื่อมโยงพัฒนาการมนุษย์ในการดำเนินชีวิตระหว่างรูปธรรม (ความสามารถของมนุษย์ที่มองเห็นและวัดได้) และนามธรรม (ความสามารถของมนุษย์ที่รู้สึกได้)
  • มีการวัดและติดตามการทำงานทางสรีรวิทยาที่ชัดเจน ทั้งรายละเอียดที่ลึกและกว้าง
  • ปรับใช้ได้ทั้งคนปกติและคนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตสังคม ตรงจุดและเห็นผลการทำกิจกรรมบำบัดได้มากยิ่งขึ้น

3. พัฒนาศักยภาพของมนุษย์อย่างมีหลักการ

  • เข้าใจความคิด การเคลื่อนไหว การตอบสนองต่อสิ่งเร้าในสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน
  • ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาศักยภาพของมนุษย์
  • มีการพัฒนามนุษย์ด้วยกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ตามช่วงวัย และหน้าต่างของโอกาส (Window of Opportunity)

4. การเผยแพร่และวิจัยสู่สังคม

  • สหวิทยาการความรู้ทางกิจกรรมบำบัด สรีรวิทยา และพัฒนาการมนุษย์ มีหลักทฤษฎีที่นิยมศึกษากันทั่วโลก
  • ควรใช้ให้เป็นกิจกรรมเสมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน สอดประสานและเชื่อมโยงในทุกขั้นตอนของชีวิต และให้ทุกฝ่ายในสังคมมีส่วนร่วม เช่น ครู ผู้ปกครอง บุคลากรทางการแพทย์ นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
  • การพัฒนางานวิจัยมีความจำเป็นที่จะสร้างรูปธรรมที่วัดได้ พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์

ข้อมูลเหล่านี้เป็นความคิดที่ถ่ายทอดโดย นศ. บัณฑิตวิทยาลัย หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาพัฒนาการมนุษย์ ....ขอขอบคุณที่อนุญาติให้นำข้อมูลเผยแพร่ใน G2K ครับ