คนเรานั้นเกิดมามีเพียงร่างกายหลังจากนั้นจึงมาหาสิ่งปกปิดร่างกายเพื่อป้องกันการน่าเกลียด แต่กฏเกรณ์ต่างๆนั้นล้วนแล้วมาคิดกันทีหลัง ตำแหน่งหน้าที่การงาน ยศฐาบรรดาศักดิ์ ความร่ำรวยนั้นแท้ที่จริงนั้นล้วนอุปโลกกันขึ้นมาเอง บ้างก็หลงไหลในสิ่งต่างเหล่านี้ซึ่งเป็นเปลือกบ้างก็ทุ่มเทตัวเองเพื่อสิ่งนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วนั้นมนุษย์ก็ต้องการเพียงแค่อิ่มท้องไม่ขัดสนไม่ป่วยสรุปแล้วก็คือตัวเราไม่เดือดร้อน แต่บางคนนั้นแสวงหาเพื่อหน้าตาเพื่อคนจะมองว่าตัวเองนั้นดีรวยเป็นที่ยอมรับ แต่สังคมก็แปลกนะที่มักยอมรับเฉพาะคนที่มีเปลือกเหล่านี้ แทนที่จะยอมรับในคุณงามความดี การกระทำที่ดีมีประโยชน์แต่กลับไปซูฮกกับผู้ที่มีแต่เปลือก บางคนบอกว่า อ๋อ...คนนี้เหรอ...แต่งตัวไปอย่างนั้นเองแหละแต่ที่แท้นะมีแต่เปลือก(แต่คำว่ามีแต่เปลือกของคนนี้หมายถึงไม่มีอะไรเลยมีแต่ความยากจน) จริงๆแล้วคำว่าเปลือกนี้น่าจะหมายถึงเงินทองยศฐาบรรดาศักดิ์มากกว่า บางคนก็ยกยอปอปั้นให้คนที่รำรวยแต่เมื่อเดินผ่านคนจน (เขาคิดไปเองว่าจน) เขากลับทำเป็นเฉยเมย คนส่วนมากนั้นล้วนแล้วแต่ใช้บรรทัดฐานของตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วเที่ยวไปตัดสินคนอื่นว่าเป็นหย่างโน้นเป็นอย่างนี้ ความสุขที่แท้จริงนั้นคือความไม่วุ่นวายสงบสุขไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆ บางคนก็คิดว่าบ้าหรือเปล่าที่คิดอย่างนี้ สังคมทุกวันนี้ที่วุ่นวายกันนั้นก็เป็นเพราะ การที่ไม่รู้จักพอ แสวงหาและติดบ่วงแร้วที่ตัวเองได้สร้างไว้ แล้วก็หลงทางออกไปจากสัจธรรมแห่งชีวิต ทุกคนต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอยู่ในแดนขบเคี่ยวเคี้ยวฟัน และอุปโลกตัวเองว่าเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้และ คิดว่าตัวเองนั้นดีกว่าคนอื่นเสมอ บางคนเกิดมาเพื่อที่จะเสวยสุขหรือไม่ก็เกิดมาเพื่อเสวยสุขขณะเดียวกันก็เพื่อสร้างเวรสร้างกรรม(โดยเฉพาะ) ทำบาปทำร้ายคนอื่นที่ไม่มีทางสู้ ไม่ให้โอกาสคนที่มีโอกาสน้อยกว่าตัวเอง เหยียบย่ำซ้ำเติมคนที่ล้มลง แต่ขณะเดียวกันก็มีคนส่วนใหญ่ที่เกิดมาเพื่อให้คนอื่นมาเสวยสุขบนหลังของตัวเอง และมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ มีชนชั้นสูง ชนชั้นต่ำ แต่นี้เป็นเพียงแค่ความสุขบนโลกนี้เท่านั้น แต่ความสุขที่แท้จริงนั้นคือความสุขหลังความตาย และ ชีวิตหลังความตายก็มีเพียงสองชนชั้นเท่านั้นก็คือ ชนชั้นของคนทำความดี คือ สวรรค์นิรันดร์ และ ชนชั้นของคนบาป หรือ ตกบึงไฟนรกนิรันดร์เช่นกัน
ดีค่ะ เป็นบทความที่สั้นอ่านแล้วเข้าใจง่าย
หลังความตาย...สิ่งที่จะนำติดตัวไปได้ก็มีเพียง กรรมดี และกรรมชั่ว ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดการเดินทางต่อของเรา
แม้แต่ทรัพย์สินสมบัติ เงินทอง ที่ขวนขวายกันมาตลอดชีวิตก็ยังไม่สามารถนำติดตัวไปได้เลย
ดีมากครับ ..
เป็นสัจธรรมที่มนุษย์มองข้าม แต่บางคนรู้และไม่ยอมเข้าใจ หรือปิดหูปิดตาเพราะว่าเอาใจตัวเองเป็นใหญ่ คนแบบนี้มักมองไม่เห็นใครในสายตาแต่เมื่อรู้ตัวก็สายเกินไปเมื่อต้องพบชีวิตหลังความตายที่น่ากลัว...