KM เกิดได้ทุกที่ และบางครั้งเกิดโดยที่เราก็ยังไม่รู้เลยว่านี่คือ KM หากเรารู้หลักของการทำ KM การพัฒนางานจะทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเรา องค์กร รวมถึงสังคมอย่างมากมายเลยค่ะ

สวัสดีค่ะ

วันนี้อยากเล่าสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ KM  เพราะดิฉันและเจ้าหน้าที่ในฝ่ายกิจกรรมพิเศษเพิ่งกลับมาจากการไปแนะนำเรื่องอาหารและโภชนาการที่บ้านเกรด้ามาค่ะ    ส่วนรายละเอียดความเป็นมาเป็นไปของโครงการที่บ้านเกรด้า คุณสุภาพร เพ็งโนนยางเจ้าของโครงการคงจะมาเล่ามาให้ฟังโดยละเอียดด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งค่ะ

ขอเกริ่นก่อนว่าโครงการท่าจีนของเรากำลังจะจัดทำ  KM ในทีมสหสาขาวิชาชีพของผู้ดูแลการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ พยาบาล นักโภชนาการ และอาสาสมัครผู้ติดเชื้อ ในช่วงปลายเดือนมกราคมปีหน้าที่จะถึงค่ะ ช่วงนี้ดิฉันเลยต้องทบทวนความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ  และพอนึกย้อนไปย้อนมาทำให้นึกได้ว่าเรากำลังทำ KM อยู่นะ ในขณะที่เราเตรียมกิจกรรมที่บ้านเกรด้าครั้งนี้นี่แหละ

ตามหลักของการทำ KM นั้นหลายท่านคงพอทราบว่าเรามักจะนำเอาความสำเร็จจากแหล่งต่างๆซึ่งเป็น Tacit Knowledge หรือความรู้ที่ได้จากการทำ การปฎิบัติ จนเชื่อมั่นว่าดีหรือประสบความสำเร็จได้ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกัน แล้วนำไปต่อยอดหรือปรับให้เข้ากับบริบทงานของเราเพื่อให้เกิดการพัฒนางานให้เร็วและประสบผลสำเร็จ

ซึ่งการจัดกิจกรรมที่บ้านเกรด้าในครั้งนี้ เราต้องจัดกิจกรรมเรื่องอาหารและโภชนาการให้ทั้งเด็กๆ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 3-15 ปี รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ทำอาหาร-ห้องพยาบาล ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กให้เห็นถึงความสำคัญของอาหารและโภชนาการ 

 

เราประชุมกันในทีมใหญ่ ทั้งคุณหมอนิตยา พี่สมทรง คุณสุภาพร คุณจินตณา ดิฉัน และเจ้าหน้าที่อื่นในทีมที่จะยกพลไปช่วยกันในครั้งนี้ โดยที่คุณสุภาพรเองก็ออกตัวว่าไม่ค่อยมั่นใจในกิจกรรมสำหรับเด็กกลัวว่าเด็กจะไม่สนุกเพราะยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในด้านนี้มาก

ดิฉันและคุณจินตณาพอจะมีประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมแบบนี้มาก่อน จากที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ ทั้งงานชมรม งานค่าย และงานสอนกลุ่ม เช่น กิจกรรม DM Class และเคยมีโอกาสติดตามด.ร.วัลลา ตัณตโยทัย ในการไปทำ KM ในที่ต่างๆ ซึ่งถึงแม้ในปัจจุบันท่านจะเป็นคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แต่ก็ทราบว่าท่านยังคงขึ้นเหนือล่องใต้อย่างสม่ำเสมอเพื่อทำ KM เรื่องเบาหวานค่ะ

หลังกลับจากบ้านเกรด้า ดิฉันกลับมาย้อนคิดว่าจริงๆแล้วเรากำลังทำ KM โดยที่เราไม่รู้เนื้อรู้ตัวนะนี่ กล่าวคือเราแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในทีม และช่วยกันเซตกิจกรรมต่างๆที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับการเรียนรู้โดยดิฉันเล่ากิจกรรมต่างๆที่เคยทำมา เช่น การนำธงโภชนาการมาให้เด็กและเจ้าหน้าที่ได้เล่นเกมส์กัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่  เกมส์ภาพอาหารชนิดต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบทั้งพลังงานและคุณค่าของอาหารซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เคยใช้สอนเด็กๆเพื่อการดูแลน้ำหนักตัวที่โรงเรียนแม่พระฟาติมา   เกมส์ตลาดนัดเพื่อให้มีแนวคิดในการเลือกซื้ออาหารที่ดีสุขภาพ การจัดกิจกรรมอาหารจานสุขภาพในการจัด Cooking class สำหรับผู้ติดเชื้อที่ศูนย์วิจัย โดยให้ได้ทดลองตักอาหารจริงเพื่อให้เห็นภาพปริมาณอาหารที่เหมาะสมได้อย่างชัดเจน

คุณจินตณาเล่าถึงเกมส์ต่างๆที่จะนำมาใช้ให้เด็กๆเกิดความสนุก และการประยุกต์ความรู้ต่างๆทางด้านโภชนาการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

คุณหมอนิตยาและพี่สมทรง ทั้งสองท่านเนื่องจากความที่มีลูกเล็กหรืออยู่ในวัยใกล้เคียงกับเด็กๆที่บ้านเกรด้า ก็คอยช่วยเสนอไอเดียเรื่องข้อสอบหรือแบบประเมินกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกข้อสอบประเมินก่อนและหลังการอบรมที่เน้นรูปภาพเพื่อให้ง่ายกับเด็กๆ  การโยงรูปให้สัมพันธ์กันในกิจกรรมสุขอนามัยในอาหาร เช่นอาหารอะไรควรเก็บ อะไรควรทิ้ง

หลังจากแลกเปลี่ยนกันแล้วคุณสุภาพรเสนอไอเดียต่างๆเสริม เช่นการทำกราฟติดตามน้ำหนักและส่วนสูงเด็กๆที่มีสีสันสดใสเพื่อนำไปติดไว้ในแต่ละบ้านของเด็กๆ การวางแผนงาน การวางตัวผู้บรรยายและผู้ดูแลกิจกรรม และการนำเอาแบบประเมินหรือข้อสอบไปให้ลูกหลานเจ้าหน้าที่ในศูนย์วิจัยได้ทดลองทำ

ดิฉันคิดว่าใช่! นี่แหละคือ KM คือการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ต่างๆที่ทุกๆคนมีและร่วมกันวางแผนให้เข้ากับบริบทที่เรากำลังจะทำขึ้น

หลังจากระดมสมองคุณสุภาพรและทีมงานเบื้องหลังต้องเตรียมงานกันอย่างหนักเพราะอุปกรณ์ต่างๆที่จะนำไปใช้ค่อนข้างเยอะมาก แต่ผลที่ได้รับก็น่าชื่นใจอย่างยิ่ง ที่กิจกรรมและภาพงานต่างๆออกมาอย่างดีเยี่ยม ทั้งเด็กๆและเจ้าหน้าที่ในบ้านเกรด้ามีความสุข สนุกและยังได้ความรู้มากมาย ประเมินได้เลยค่ะจากการทำกิจกรรมกลุ่ม ต้องขอชื่นชมและปรบมือดังๆให้ทั้งคุณสุภาพรและทีมงานทุกท่าน ได้แก่คุณบอล คุณมด คุณนก และคุณส้ม ซึ่งช่วยในการออกไอเดีย ต่างๆ และช่วยแก้ไขสถานการณ์ไม่พึงประสงค์หลายๆอย่างที่เราคิดไม่ถึงกันอย่างเต็มที่ค่ะ

  

งานนี้คงต้องขอบคุณ KM ค่ะที่ทำให้งานของเราลื่นไหล ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันเกิดความสามัคคีและพลังในทีม นอกจากนี้ยังทำให้เกิดประโยชน์กับเด็กๆที่บ้านเกรด้าด้วยค่ะ  

จุรีย์พร จันทรภักดี

พยาบาลโภชนาการ โครงการท่าจีน

ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย