การจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการเรียนร่วมในสถานศึกษา

1. ชื่อผลงาน  การเรียนร่วมโดยซีท  (SEAT  Framework)

2. สนองกลยุทธ์ด้านที่ 2 ด้านกลยุทธ์ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง

3.  แรงบันดาลใจและแนวคิดหลักในการออกแบบงาน             
จากการศึกษาผลการดำเนินงานของโรงเรียนในบทบาทโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมพบว่ายังไม่สามารถขจัดอุปสรรคบางประการในโรงเรียนที่เด็กพิการเข้ามาเรียนร่วมในด้านเจตคติของผู้เกี่ยวข้อง กระบวนการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุผลโดยมีความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้บทบาทของผู้บริหารมีผลต่อการจัดการศึกษามากที่สุด  ประกอบกับสภาพปัจจุบันมีเด็กที่มีความบกพร่องและรับเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติจำนวน
17 คนแยกเป็น บกพร่องทางด้านร่างกาย 1 คน, บกพร่องทางการได้ยิน1 คน,ออทิสซึม 1 คน ,บกพร่องทางสติปัญญา 4 คนและทางการเรียนรู้ 10 คน             
การบริหารจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท
(SEAT Framework)  เป็นการบริหาร      จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการเรียนร่วมในสถานศึกษาด้วยการนำนโยบายจากมาตรา 10 และ 15 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2 )พ.ศ.2545  สาระสำคัญกล่าวถึงการให้การศึกษาแก่คนพิการอย่างหลากหลายรูปแบบ เน้นการมีส่วนร่วม  การมีมิตรสัมพันธ์  และการปฏิสัมพันธ์กัน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กให้เหมาะสมกับวัย และศักยภาพ  ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมจึงนำรูปแบบการจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท(SEAT Framework)มาปรับเปลี่ยนระบบการจัดการศึกษาของโรงเรียน  โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อให้นักเรียนพิการหรือที่มีความบกพร่องได้รับการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ  อารมณ์  สังคม  และช่วยเหลือตนเอง
2. ครูสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
3. ผู้ปกครองและชุมชนมีความพึงพอใจในกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักเรียน
4. ครูมีความพึงพอใจ ในแนวทางการบริหารทั้งระบบโรงเรียน
5. ครูพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้เพื่อนักเรียนปกติ                  
การนำรูปแบบการจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework)   มาปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาของโรงเรียน ส่งผลให้เด็กพิการและเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ได้รับการเตรียมความพร้อม มีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง สามารถช่วยเหลือตนเองให้อยู่ในสังคมได้ และได้รับความพึงพอใจจากผู้ปกครองและชุมชนเป็นอย่างดียิ่ง ส่งผลให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีเจตคติที่ดีต่อบทบาทโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม และให้บริการแก่โรงเรียนอื่นๆ ที่มาศึกษาดูงานได้นำไปดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียน                   ครูมีความพึงพอใจ และมีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบตามแนวทางที่นำเสนอจะเห็นได้จากการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน  ที่เริ่มจากการประเมิน เก็บข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล ให้ความสำคัญต่อการสอนซ่อมเป็นรายบุคคล การแก้ปัญหาเฉพาะคนมีมากขึ้น  เช่น  ปัญหาการอ่าน-เขียนไม่คล่อง  ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย  ครูเพิ่มการติดต่อสื่อสารพบปะกับผู้ปกครองมากขึ้น  จะเห็นได้จากช่วงเวลาเช้า-เย็น  ครูจะสนทนากับผู้ปกครองเกี่ยวกับปัญหา และความก้าวหน้าของเด็ก ๆ ซึ่งเป็นภาพที่ข้าพเจ้าพอใจมาก              การดำเนินงานจนประสบผลความสำเร็จดังกล่าว  ซึ่งแม้จะเป็นการบริหารจัดการโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) เป็นการบริหาร แต่ปรับสภาพการดำเนินการให้มีความเหมาะสม ดังนี้              ระยะที่ 1 การจัดกิจกรรม ตามโครงสร้างซีท (SEAT Framework) โดยการ                   1) ประเมินผลการบริหารจัดการเรียนร่วมปีการศึกษา 2549                   2) เตรียมการและสร้างความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ปรับและเพิ่มเติมจากโครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนให้ความสำคัญ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ใช้กิจกรรมที่หลากหลายให้ครูทุกคนและผู้ปกครองมีส่วนร่วมกิจกรรมด้วยการประชุมชี้แจง อบรม  โดยเชิญวิทยากรภายนอกให้ความรู้  ใช้สื่อเพื่อให้เห็นตัวอย่างอย่างหลากหลาย  พาบุคลากรหลัก  ได้แก่  ได้แก่  ครูจัดการศึกษาพิเศษ  ครูที่มีเด็กพิเศษเรียนร่วมอยู่ในชั้นเรียนและผู้ปกครองไปศึกษาดูงาน  การดำเนินการด้วยวีนี้  ทำให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงและมีส่วนร่วม  ตระหนักในความสำคัญ และมีแนวทางในการร่วมพัฒนางาน                   3) ประเมินความก้าวหน้าเด็ก (ความต้องการพิเศษ) กลุ่มเดิมและคัดกรองเด็กทั่วไปที่มีปัญหาทางการเรียนรู้กลุ่มใหม่ ประสานงานการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต 10 และผู้ปกครองนักเรียน เพื่อส่งต่อให้นักเรียนได้รับความช่วยเหลือ                   4) วินิจฉัยความบกพร่องทางสติปัญญาร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษ วัดระดับเชาว์ปัญญา วัดความสามารถ เพื่อจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล                   5) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง  จะเล่าวิธีการทำงานให้ครูคนอื่น ๆ ได้รับรู้  ซึ่งวิธีการนี้ได้เพิ่มเติมจากโครงสร้างซีท (SEAT Framework)              ระยะที่ 2 การบริหารจัดการตามโครงสร้างซีท (SEAT Framework) ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกรอบการบริหาร ดังนี้                   1) ด้านนักเรียน(S-Students) เตรียมความพร้อมระหว่างนักเรียนที่มีความจำเป็นพิเศษกับนักเรียนปกติ ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจ สร้างความคุ้นเคยให้ความอบอุ่นและมีเมตตาธรรม                   2) ด้านการจัดสภาพแวดล้อม (E-Environment) ปรับสภาพแวดล้อมให้เด็กได้เรียนอย่างมีความสุขโดยผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน                   3) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน (A-Activities) ปรับหลักสูตร ทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) ใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน       การสอนเสริมในห้องทักษะทางวิชาการ ทักษะทางกิจวัตรประจำวันและทักษะทางนันทนาการ                     4) ด้านเครื่องมือ(T-Tools)  กำหนด นโยบาย วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการผู้รับผิดชอบ  จัดหาสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอื่นๆทางการศึกษา                   การที่โรงเรียนได้นำแนวทางของการบริหารจัดการทั้งระบบโรงเรียนจะเป็นการพัฒนาวิธีการบริหารจัดการ  โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง  การพัฒนาการเรียนการสอนซึ่งจะศึกษาต่อไปชื่อผู้นำเสนอ                    นางอำพร    สุทธัง   ที่อยู่                              โรงเรียนบ้านหนองดินดำกิ่งอำเภอน้ำขุ่น                                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 5                                     โทรศัพท์  0 4537 0237 / 08 1709 4050                                                                             e-mail address : [email protected]