ความจริงของการศึกษาไทย

ปัจจุบันผมสอนอยู่ที่ ร.ร.จ่านกร้อง จ.พิษณุโลก เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา ฝ่ายวิชาการของ ร.ร.ได้จัดการอบรมโดยมี ดร.กาญจนา วฑายุ เป็นวิทยากรในการบรรยายให้ความรู้ ผมรู้สึกชื่นชมกับแนวความคิดของท่าน ดร.กาญจนาฯ มากที่ท่านพูดถึงการฝึกลิงให้ปลอกมะพร้าว หรือการฝึกควายให้เป็นผู้นำฝูงในประเทศอินเดียว่า "ก่อนให้ความรู้แก่ใคร ต้องให้ความรักก่อน" ท่าน ดร.กาญจนาฯ ได้พูดถึงวิธีการทำผลงานเพื่อพัฒนาครูว่า "ขอให้ครูทำการสอน อบรมให้ความรู้แก่นักเรียนให้เต็มความสามารถ เป้าหมายหลักเพื่อพัฒนานักเรียน และให้ครูรู้จักเก็บรวบรวมเพื่อส่งผลงานนั้นในการพัฒนาตนเองต่อไป" แต่ในความเป็นจริงของทุกวันนี้ "ครูจำนวนหนึ่งกลับรีบเร่งทำผลงานเพื่อพัฒนาตนเองมากกว่าเป้าหมายในการพัฒนานักเรียน" ท่านเชื่อหรือไม่ว่า "บางโรงเรียนมีครูชำนาญการพิเศษ (คศ. 3) จำนวนมาก รวมทั้งมีครูเชี่ยวชาญ (คศ. 4)ด้วย แต่กลับไม่ค่อยมีนักเรียนเข้าเรียน เนื่องจากไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองและชุมชน ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนก็อยู่ในระดับต่ำ" ครูที่กำลังทำผลงานเพื่อพัฒนาตนเองในขณะนี้ หลายๆท่านกลับทอดทิ้งนักเรียน ผมขอถามถึงท่านผู้ที่มีอำนาจในการศึกษาของชาติว่า "ท่านจะยอมให้การศึกษาเพื่อพัฒนานักเรียนในระดับพื้นฐานต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ต่อไปหรือ ในอนาคตภายหน้าประเทศไทยของเราก็คงจะมีครูชำนาญการ, ครูชำนาญการพิเศษ, ครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวนมาก แต่เด็กไทยอาจจะอ่านหนังสือไม่ออก คิด วิเคราะห์ไม่เป็น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยวิธีการที่ถูกต้องได้ เมื่อถึงเวลานั้นประเทศชาติคงจะต้องล่มสลายอย่างแท้จริงแน่นอน"