บันทึกแรกขอชวนคิดชวนคุยด้วย กรณีศึกษา เพื่อเป็นการเปิดประเด็นปัญหาทางกฎหมาย และปัญหาในการประกอบวิชาชีพพยาบาล โดยที่ผมได้ยกเอาปัญาคดีความของทางต่างประเทศขึ้นมาเพื่อที่จะให้ ผู้สนใจเข้ามาร่วมการวิพากษ์ วิจารณ์ รวมทั้งเสนอแนะแนวทาง หรือหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและพยาบาลยังคงมีที่ยืนอยู่ในสังคม อย่างมีความสุข ปราศจากการเผชิญหน้า ปราศจากความหวาดหวั่นใดๆ ลองดูนะครับ
"ผู้ป่วยสูงอายุ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยปัญหาทางการแพทย์หลายประการ ทั้ง โรคเบาหวาน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ตามัวจากเบาหวาน ระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม หลอดเลือดส่วนปลายเสื่อม และความดันโลหิตสูง และสาเหตุสำคัญในการเข้าโรงพยาบาลในครั้งนี้ คือ ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยการล้างไตสำหรับโรคไตวายระยะสุดท้าย
ในระหว่างได้รับการล้างไตผู้ป่วยมีอาการสับสน จึงถูกแยกออกมาพักที่เตียงใกล้ๆ โต๊ะทำงานของพยาบาล โดยไม่มีการผูกยึดผู้ป่วยไว้ ต่อมาผู้ป่วยพยายามลูกขึ้นจากเตียง และตกจากเตียงทำให้กระดูกสะโพกข้างขวาหัก จึงต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัดรักษากระดูกสะโพก และภายหลังจากการผ่าตัดรักษากระดูกสะโพก ผู้ป่วยมีแผลกดทับเกิดขึ้นที่กระดูกก้นกบและกลายเป็นแผลลุกลามติดเชื้อ ครอบครัวของผู้ป่วยจึงปรึกษาและขอให้ยุติการล้างไตไว้ก่อน จนในที่สุดผู้ป่วยก็เกิดภาวะไตวาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา"
ขอเปิดประเด็นแรกก่อน ครับ ว่า การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด หรือไม่อย่างไร
หมายเหตุ
ที่ยกกรณีคดีต่างประเทศขึ้นมานั้นก็เพราะว่าเขามีการรวบรวมและก็ตีพิมพ์อย่างแพร่หลายครับ และหากจะถามว่าทำใมไม่ยกกรณีศึกษาของไทยขึ้นมาบ้าง ก็ต้องขอบอกว่าปัญหาของบ้านเรามันซุกอยู่ใต้พรมครับ จะมีแต่ผู้ประกอบวิชาชีพเท่านั้นที่เขารู้อยู่แก่ใจว่ามีมากน้อยแค่ใหนเพียงใดในแต่ละวัน และที่ปรากฎอยู่จริงๆก็ไม่อยากนำมากตอกย้ำให้เกิดเป็นประเด็นปัญหาวุ่นวายกันไปอีก เพราะแนวทางของผมคือ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมยุติ-สงบ-จบลงด้วยความเป็นธรรม และ เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและพยาบาลยังคงมีที่ยืนอยู่ในสังคม อย่างมีความสุข ปราศจากการเผชิญหน้า ปราศจากความหวาดหวั่นใดๆ
link ที่เกี่ยวข้อง http://learners.in.th/blog/toplegal
สวัสดีครับ
หากมองตามหลัก แห่งความประมาณความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว คิดว่าพยาบาลก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้ผู้ป่วยตกเตียงครับ
หากมองถึงเจตนา แล้วคงต้องมองเห็นควมตั้งใจดี หรือความกรุณาของพยาบาลว่าเธอหลีกเลี่ยงที่จะมัดผู้ป่วยติดกับเตียง นี่ก็น่าชื่นชมเธอครับ
แต่สำหรับในบ้านเราแล้ว คงจะต้องใช้อีกมาตรฐานหนึ่ง ด้วยเหตุที่ว่าสัดส่วนจำนวนบุคลากรการพยาบาล ต่อจำนวนผู้ป่วยในบ้านเรานั้นยังต่ำอยู่ครับ
สวัสดีครับ คุณ
paleeyon
เป็นความเห็นที่เปิดกว้าง น่าสนใจ เพราะมองปัญหามาหลายมุมดีครับ เช่น มุมมองเรื่องความบกพร่องในหน้าที่ ในขณะเดียวกันก็คิดถึงเรื่องสิทธิผู้ป่วย อันเป็นสิทธิมนุษยชนเรื่องการผูกมัด ในขณะเดียวกันยังคำนึงถึง เรื่องข้อเท็จจริงในระบบบริการอีกด้วย
ต้องขอขอบคุณครับ
toplegal
สวัสดีค่ะ
แวะมาชม ขอเสนอแนะความคิดในฐานะผู้ปฏิบัติงาน
- เป็นความประมาทในการทำงาน หากเอาเรื่องทางด้านกฎหมายก็ได้ เพราะมีการเรียกร้องสิทธิ์ในสำนักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขาเปิดช่องทางไว้เหมือนกัน
-แต่คิดถึงอัตราการให้บริการถือว่ามีสัดส่วนบุคลากรและผู้รับบริการไม่สัมพันธ์หรืออีกนัยหนึ่งคือไม่เพียงพอ
สวัสดีครับคุณ
เพชรน้อย
ยินดีรับฟังความเห็นครับ
ท่านแน่วแน่และกล้าหาญมากที่จะบอกว่า "เป็นความประมาทในการทำงาน หากเอาเรื่องทางด้านกฎหมายก็ได้ " ทั้งๆ ที่ ความเห็นจะเป็นไปในทางที่พยาบาลเสียเปรียบ และแม้ลึกๆในใจท่านจะเห็นว่าระบบสัดส่วนบุคลากรไม่สมดุลกับความต้องการของประชาชานก็ตาม แต่ท่านก็เลือกที่จะบอกเช่นนั้น นับว่าความยุติธรรมมีอยู่ในใจท่านแล้ว น่าจะเรียนกฎหมายได้ดีนะครับ (ยินดีให้คำแนะนำครับ หรือจะลองแวะมาเยี่ยมกันที่ http://learners.in.th/blog/toplegal ก่อนก็ได้ครับ)
อย่างไรก็ตามท่านยังมองกว้างและให้แนวทางกับประชาชนว่ามีช่องทางที่จะเยียวยาผู้ป่วยได้"สำนักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขาเปิดช่องทางไว้เหมือนกัน"
ครับถ้าหากท่านใดได้รับความเสียหายก็ลองมาถามไถ่วิธีการเรียกร้องเช่นว่านั้นได้ ผมยินดีเป็นสื่อให้อีกคน
toplegal
จากคำถาม การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด หรือไม่อย่างไร
1. การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิดครับ
เป็นความผิดกฎหมายทางอาญา
ความผิดฐานทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลยผู้ป่วย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307
“ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
องค์ประกอบความผิด
1.มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือคนวิกลจริต
2.ปล่อยปละละเลยผู้ป่วยผู้ป่วย
อ้างอิง
สภาการพยาบาล. (2541). กฎหมายกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์.พิมพ์ที่ เดอะเบท์ กราฟฟิคแอนด์ ปรินท์ .นมทบุรี
2.น่าจะบุคลากรไม่พอ หรือมีบุคลกรเพียงพอ แต่ไม่ระมัดระวัง น่าจะมีการผูกมัดไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวด้วยครับ
จากเคสนี้
หนูว่าพยาบาลมีความผิดค่ะ เพราะพยาบาลก็ทราบดีว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการสับสน แต่พยาบาลก็ไม่ผูกยึดผู้ป่วยไว้ อาจคิดว่าแยกมาพักที่เตียง ใกล้โต๊ะทำงานของตนแล้ว คงไม่เป็นไร ซึ่งเป็นการบกพร่องในหน้าที่ โดยการประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยตกเตียง และการที่ผู้ป่วยมีแผลกดทับซึ่งลุกลามจนติดเชื้อ ถ้าเป็นเพราะพยาบาลดูแลได้ไม่ดีก็มีความผิดอีกนั่นแหละค่ะ แต่ถ้าพยาบาลดูแลอย่างดีที่สุด โดยไม่ขาดความรับผิดชอบ ก็ไม่ผิดค่ะ
สวัสดีค่ะ จากที่ว่าผู้ป่วยตกเตียงนั้น ซึ่งจนทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายถึงกับได้รับบาดเจ็บอย่างรุ้นแรง ทั้งๆที่พยาบาลรู้ว่าผู้ป่วยมีอาการสับสนแต่เขากลับละเลยความรอบคอบส่วนตรงนี้ ที่จะไม่ผูกยึดผู้ป่วยไว้นั้น ซึ่งประเด็นนี้เป็นความผิดของพยาบาลโดยตรง แต่ถ้าเราลองมองหน้าที่การงานของพยาบาลโดยรวมแล้วค่อนข้างมากและมีพยาบาลน้อย ซึ่งส่วนนี้เขาอาจหลงลืมได้ เพราะเขาต้องดูเล ทำการรักษาผู้ป่วยท่านอื่นที่รีบด่วนจนเขาลืมผูกยึดผู้ป่วยรายนั้นได้
การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด หรือไม่อย่างไร
การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นหนูคิดว่าเป็นความผิดค่ะ เพราะพยาบาลก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ป่วยมีอาการสับสนแต่พยาบาลก็ไม่ผูกยึดผู้ป่วยไว้กับเตียงซึ่งเป็นการบกพร่องในหน้าที่ โดยการประมาทเป็นเหตุให้ผู้ป่วยตกเตียง ส่วนเรื่องการที่ผู้ป่วยมีแผลกดทับในทางการพยาบาลนั้นทุกๆ2 ชั่วโมงต้องมาการผลิกตัวผู้ป่วยอยู่เสมอดังนั้นส่วนตรงนี้ดิฉันก็ไม่รู้ว่าพยาบาลคนนั้นดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดหรือเปล่า
เป็นความผิดของพยาบาลค่ะ ที่มีความประมาทเลินเล่อ ขาดความระมัดระวัง ทั้งๆที่รู้ว่าผู้ป่วยมีอาการสับสน ระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด แต่พยาบาลก็ไม่ผูกยึดผู้ป่วยกับเตียง เพียงเพราะพยาบาลอาจจะคิดว่า ผู้ป่วยมาพักที่เตียงใกล้ๆที่ทำงานของตน จึงน่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่รอบคอบที่จะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก เพราะถ้าผู้ป่วยไม่ตกเตียง ก็ไม่ต้องผ่าตัดกระดูกสะโพก ไม่ต้องมีแผลกดทับจนต้องติดเชื้อลุกลาม ผู้ป่วยก็จะสามารถล้างไตได้ ไม่เกิดภาวะไตวาย และสามารถมีชีวิตอยู่ได้ต่อไป
จากเคสนี้ เป็นความผิดที่สามารถยกมาตราจากการประมวลกฎหมายอาญาได้ดังนี้
1.มาตรา 59 “ กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่”
2.มาตรา 300 “ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”
3.มาตรา 307
“ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
4.มาตรา 390 “ผู้ใดกระทำประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ตามการประมวลกฎหมายอาญาทั้ง 4 มาตรา พยาบาลมีความผิด ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น พยาบาลนั้นหาได้ใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบเพียงพอตามวิสัยไม่ ตามเหตุการณ์แล้วถ้าพยาบาลผูกยึดผู้ป่วย ก็คงไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่พยาบาลก็หาได้ทำไม่ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่กระทำได้แต่ไม่กระทำ จึงถือได้ว่ามีความผิดฐานกระทำการณ์โดยประมาทเลินเล่อทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสียหายแก่ร่างกายและชีวิต
การกระทำโดยประมาท นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายแพ่งอีกด้วย ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพ อาจต้องรับผิดฐานละเมิด ตามบทบัญญัติประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
นอกจากนี้ผู้ป่วยผู้ป่วยยังผิดจริยธรรมวิชาชีพอีกหลายข้อ เช่น การไม่ทำอันตราย การทำประโยชน์เกื้อกูล เป็นต้น
จากคำถามการกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด หรือไม่อย่างไร
การที่ไม่มีการผูกยึดผู้ป่วยไว้ ต่อมาผู้ป่วยพยายามลูกขึ้นจากเตียง และตกจากเตียงทำให้กระดูกสะโพกข้างขวาหัก และเกิด แผลกดทับที่ก้นกบของผู้ป่วย และการที่ผู้ป่วยนอนตกเตียง จนเสียชีวิตนั้น เป็นความผิดของพยาบาลคือ
หลักกฎหมาย : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนาเว้นแต่จะได้กระทำความโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิด เมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
จรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาลต่อประชาชน -ประกอบวิชาชีพด้วยความมีสติ ตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
- พึงป้องกันภยันตรายอันจะมีผลต่อสุภาพอนามัยของประชาชน
ตามข้อเท็จจริงแล้วพยาบาลผู้ดูแลจะต้องคอยดูแลพลิกตะแคงตัวเปลี่ยนท่าให้กับผู้ป่วยทุกๆ 2ชั่วโมงเนื่องจากผู้ป่วยจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และการปฏิบัติต่อผู้ป่วยนี้ก็เป็นบทบาทหน้าที่ที่พยาบาลพึงกระทำ หากพยาบาลผู้ดูแลได้กระทำการตามสมควรที่ควรพึงปฏิบัติแล้วอาจไม่มีการเกิดแผลดังกล่าวขึ้น ดังนั้น พยาบาลมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และมาตรา 291 และผิดหลักจริยธรรมในวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพด้วย
การกระทำของพยาบาล ถือว่าผิดทั้งในแง่จริยธรรมและกฏหมาย นั่นคือ
ทางด้านจริยธรรม พยาบาลผิดในด้านของความประมาท หลักของความไม่ซื่อสัตย์ ไม่มีความรอบคอบ รู้ทั้งรู้แล้วว่าผู้ป่วยมีอาการสับสน แน่นอนว่าเสี่ยงที่จะต้องมีการตกเตียงแต่ก็ไม่ทำการผูกมัด แต่นำมาไว้ใกล้ ๆ โต๊ะทำงานแทน ซึ่งมันก็มีส่วนดีที่ว่าผู้ป่วยไม่ต้องถูกมัด แต่พยาบาลไม่ได้คำนึงตรงที่ว่าตนเองต้องมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยคนอื่นอีก และไม่มีเวลาที่จะมาดูแลผู้ป่วยรายนี้ตลอดเวลา และต้องเดินไปที่อื่นไม่ใช่อยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลา จะเห็นว่าพยาบาลก็มีความระมัดระวัง แต่ยังไม่รอบคอบพอสำหรับผู้ที่เป็นพยาบาล
ทางด้านกฏหมาย แน่นอนถ้ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้น จะมีความผิด ในเมื่อวันที่ตกเตียงนั้นพยาบาลไม่ได้ทำการผูกมัด ต้องไม่มีการบันทึกกิจกรรมการพยาบาลอยู่แล้ว จึงไม่มีหลักฐานที่เป็นพยานเอกสารมาช่วยยืนยันแทนได้
สรุปว่าพยาบาลผิดค่ะ
เป็นความผิดของพยาบาลอย่างแน่นอน ผิดทางด้านจริยธรรมวิชาชีพ พยาบาลคนนี้ขาดความระมัดระวัง ความรอบคอบ ทำให้ผู้ป่วยได้รับความความเสียหาย พยาบาลบกพร่องในหน้าที่ และยังทำผิดมาตรฐานวิชาชีพ รู้ทั้งรู้ว่าผู้ป่วยมีการสับสนซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการตกเตียง พยาบาลก็ไม่ทำทำการยึดผู้ป่วยไว้กับเตียง ถึงแม้ว่าผู้ป่วยอยู่ใกล้กับห้องทำงานของตนเอง อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่สามารถรู้ได้ ดังนั้นพยาบาลจึงไม่ควรประมาท
การละเลยหน้าที่ของพยาบาลส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหาย ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจึงต้องระงับการล้างไตชั่วคราวเพื่อที่จะทำการผ่าตัด ซึ่งในที่สุดผู้ป่วยก็เสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยต้องเสียชีวิตเนื่องจากการกระทำของพยาบาล
จากเหตุการณ์ ถึงแม้จะย้ายเตียงมาที่ใกล้โต๊ะพยาบาลก็จริงแต่พยาบาลก็ยังประมาทอยู่ดีเป็นเหตุให้คนไข้ได้รับอุบัติเหตุ ดังนั้นพยาบาลจึงมีความผิด
ตามหลักกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนาเว้นแต่จะได้กระทำความโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิด เมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
จรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาลต่อประชาชน
-ประกอบวิชาชีพด้วยความมีสติ ตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
- พึงป้องกันภยันตรายอันจะมีผลต่อสุภาพอนามัยของประชาชน
กรณีแผลกดทับที่ก้นกบอาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นเหตุให้ต้องอยู่ในท่าเดียวเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งในข้อนี้ตามข้อเท็จจริงแล้วพยาบาลผู้ดูแลจะต้องคอยดูแลพลิกตะแคงตัวเปลี่ยนท่าให้กับผู้ป่วยทุกๆ 2ชั่วโมงเนื่องจากผู้ป่วยจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และการปฏิบัติต่อผู้ป่วยนี้ก็เป็นบทบาทหน้าที่ที่พยาบาลพึงกระทำ หากพยาบาลผู้ดูแลได้กระทำการตามสมควรที่ควรพึงปฏิบัติแล้วอาจไม่มีการเกิดแผลดังกล่าวขึ้น ดังนั้น พยาบาลมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และมาตรา 291 และผิดหลักจริยธรรมในวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพด้วย
จากเหตุการณ์ ถึงแม้จะย้ายเตียงมาที่ใกล้โต๊ะพยาบาลก็จริงแต่พยาบาลก็ยังประมาทอยู่ดีเป็นเหตุให้คนไข้ได้รับอุบัติเหตุ ดังนั้นพยาบาลจึงมีความผิด
ตามหลักกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนาเว้นแต่จะได้กระทำความโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิด เมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
จรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาลต่อประชาชน
-ประกอบวิชาชีพด้วยความมีสติ ตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
- พึงป้องกันภยันตรายอันจะมีผลต่อสุภาพอนามัยของประชาชน
กรณีแผลกดทับที่ก้นกบอาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นเหตุให้ต้องอยู่ในท่าเดียวเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งในข้อนี้ตามข้อเท็จจริงแล้วพยาบาลผู้ดูแลจะต้องคอยดูแลพลิกตะแคงตัวเปลี่ยนท่าให้กับผู้ป่วยทุกๆ 2ชั่วโมงเนื่องจากผู้ป่วยจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และการปฏิบัติต่อผู้ป่วยนี้ก็เป็นบทบาทหน้าที่ที่พยาบาลพึงกระทำ หากพยาบาลผู้ดูแลได้กระทำการตามสมควรที่ควรพึงปฏิบัติแล้วอาจไม่มีการเกิดแผลดังกล่าวขึ้น ดังนั้น พยาบาลมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และมาตรา 291 และผิดหลักจริยธรรมในวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพด้วย
จากคำถามการกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด หรือไม่อย่างไร
การที่ไม่มีการผูกยึดผู้ป่วยไว้ ต่อมาผู้ป่วยพยายามลูกขึ้นจากเตียง และตกจากเตียงทำให้กระดูกสะโพกข้างขวาหัก และเกิด แผลกดทับที่ก้นกบของผู้ป่วย และการที่ผู้ป่วยนอนตกเตียง จนเสียชีวิตนั้น เป็นความผิดของพยาบาลคือ
1.มาตรา 59 “ กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่”
2.มาตรา 300 “ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”
3.มาตรา 307
“ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
4.มาตรา 390 “ผู้ใดกระทำประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ตามการประมวลกฎหมายอาญาทั้ง 4 มาตรา พยาบาลมีความผิด ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น พยาบาลนั้นหาได้ใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบเพียงพอตามวิสัยไม่ ตามเหตุการณ์แล้วถ้าพยาบาลผูกยึดผู้ป่วย ก็คงไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่พยาบาลก็หาได้ทำไม่ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่กระทำได้แต่ไม่กระทำ จึงถือได้ว่ามีความผิดฐานกระทำการณ์โดยประมาทเลินเล่อทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสียหายแก่ร่างกายและชีวิต
การกระทำโดยประมาท นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายแพ่งอีกด้วย ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพ อาจต้องรับผิดฐานละเมิด ตามบทบัญญัติประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
การกระทำของพยาบาล ถือว่าผิดทั้งในแง่จริยธรรมและกฏหมาย นั่นคือ
ทางด้านจริยธรรม พยาบาลผิดในด้านของความประมาท หลักของความไม่ซื่อสัตย์ ไม่มีความรอบคอบ รู้ทั้งรู้แล้วว่าผู้ป่วยมีอาการสับสน แน่นอนว่าเสี่ยงที่จะต้องมีการตกเตียงแต่ก็ไม่ทำการผูกมัด แต่นำมาไว้ใกล้ ๆ โต๊ะทำงานแทน ซึ่งมันก็มีส่วนดีที่ว่าผู้ป่วยไม่ต้องถูกมัด แต่พยาบาลไม่ได้คำนึงตรงที่ว่าตนเองต้องมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยคนอื่นอีก และไม่มีเวลาที่จะมาดูแลผู้ป่วยรายนี้ตลอดเวลา และต้องเดินไปที่อื่นไม่ใช่อยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลา จะเห็นว่าพยาบาลก็มีความระมัดระวัง แต่ยังไม่รอบคอบพอสำหรับผู้ที่เป็นพยาบาล
จากคำถาม การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด หรือไม่อย่างไร
1. การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิดค่ะ
เป็นความผิดกฎหมายทางอาญา
ความผิดฐานทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลยผู้ป่วย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307
“ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
องค์ประกอบความผิด
1.มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือคนวิกลจริต
2.ปล่อยปละละเลยผู้ป่วยผู้ป่วย
จรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาลต่อประชาชน
-ประกอบวิชาชีพด้วยความมีสติ ตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
- พึงป้องกันภยันตรายอันจะมีผลต่อสุภาพอนามัยของประชาชน
การกระทำของพยาบาลนั้นถือว่ามีความผิด เนื่องจากว่าการที่พยาบาลปล่อยปะละเลยหน้าที่ของตนที่ควรปฏิบัติกับผู้ป่วยในเรื่องของการไม่ผูกยึดไว้จนทำให้ผู้ป่วยตกเตียงและเสียชีวิตในที่สุด ทั้งๆที่รู้ว่าผ้ป่วยมีความสับสน ซึ่งเป็นความประมาทและขาดความรอบคอบของพยาบาลเอง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักหน้าที่ของตนเองไม่ตกอยู่ในความประมาท
การกระทำดังกล่าวของพยาบาล คิดว่ามีส่วนผิด เพราะพยาบาลปล่อยปละละเลยผู้ป่วยในการดูแลผู้ป่วย ไม่ระมัดระวังในการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยซึ่งการกระทำที่แสดงถึงการปล่อยปละละเลยคือความประมาทที่ไม่ผูกผู้ป่วยไว้กับเตียงจึงทำให้ผู้ป่วยตกเตียง เกิดการบาดเจ็บขึ้นกับผู้ป่วย ซึ่งตรงกับ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ
ประมวลกฎหมาย307ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาต้องดูแลผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้ เพราะอายุ ความป่วยเจ็บ กายพิการหรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ
การกระทำดังกล่าวของพยาบาลนั้นเป็นความผิด
เป็นความผิดกฎหมายทางอาญา
ความผิดฐานทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลยผู้ป่วย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307กล่าวว่า
ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
องค์ประกอบความผิดที่พยาบาลจะต้องปฎิบัติในการดูแลผู้ป่วย
1.มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ
ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือคนวิกลจริต
2.ปล่อยปละละเลยผู้ป่วยผู้ป่วย
2.ถ้าบุคลากรไม่พอ หรือมีบุคลกรเพียงพอ แต่ไม่ระมัดระวัง ไม่ตระหนักในหน้าที่ก็ น่าจะมีการผูกมัดไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวด้วย
จากกรณีศึกษาดังกล่าวข้างต้นเป็นความผิดของพยาบาล ซึ่งทำการพยาบาลด้วยความประมาทเลินเล่อ ขาดความระมัดระวัง ทั้งๆที่รู้ว่าผู้ป่วยมีอาการสับสน แต่พยาบาลก็ไม่มีการผูกยึดผู้ป่วยกับเตียงหรือพยาบาลเพียงคิดว่าได้นำผู้ป่วยมาอยู่ใกล้กับที่ทำงานของพยาบาลก็เลยลืมตระหนักส่วนนี้ไป โดยไม่คิดให้รอบคอบที่จะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก เพราะถ้าหากผู้ป่วยไม่ตกเตียง ก็ไม่ต้องผ่าตัดกระดูกสะโพก ไม่ต้องมีแผลกดทับจนต้องติดเชื้อลุกลาม ผู้ป่วยก็จะสามารถล้างไตได้ ไม่เกิดภาวะไตวาย
จากกรณีศึกษาดังข้างต้นเป็นความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้
1.มาตรา 59 “ กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่”
2.มาตรา 300 “ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”
3.มาตรา 307“ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
4.มาตรา 390 “ผู้ใดกระทำประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ตามการประมวลกฎหมายอาญาทั้ง 4 มาตรา พยาบาลมีความผิด ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น พยาบาลนั้นหาได้ใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบเพียงพอตามวิสัยไม่ ตามเหตุการณ์แล้วถ้าพยาบาลผูกยึดผู้ป่วย ก็คงไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่พยาบาลก็หาได้ทำไม่ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่กระทำได้แต่ไม่กระทำ จึงถือได้ว่ามีความผิดฐานกระทำการณ์โดยประมาทเลินเล่อทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสียหายแก่ร่างกายและชีวิต
การกระทำโดยประมาท นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพ อาจต้องรับผิดฐานละเมิด ตามบทบัญญัติประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”