ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงรักภาษาไทยและรักบทเพลง

    ความงามอันลุ่มลึกที่มีทั้งความไพเราะและความงดงามของภาษาในบทเพลง    สามารถกระทบอารมณ์ผู้อ่านผู้ฟังให้เกิดความซาบซึ้งประทับใจได้                                   

 

           ก็ใจอยากจะถามเหนื่อยไหมวันนี้เธอ

                                 กับทางแห่งฝันเธอ...ที่สวยงาม..แต่ แสนไกล..

                                 ที่ต้อง..เดินลำพังคนเดียว..โดยไม่มีใคร

                                 "เธอคงเหงาใช่ไหมคนดี"

                                               เธออาจจะล้มลุกท้อใจแค่กลางทาง

                                  อาจเหนื่อยและสิ้นหวัง หมดแรงจะก้าวไป

                                 ก็เลยมีคำนี้ฝากมาให้เธอไป

                                 จากหัวใจ "ด้วยรักและหวังดี"

                                              ตะวันไม่สิ้นแสง...ขอเธอ..อย่าสิ้นหวัง

                                  เอา " ใจ "เป็นพลัง...สร้างฝันกันต่อไป

                                 หากวันใด...อ่อนล้า...เจ็บมาไม่มีใคร

                                 อยากบอกให้รู้ไว้  "ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ"

                                             แค่เพียงเธอเอาฝันเขียนลงที่หัวใจ

                                   และบอกตัวเองไหว  จะ"สู้จนสุดแรง"

                                   ต่อให้ภูเขาสูงกั้นความหวังเป็นกำแพง

                                   แต่ "ใจ" ไม่สิ้นแรง...จะข้ามไปยังฝั่งฝัน

 

    

           ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนต้องการจะส่งอะไร ๆ ไปกับปีเก่า ทั้งพลังกาย พลังใจที่อ่อนล้าลงไปมาก และโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเหมือนกับไป shopping ในห้างสรรพสินค้าอย่างไรอย่างนั้นเลย    กำลังใจ และ ความห่วงใย ที่ได้รับจากเพื่อน ๆ ทำให้เริ่มมีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง  โดยเฉพาะน้ำเสียงใส ๆ   "สู้ตายค่ะ .สู้ตายค่ะ..สู้ ๆ สู้ ๆ"  ทำให้มีพลังฮึกเหิมขึ้นมาอีกมากมาย

           เพลงนี้เป็นอีกหนึ่ง "ความห่วงใย"ที่ได้รับทางโทรศัพท์ ไม่ทราบว่าชื่อเพลงอะไรค่ะ แต่ทราบว่านักร้องชื่อ บิว กัลยาณี สาวใต้ผู้มีนัยน์ตาคมเข้มและน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ ฟังอยู่หลายรอบ ชอบจังหวะและทำนอง  และประทับใจเนื้อเพลงมาก รู้สึกโดนใจ(ขอใช้ศัพท์วัยรุ่นหน่อยค่ะ)อย่างบอกไม่ถูก ช่างเหมาะเจาะเสียจริง ๆ ทำให้ต้องฟังหลาย ๆ รอบ และจดบันทึกไปทีละวรรค ทีละท่อน จนได้เนื้อเพลงดังปรากฏ อาจมีบางคำที่ผิดไป เช่น คำในวรรคแรกของท่อนที่ ๒ คำว่าทุกข์หรือ ฟุบ ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่   เพราะได้ยินไม่ชัด.. อีกคำหนึ่งในวรรคหลังของเพลงท่อนสุดท้าย ไม่แน่ใจคำว่า "ห้วงฝัน" หรือ "ฝั่งฝัน" ท่านผู้อ่านที่รู้จักเพลงนี้ กรุณาบอกด้วยนะคะ จะได้ปรับแก้ไขค่ะ ขอบคุณค่ะ..

           คำที่อยู่ในเพลง  เป็นคำง่าย ๆ ไม่ได้เป็นคำที่เลือกสรรใช้เฉพาะภาษากวี     การใช้ภาษาง่ายกว่าเพลงลูกกรุงในยุคก่อนๆ มาก แต่ก็สามารถก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ได้ทุกวรรค ทุกตอน ฟังแล้วทำให้น้ำตารื้นได้(หลายครั้งด้วย) "เธออาจจะล้มลุก..อาจเหนื่อยและสิ้นหวัง..ก็เลยมีคำนี้มาฝาก..จากหัวใจ "ตะวันไม่สิ้นแสง..ขอเธออย่าสิ้นหวัง..เอาใจเป็นพลัง..สร้างฝันกันต่อไป" ให้ภาพพจน์ ก่อให้เกิดกำลังใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จนอยากจะลืมความเจ็บปวดด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่

           สุนทรียรส ของเพลงนี้ที่สื่อออกมาให้ผู้ฟังได้รับรู้ น่าจะมีหลายรส   ผู้เขียนขอวิเคราะห์จากความประทับใจและซาบซึ้งกับเนื้อเพลงที่เกิดกับตัวเอง(นะคะ)..ดังนี้

           ๑.รสแห่งความรัก : ที่สัมผัสได้ ปรากฏในทุกวรรคตอนของเนื้อเพลง ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่มีอยู่ในธรรมชาติ และธรรมชาติของความรักก็แสนงดงาม     รสคำและรสความที่ปรากฏในทุกวรรคตอนของเนื้อเพลงบ่งบอกถึงความรักที่เป็นพื้นฐานของกำลังใจ  ความเอื้ออาทร  และความเมตตากรุณา

           ๒.รสแห่งความเมตตากรุณา : ที่สัมผัสได้ "..มีคำนี้ฝากมาให้เธอ..จากหัวใจ..ด้วยรักและหวังดี.. และอีกสัมผัสหนึ่ง "..หากวันใดอ่อนล้า เจ็บมาไม่มีใคร อยากบอกให้รู้ไว้ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ.." ก่อให้เกิดกำลังใจ และความสุขอย่างเต็มหัวใจเชียวละ  อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่เหมือนจะหายไปโดยพลัน 

         ๓.รสแห่งความห่วงใยเอื้ออาทร ที่สัมผัสได้ "..ก็ใจอยากจะถาม เหนื่อยไหมวันนี้เธอ.." "เธอคงเหงาใช่ไหมคนดี" "..หากวันใดเธออ่อนล้า เจ็บมาไม่มีใคร อยากบอกให้รู้ไว้ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ" ฟังแล้วต้องหยุดปล่อยให้ก้อนสะอื้นลงไปในอก..เป็นความสะเทือนใจที่เกิดจากการได้รับความห่วงหาอาทร(อาจซ้ำกับความเมตตากรุณา แต่คิดว่าเมื่อมีความห่วงใยและปรารถนาที่จะช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ ซื่งก็คือ ความกรุณา นั่นเอง)

         ๔.รสแห่งกำลังใจ  ที่สัมผัสได้จากถ้อยคำ "...แค่เพียงเธอเอาฝันเขียนลงที่หัวใจ และบอกตัวเองไหว จะสู้จนสุดแรงต่อให้ภูเขาสูงกั้นความหวังเป็นกำแพง   แต่ใจไม่สิ้นแรง    จะข้ามไปยังฝั่งฝัน..." ก่อให้เกิดพลัง และกำลังใจขึ้นมา  ชนิดที่ภูเขาสูงแค่ไหนก็กั้นไว้ไม่ได้ถ้าใจพร้อมจะสู้

          รสคำหรือรสถ้อย   ที่แสนเสนาะเพราะพริ้งที่สามารถสัมผัสได้จากบทเพลงทุกคำ    เมื่อนำมาวางเรียงกันเป็นรสความแล้ว ช่างก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจเกินบรรยาย    ดังเช่น ..หากวันใดอ่อนล้า..เจ็บมาไม่มีใคร..อยากบอกให้รู้ไว้ "ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ" กระทบอารมณ์ใครอีกบ้างคะ..นอกจากผู้เขียนเองแล้ว

          ความงามอันลุ่มลึกที่มีทั้งความไพเราะและความงดงามของภาษาในบทเพลงสามารถกระทบอารมณ์ผู้อ่านผู้ฟังให้เกิดความซาบซึ้งประทับใจได้

         ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงรัก "ภาษาไทย" และรัก "บทเพลง"  ภาษาไทยมีความงดงามยิ่งนัก