การสร้างครอบครัวอบอุ่น

สรุป  การเรียนพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตนทำให้เกิดผลดีทำให้ข้าพเจ้ามีเป้าหมาย  การวางแผน  การปฏิบัติงาน  การประเมินและการปรับปรุงพฤติกรรมตนเองในเรื่องการสร้างครอบครัวมีสุขในกลุ่มการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืน  โดยการแนะนำแลกเปลี่ยนเรียนรู้  จากเรื่องเล่าเร้าพลังของ  คุณบุหงา  ชัยยะและเรื่องอุปสรรคการดำเนินชีวิตในกลุ่ม  การพัฒนาชีวิตที่ยั่งยืนของ  คุณวรุณศิริ  วิเศษสิงห์  เพื่อประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตครอบครัวที่มีความสุขกับการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการดำเนินชีวิตตนเองสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจร่วมกับครอบครัว  การทำงานและสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ โดย  คุณบุหงา  ชัยยะ   เรื่องการสร้างครอบครัวอบอุ่นได้แนะนำดังนี้1.  การมีเวลาให้ครอบครัว2.  การพาครอบครัวไปพักผ่อน3.  การพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล4.  การอบรมสั่งสอนบุตรในทางที่ถูกที่ควรอย่างสม่ำเสมอ5.  การใช้หลักการและเหตุผลในด้านอุปสรรคการดำเนินชีวิตโดย  คุณวรุณศิริ  วิเศษสิงห์  ได้แนะนำดังนี้1.  การตั้งสติก่อนตัดสินใจ2.  การพิจารณาทบทวนก่อนทำเสมอ3.  การหาวิธีแนวทางแก้ไขปัญหาจากทางเลือกโดยใช้สติปัญญาการหาข้อมูลและการปรึกษากับผู้รู้4.  ทำจิตใจให้สงบ5.  การให้อภัยผู้อื่น6.  การศึกษาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น7.  การหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อลดความขัดแย้ง8.  การให้ความเห็นอกเห็นใจชึ่งกันและกันทั้งบุคคลในครอบครัวและบุคคลรอบข้างคนอื่นๆจากการได้รับคำแนะนำของบุคคลทั้งสองได้ทดลองมีเป้าหมาย  การวางแผน  การปฏิบัติ  การประเมินและการปรับปรุงใช้ในชีวิตประจำวันในครอบครัว  การดำเนินชีวิตรู้สึกมีการเปลี่ยนพฤติกรรมสู่เป้าหมายและการวางแผนชีวิตได้เป็นอย่างดีเกิดความสุขต่อตนเอง  ครอบครัว  ผู้อื่นที่ห้องเรียน  ที่ทำงานชุมชนและสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นที่อยู่อาศัยมีการพัฒนาขึ้นจากอดีต                ข้าพเจ้าได้นำความรู้ไปใช้ในการทำงานโครงการฝึกอบรมตามชุมชนต่างๆ  เช่น  โครงการฝึกอบรมการทำสบู่สมุนไพร ณ  โรงเรียนดงสักงาม ต.ป่าไผ่  อ.ลี้  จ. ลำพูน  โดยนำเคล็ดวิชาจากภูมิปัญญาประสบการวิจารณญาน  การสร้างความรู้ยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร  การเรียนรู้ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโดยการแบ่งปันวิธีการทำสบู่สมุนไพรเพื่อนำไปโดยการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจากการเรียนรู้จากของวัตถุดิบในท้องถิ่นเช่น  มะขาม   ขมิ้น  บวบ  ดอกอันชัน  ส้ม  มะนาว  มะกรูดและน้ำผึ้ง    และได้นำการจัดการความรู้  KM:Knowledge  Management   เรื่องความรู้KV:Knowledge  Vision   คือการนำความรู้ด้านวิสัยทัศน์ที่มาจากเรื่องเล่าเร้าพลังจากความสำเร็จการสร้างครอบครัวมีสุขและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการดำเนินชีวิตKS:Knowledge  Shairing  คือการนำความรู้มาเล่าสู่การฟังเกี่ยวกับประสบการณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับผู้บันทึกคือ  คุณลิขิต  และสมาชิกผู้ฟังKA:Knowledge  Asset  คือการนำความรู้จากคลังภูมิปัญญาที่ผ่านวิจารณญานปฏิภาณไหวพริบมาจัดการประยุกต์ใช้จากเรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายมาประยุคใช้ในชีวิตประจำวันเผยแพร่อย่างต่อเนื่องร่วมกับชุมชน  แบ่งปัน  ยกระดับความรู้นำไปใช้ได้กับทุกเรื่องด้วยความสุขสดชื่นและแจ่มใส                ขอกราบขอบพระคุณผู้สอนคือ  ดร.วิชากรณ์  ลังกาฟ้า  เป็นอย่างสูงที่ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้และขอขอบคุณทุกคนในครอบครัวตลอดจนเพื่อนร่วมเรียน  ร่วมงานทุก ๆ คนมา  ณ โอกาสนี้ด้วย                                                                                                                                                                 ขอบคุณค่ะ