คิดเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น

คนเรานั้นสำคัญอยู่ที่ความคิด  คิดเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น  

ฉะนั้นแล้วเราจึงไม่อาจละเลย เพิกเฉยต่อความสำคัญของการคิดได้ เพราะทั้งชีวิตของเราย่อมวนเวียนอยู่กับสิ่งที่เราคิดตลอดเวลา และนั่นย่อมส่งผลถึงวิถีชีวิตของเราโดยตรง  เช่นนั้นแล้วจึงควรให้การคิดของเราเป็นไปตามทำนองคลองธรรม  ดังคำพ่อสอนที่ว่า... 
          
              
....การคิดการปฏิบัติให้ถูกให้ดีนั้น ก็คือการคิดและปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการ หลักวิชา หลักเหตุผล และหลักสุจริตธรรม  ผู้มุ่งหมายจะสร้างสรรค์ประโยชน์และความเจริญ จึงควรพยายามปฏิบัติฝึกฝนตนเองให้มีความคิดจิตใจที่เที่ยงตรง และมั่นคงเป็นกลาง  เป็นอิสระจากอคติ ซึ่งมีหลักฝึกหัดที่สำคัญประกอบส่งเสริมกันอยู่สองข้อ  

            ข้อแรก ให้หัดพูด หัดทำ หัดคิด ด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทพลาดผิด และอคติต่างๆ มิให้เกิดขึ้น 
            ข้อสอง  ให้หัดใช้ปัญญาความฉลาดรู้เป็นเครื่องวิเคราะห์และวินิจฉัยเรื่องราว  ปัญหาต่างๆ ทุกอย่างที่จะต้องขบคิดแก้ไข  เพื่อช่วยให้เห็นเหตุ เห็นสาระได้ชัด และวินิจฉัยได้ถูกต้องเที่ยงตรงว่าข้อที่เท็จ ที่จริง ที่ถูก ที่ผิด ที่เป็นประโยชน์ ที่มิใช่ประโยชน์อยู่ตรงไหน  

            สติและปัญญาที่ได้ฝึกฝนใช้จนคล่องแคล่วเคยชินแล้ว จะรวมเข้าเป็นสติปัญญาที่จะส่งเสริมให้บุคคลสามารถคิดอ่านและประพฤติปฏิบัติได้ถูก ได้ดี ให้เกิดประโยชน์แก่ตน  แก่ส่วนรวมได้สมบูรณ์พร้อมทุกส่วน  ... 

 ...พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร   วันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓๓ ( คัดลอกจาก...ภูมิพลอดุลยเดช. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา. คำพ่อสอน : ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับความสุขในการดำเนินชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์กรุงเทพ, ๒๕๕๐.)