


หลังจากเข้าเยี่ยมนิเทศก์โรงเรียนเชียงกลมวิทยาแล้วก็เดินทางมาแวะพักเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงามของภูแปก
ภาพแรก เป็นบริเวณที่ทำการสวนรุกขชาติ ก่อนเดินทางขึ้นไปยังภูแปก ผอ.ทินกร นนทการ โรงเรียนภูเรือวิทยา และคณะ เจ้าของพื้นที่ ได้เตรียมทำกับข้าวไว้รอและได้ทราบถึงสรรพคุณของปลาซ่อนกั้ง (เห็นตัวเล็ก ๆ อย่างนี้เขาว่าดีนัก...อันนี้จะจริงแท้แค่ไหนก็แอบถามกันเอาเอง)
ภาพที่สอง คือ ภูแปก อยู่ใกล้สถานีทดลองเกษตรที่สูง อ.ภูเรือ อากาศหนาวเย็น ได้เดินทางขึ้นยอดภูแปกเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินโดยใช้รถอีแต๋น ค่อย ๆ ไต่ขึ้นเขาตามเส้นทางที่ทั้งแคบ ชัน และขรุขระ (นั่งไปก็ตื่นเต้นไปกลัวตกรถ) ระหว่างทางเจอชาวบ้านที่กลับจากทำสวน ทำไร่ เขาถามว่าจะขึ้นไปทำไม หนาวจะตาย จะมืดแล้วอากาศเย็น (ท่านอภิชาตแอบแซวตัวเองเล็ก ๆ ว่าเป็นหัวหน้าฝ่าย ICT โรงเรียนในฝันทำไมลำบากอย่างนี้) ไปสวน ไปไร่ ของชาวบ้านที่แคบ ชัน และขรุขระ ใช้เวลา ๑ ชั่วโมงขึ้นยอดเขาระยะทางเพียง ๔ กิโลเมตร ลงอีก ๑ ชั่วโมง ขึ้นประมาณ ๑๗.๐๐ น. ลงมาถึงพื้นราบ ที่ทำการ สวนรุขชาติ เวลา ๑๙.๓๐ น. ลงมาทั้งมืด ทั้งหิว นั่งรถก็ลำบากแต่ ผอ.ทินกร นนทการ โรงเรียนภูเรือวิทยา และคณะ เจ้าของพื้นที่ ทำกับข้าวไว้รอ ทานกันจนอิ่ม (ได้ฟังกิตติศัพท์ และสรรพคุณของปลาซ่อนกั้งที่ผอ.ทินกรเล่าให้ฟัง โดยการหลามในกระบอกไม้ไผ่ ดูรีบทานกันคนละถ้วย เห็นเติมกันหลายครั้งด้วย แต่ที่แน่ ๆ งานนี้ ผอ.ทินกร สู้ไม่ไหวหนีไปนอนก่อนปล่อยให้คณะจากพะเยาครองแชมป์ ร้องเพลงกันทั้งคืนจนตีสาม น้อง ๆ เค้าฝากถามมาว่า ... แบบนี้มีอีกไหม๊ ?!?) ร้องเพลงคาราโอเกะ (เห็นด้วยกับ ผอ.บรรจง ว่าเครื่องเสียงดีมาก ๆ คงต้องหาไว้ใช้สักชุดน่าจะดี !)
ภาพที่สาม รุ่งเช้าแวะเยี่ยมน้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านหินสอ หมุ่บ้านที่หนาวที่สุดในสยาม ที่เตรียมอาหารไว้รอคณะ (โรงเรียนนี้มีนักเรียน ตั้ง....18 คนเชียว) แวะชมดอกไม้สวย ๆ ที่ สถานีเกษตรที่สูง แล้วเดินทางกลับพะเยา
น่าเสียดายครับผมไม่ได้ไปด้วย