ผมบันทึกการเรียนรู้ของปีที่แล้วไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/thaikm/56524      ปีนี้ผมได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นอีก     ได้แก่
1. ในญี่ปุ่นมีกลุ่มคนญี่ปุ่นที่เรียกว่า Buraku อยู่ประมาณ 9 แสนคน    เป็นคนญี่ปุ่น แต่ถูกเหยียดหยามทางสังคม หรือถูกเลือกปฏิบัติ      คนในประเทศญี่ปุ่นที่ถูกเลือกปฏิบัติอีกกลุ่มหนึ่งคือคนเกาหลี     ที่อพยพไปอยู่ในประเทศญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
2. แนวคิดเรื่องความมั่นคง (security) มีหลายด้าน  ได้แก่
      • ความมั่นคงของประเทศ
      • ความมั่นคงของสังคม
      • ความมั่นคงของมนุษย์
3. การทำ data collection / data management ของเรื่องทางสังคม โดยใช้การถ่ายภาพยนตร์ หรือวิดีทัศน์    แล้วสามารถนำข้อมูลในรูปของภาพยนตร์ มานำเสนอเป็นเรื่องราวได้นับร้อยแบบ     รวมทั้งสามารถแจกจ่ายให้ผู้อื่นนำไปใช้ได้ด้วย    ถือเป็นการเก็บ social data ที่ดีรูปแบบหนึ่ง
4. การมองมาตรการคุ้มครองสาธารณชนจากสื่อที่ไม่เหมาะสม  เช่นการเซ็นเซ่อร์ภาพยนตร์  ด้วยมาตรการทางกฎหมาย  เทียบกับมาตรการทางวัฒนธรรมที่สาธารณชนมีส่วนสร้างการยอมรับหรือไม่ยอมรับภาพยนตร์ที่มีฉากหรือเนื้อหาบางแบบ     ผมได้เรียนรู้ว่าการเซ็นเซ่อร์ในแบบไทย กรรมการมักเน้นเซ็นเซ่อร์ภาพโดยไม่มองที่บริบทองค์รวมของภาพยนตร์     หรือเน้นเซ็นเซ่อร์ฉากบางฉาก ไม่มองทั้งเรื่อง  
5. ผมได้มุมมองว่าเมืองกับชนบทอิงอาศัยกัน    เมืองอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีชนบททำหน้าที่เกื้อกูล
6. ในประเทศญี่ปุ่นมีเด็กที่ “ไร้สถานะทางกฎหมาย” เพราะเกิดจากแม่ที่เป็นคนต่างชาติที่มีลูกกับคนญี่ปุ่นโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส     จำนวนหนึ่งของเด็กเหล่านี้เป็นเชื้อสายไทย     
7. น่าจะมีการจัดการที่ทำให้เกิดความร่วมมือ เกิด synergy ระหว่าง API fellow ในปีเดียวกันหรือต่างปี     ทั้งในประเทศเดียวกันและ API fellow จากต่างประเทศกัน     จะทำให้เกิดผลเพิ่มขึ้นจากเงินจำนวนเท่ากัน

วิจารณ์ พานิช
5 พ.ย. 50