จากกรณีศึกษาดังกล่าวข้างต้นเป็นความผิดของพยาบาล ซึ่งทำการพยาบาลด้วยความประมาทเลินเล่อ ขาดความระมัดระวัง ทั้งๆที่รู้ว่าผู้ป่วยมีอาการสับสน แต่พยาบาลก็ไม่มีการผูกยึดผู้ป่วยกับเตียงหรือพยาบาลเพียงคิดว่าได้นำผู้ป่วยมาอยู่ใกล้กับที่ทำงานของพยาบาลก็เลยลืมตระหนักส่วนนี้ไป โดยไม่คิดให้รอบคอบที่จะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก เพราะถ้าหากผู้ป่วยไม่ตกเตียง ก็ไม่ต้องผ่าตัดกระดูกสะโพก ไม่ต้องมีแผลกดทับจนต้องติดเชื้อลุกลาม ผู้ป่วยก็จะสามารถล้างไตได้ ไม่เกิดภาวะไตวาย

จากกรณีศึกษาดังข้างต้นเป็นความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้

1.มาตรา 59 “ กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่”

2.มาตรา 300 “ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

3.มาตรา 307“ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้เพราะอายุ ความเจ็บป่วย กายพิการ หรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งดูแลตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

4.มาตรา 390 “ผู้ใดกระทำประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ตามการประมวลกฎหมายอาญาทั้ง 4 มาตรา พยาบาลมีความผิด ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น พยาบาลนั้นหาได้ใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบเพียงพอตามวิสัยไม่ ตามเหตุการณ์แล้วถ้าพยาบาลผูกยึดผู้ป่วย ก็คงไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่พยาบาลก็หาได้ทำไม่ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่กระทำได้แต่ไม่กระทำ จึงถือได้ว่ามีความผิดฐานกระทำการณ์โดยประมาทเลินเล่อทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสียหายแก่ร่างกายและชีวิต

การกระทำโดยประมาท นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพ อาจต้องรับผิดฐานละเมิด ตามบทบัญญัติประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”