เมื่อก้าวลงจากเครื่องบิน เราก็พบป้ายบอกว่าหลวงพระบางคือเมืองมรดกโลก ประกาศไว้บนไม้เล็กๆหน้าสำนักงานสนามบินหลวงพระบาง   นี่ถ้าเป็นเมืองไทยอาจจะได้ดูป้ายใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้นะครับ ที่นั่นผมพบพระคุณเจ้ากำลังจะเดินทางไปเมืองไทย  ผมเองไม่มีเวลาเข้าไปกราบท่านว่าท่านเป็นพระไทยหรือพระหลวงพระบาง แต่ท่านดูทันสมัยจังเลย โทรมือถืออยู่เป็นนาน

  <div style="text-align: center"></div>

 

 

               </font></span> <p>ระบบมือถือในหลวงพระบางและเมืองใกล้เคียงนับว่าใช้ได้ดีพอสมควร ประชาชนลาวก็เหมือนคนทั่วโลกที่นิยมใช้มือถือกัน ดูเหมือนกลายเป็นปัจจัยที่ 6 ที่ 7 ไปแล้ว ที่ลาวผู้ที่ทำธุรกิจด้านนี้คือ ลาว เทเลคอม ซึ่งเป็นของ AIS  เพื่อนๆจะไปลาวก็ไปแจ้งที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องได้ว่าขอใช้ระบบ Roaming หรือเข้าไปซื้อ Sim ลาวครับก็สามารถโทรติดต่อกับเมืองไทยได้ครับ</p><p align="center"> </p><p align="center">เธอคือเจ้าหน้าที่ราชการ แผนกพลังงานและบ่อแร่ </p><p>ภารกิจของผมและคณะคือเข้าพบเจ้าเมือง และข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับงานเขื่อนทั้งหลาย เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์การมาครั้งนี้ และขอทราบทัศนคติ ความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับเรื่องงานก่อสร้างเขื่อน หลังจากนั้นขออนุญาตทำการสำรวจเบื้องต้นหมู่บ้านริมแม่น้ำโขง   การแจ้งการนี้เป็นไปตามวัฒนธรรมทั่วไปที่ไปบ้านไหนก็ต้องทำ โดยเฉพาะเมืองสังคมนิยม เคร่งครัดนัก ไม่ว่าท่านจะใหญ่โตแค่ไหน หากเจ้าหน้าที่เขาไม่ทราบว่าท่านมาทำอะไรแล้ว จะกักตัวไว้ทันที อย่าไปอ้างว่าผมมีตำแหน่งใหญ่โต  ผมมีเงินอย่างเมืองไทยเลย ติดคุกหัวโต.... สิบอกให่   </p><p align="center"></p><p align="center">ท่านบุญมี ไชยสิงห์ หัวหน้าแผนกพลังงานและบ่อแร่</p><p></p><p>ข้าราชการท่านแรกที่ไปพบคือ หัวหน้าแผนกพลังงานและบ่อแร่ประจำแขวงหลวงพระบางสภาพสำนักงานก็คือห้องแถวธรรมดาสองคูหา ดัดแปลงทำเป็นสำนักงาน  มีเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 10 คน มีท่านบุญมี ไชยสิงห์ เป็นหัวหน้าที่นี่  เราแจ้งให้ท่านทราบของการทำงานครั้งนี้พร้อมทั้งขอคำแนะนำและพาเข้าพบท่านเจ้าเมือง หลวงพระบาง เมืองจอมเพชร พร้อมทั้งขอให้ท่านจัดเจ้าหน้าที่เดินทางไปกับคณะเราด้วย ท่านบุญมีกล่าวว่าทางรัฐบาลมีแผนจะสร้างอาคารสำนักงานใหม่แต่.....ยังไม่มีงบประมาณครับ เลยเช่าอาคารพาณิชย์ไปก่อน  </p><p align="center"></p><p>นั่งเรือข้ามแม่น้ำคาน (เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองหลวงพระบาง) ไปประชุมกับเจ้าเมืองจอมเพชร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหลวงพระบาง </p><p>เมืองที่กล่าวถึงนี้ก็คือ อำเภอในประเทศไทยเรานั่นเอง ส่วนแขวงคือจังหวัดครับ ดังนั้นเจ้าเมืองคือนายอำเภอ เจ้าแขวงคือผู้ว่าราชการจังหวัด  เมืองจอมเพชรที่ตั้งตรงข้ามหลวงพระบางโดยมีแม่น้ำคามกั้นนั้นแต่ก่อนเพิ่มแยกตัวออกมาจากหลวงพระบาง อันเนื่องมาจากนโยบายการลดขนาดพื้นที่หลวงพระบางให้เข้ากับการจัดตั้งเป็นเมืองมรดกโลก การลดพื้นที่ครั้งนั้นทราบจากการบอกเล่าจากท่านบุญมีว่า ลดพื้นที่รอบตัวเมืองหลวงพระบางเลยครับ เอาไปขึ้นกับเมืองอื่นๆที่มีพื้นที่ติดกัน แล้วทั้งหลวงพระบางก็เป็นเขตเทศบาล ในทำนองนั้น เพื่อให้เข้าเกณฑ์การจัดตั้งเมืองมรดกโลก...??  แล้วมันสำคัญอย่างไรล่ะ เมืองมรดกโลกนี่น่ะ  เดี๋ยวจะเล่าต่อครับ   </p><p align="center"></p><p>สภาพถนนสายหลักจากหลวงพระบางไปเมืองน่าน-ไชบุรี และสามารถต่อไปจนถึงชายแดนไทยที่เมืองแก่นท้าว  </p><p>หลังจากพบท่านเจ้าเมืองจอมเพชรแล้วก็เดินทางไปเมืองน่าน หรือนาน เส้นทางเดินนั้นมึแต่ฝุ่นคลุ้งไปหมด ยิ่งรถโดยสารที่เปิดโล่ง แล้วรถวิ่งสวนทางกัน...ดูไม่จืดเลย..โดยเฉพาะบ้านเรือนสองข้างทางมีแต่ฝุ่นเกาะเต็มหลังคาไปหมด พอจะเดาได้ว่าในตัวบ้านจะเป็นเช่นไร ชาวบ้านสูดเอาฝุ่นเข้าไปเก็บในปอดโดยไม่มีทางเลือกอื่น นี่คือความเจริญครึ่งๆกลางๆกับคุณภาพชีวิตประชาชน  แต่ทราบว่ามีแผนราดยางถนนเส้นนี้ตลอดสายถึงชายแดนไทยซึ่งเป็นโครงการของ ADB  </p><p align="center"></p><p> แผนที่แสดงที่ตั้งเมืองหลวงพระบาง น่าน ไชยบุรี แม่ข้ำโขงและเส้นทางถนน </p><p>เมืองน่านเป็นเมืองชนบทที่มีฝุ่นของถนนเต็มเมืองไปหมด ผมนึกถึงอำเภอสะเมิงเมื่อสามสิบปีที่แล้วที่ผมเริ่มงาน มันมีแต่ฝุ่นในฤดูแล้งและโคลนในฤดูฝน ทั้งอำเภอมีร้านอาหารที่ข้าราชการไปกินข้าวกันเพียงร้านเดียว เมืองน่านก็คล้ายๆเช่นนั้น    </p><p align="center"></p><p>ท่านเจ้าเมืองให้การต้อนรับแบบง่ายๆ เรานั่งกันที่เก้าอี้รับแขก ไม่ได้เข้าไปในห้องประชุม  เนื่องจากพื้นที่ของท่านมีหมู่บ้านตามริมแม่น้ำโขงที่อยู่ในเขตที่เราต้องศึกษาผลกระทบจึงต้องมาพบปรึกษาหารือ พร้อมขอรับคำแนะนำในการทำงานในพื้นที่ด้วย ทราบว่าชาวบ้านทั้งหมดเป็น ลาวลุ่มซึ่งก็คือลาวทั่วไปเหมือนๆกับพี่น้องลาวในบ้านเรานั่นแหละครับ   </p><p align="center"></p><p>จากเมืองน่านเราเดินทางต่อไปเมืองไชยบุรีเราต้องข้ามแม่น้ำโขงโดยเรือเฟอร์รี่ ก็ต้องเสียเวลารอให้รถเต็มลำเรือก่อนที่จะออกข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง    </p><p>เมืองไชยบุรีเป็นเมืองใหญ่ เป็นที่ตั้งของแขวง เหมือนกับเมืองหลวงพระบาง</p><p align="center"></p><p> ที่นี่ท่านเจ้าเมืองเชิญข้าราชการหลายฝ่ายเข้าร่วมการประชุมด้วยเพราะเป็นเมืองที่มีจำนวนหมู่บ้านตามริมโขงมากที่สุด ท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง แนะนำการเข้าพื้นที่และการเข้าพบนายบ้าน พร้อมทั้งสั่งการใช้เจ้าหน้าที่ทุกคนให้ความร่วมมือ </p><p>การเข้าเจ้าเข้านายในระดับเมืองนี้ดูง่ายและเป็นกันเองมากกว่าระดับแขวง ผมคิดว่าง่ายกว่าการเข้าพบนายอำเภอของเราบางแห่งเสียอีก  การพูดจาก็เป็นกันเองแต่ก็มีระบบอยู่ เช่นจะเข้าพบก็ต้องแจ้งหน้าห้องให้ทราบซึ่งก็เหมือนบ้านเราที่มักจะหาสาวๆหน้าตาดีดีมานั่งรับอยู่นอกห้อง  </p><p>เพียงแต่ว่าสภาพอาคารและเครื่องไม้เครื่องมือสำนักงานต่างๆน้อยและฝุ่นทำให้เปื้อนไปหมด เหมือนบ้านเราเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมาน่ะครับ...</p>