1...... ก่อนเดินทาง (1) ก่อนจะไปสัมมนาเมืองจีนขอเล่าก่อนว่าไปไงมาไง............... ปกติข้าราชการของกรม ฯ ถ้าจะไปต่างประเทศโดยได้รับทุนจากประเทศเจ้าภาพน่ะจะถูกคัดเลือกจากบัญชีผู้สอบภาษาอังกฤษของกรม ฯ ตามลำดับซึ่งจะจัดสอบทุก ๆ ปี แต่อาจมีกรณีอื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้บัญชีนี้ เช่นการไปปฏิบัติราชการ ณ ต่างประเทศ หรือไปประชุม สัมมนา ซึ่งขั้นตอนจะต่างออกไป กรณีนั้นไม่ขอกล่าวถึงนะ เอาล่ะเมื่อเราสอบขึ้นบัญชีแล้วและเมื่อมีทุนต่างประเทศมากรม ฯ จะดูจากบัญชีแล้วเลือกเป็นตัวแทนกรม ฯ ประมาณ 1-2 คน แล้วแต่เงื่อนไข ไปสอบภาษาอังกฤษสำหรับอีกครั้ง ณ สถาบันพัฒนาความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (กรมวิเทศสหการเดิม) ซึ่งอาจมีผู้เข้าสอบหลายคน จากหลายกรม หรือหลายกระทรวงตามแต่ทุนนั้นเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ข้อสอบก็มีทั้ง Reading และ Listening คะแนนที่ผ่านถ้าเป็นทุนของประเทศแถบเอเชีย 50% ยุโรป 60% ยกเว้นเนเธอร์แลนด์ 70% ตามเงื่อนไขนี้เราก็ไปสอบทุนรัฐบาลจีน หลักสูตร “Seminar on Small Farmer Adapting Global Market” ที่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) พร้อมกับน้องอีกคนจากสำนักจัดการคุณภาพสินค้าเกษตร วันนั้นวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2550 เราอบรมการพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ รอบ 2 ของกรม ฯ อยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี พอดีวันนั้นวันหยุดไม่มีอบรม เลยขอลาไปสอบที่สำนักฯ แถวสะพานขาว สอบข้อเขียน 2 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 09.00 น. – 11.00 น. แต่เจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าห้องสอบก่อน 15 นาทีเพื่อชี้แจงการสอบ และเขียนชื่อพร้อมหมายเลขประจำตัวสอบ (ดูที่หน้าห้องสอบก่อนว่าเราได้หมายเลขอะไรก็นั่งตามหมายเลขนั้น) สอบข้อเขียนเสร็จจะพัก 5 นาทีกลับเข้ามาสอบการฟัง ใช้เวลาในช่วงนี้อีกประมาณ 45 นาที เป็นอันว่าเสร็จ จะไม่เล่ารายละเอียดมากนะ สอบเสร็จแล้วก็รอฟังผล โดยปกติก็วันอังคาร หรือพุธในสัปดาห์ต่อมา สามารถโทรถามได้ว่าเราได้คะแนนเท่าไหร่ แต่ถ้าคนไหนสอบผ่านต้องมาดูอีกทีว่าสอบได้ที่เท่าไหร่ ถ้าทุนสนับสนุนแค่ 2 คน เค้าก็เสนอชื่อคนที่ได้ที่ 1 ที่ 2 ให้แหล่งทุนพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย เจ้าหน้าที่จากสำนัก ฯ จะแฟกซ์แบบฟอร์มสมัครรับทุนให้กรอก พร้อมกันไปด้วย แต่ตอนที่เราไปสอบปรากฎว่าบ่ายวันที่ 24 (วันที่สอบนั่นแหละ) เราได้รับโทรศัพท์เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศบอกว่าเราสอบผ่านและได้แฟกซ์ใบสมัครพร้อมทั้งแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ ให้ที่สำนักงานแล้ว และให้เรารีบกรอกใบสมัครพร้อมสำเนาหนังสือเดินทางราชการ ส่งให้เจ้าหน้าที่ ที่สำนัก ฯ ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2550 เอาล่ะสิทำไงดีเพราะเราไม่ได้อยู่สำนักงาน แถมยังจำเบอร์ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีไม่ได้ อีก ....... โทรถามเบอร์แฟกซ์ที่ทำงานเพื่อนแล้วให้เค้าแฟกซ์ไปลงก่อนก็แล้วกัน แก้ปัญหาไปเปลาะหนึ่ง โอ้โห !! อะไรเนี่ยตัวหนังสือ เล้กกก เล็ก แถมไม่ชัดอีกต่างหาก ต้องนั่งพิมพ์ใบสมัครใหม่ พิมพ์ไปเดาไปเพราะตัวหนังสือเลือนมาก.... ต่อไปก็ต้องโทรศัพท์กลับไปที่บ้านให้ส่งพาสพอร์ตมาให้ต้องย้ำว่าเอาเล่มปกสีน้ำเงินเท่านั้นนะ แล้วใบรับรองแพทย์ก็หน้าศูนย์ ฯ นี่แหละเพราะโรงพยาบาลอยู่ข้างหน้านี่เอง อ้อ ไปรษณีย์ก็อยู่ใกล้ ๆ ด้วย ทันแน่ ๆ เตรียมใบสมัคร ใบรับรองแพทย์ให้เรียบร้อย แล้วรอพาสปอร์ต คิดว่าน่าจะทัน ส่งเอกสารเสร็จเรียบร้อยโทรบอกเจ้าหน้าที่เค้าด้วยเผื่อจะได้ตามเอกสารถูกน่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเห็นเงียบ ๆ ไป ตอนนี้ก็รอไปก่อนเพราะเมื่อได้เอกสารแล้วทางสำนักงานความร่วมมือ ฯ ต้องเสนอเอกสารให้แหล่งทุนพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย................ วันที่ 6 กันยายน 2550 ปิดอบรมคลื่นลูกใหม่แล้ว ระหว่างรอขึ้นเครื่อง น้องที่ทำงานโทรไปบอกว่ามีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตจีนโทรหาเราที่สำนักงาน ฯ ไม่ได้บอกด้วยว่าเรื่องอะไร น้องเค้าเลยบอกให้โทรเข้าเบอร์มือถือ ....... เรารออยู่ไม่เห็นโทรมาเลยนี่ เรื่องอะไรหว่า โทรกลับก็ไม่ได้เพราะเค้าไม่ได้ให้เบอร์ไว้ ไม่บอกชื่อด้วย รู้แต่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตเท่านั้น วันที่ 8 ก็ยังไม่โทรมา ทำไงดีเนี่ย โทรไปหาเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานความร่วมมือ ฯ ดีกว่าเผื่อจะได้ข้อมูล ..... โทรไปแล้วเจ้าหน้าที่เค้าก็ไม่รู้เรื่อง ดีที่ยังได้เบอร์โทรติดต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน ชื่อคุณ ชิจาง (Chi Gang) โทรไปสถานที่สถานทูต คุณ จาง บอกว่าประมาณอาทิตย์สุดท้ายของเดือนให้มาพบที่สถานทูต น้องเค้าบอกว่าเป็นกฎของสถานทูตว่าผู้ผ่านการพิจารณาต้องมีสัมภาษณ์ (เล็กน้อย) อะฮะ มีสัมภาษณ์ ด้วยเหรอ แล้วสัมภาษณ์ ภาษาอังกฤษซะด้วย ...........
บันทึกการเดินทางในเมืองจีน
หวัดดีครับ