เมื่อวันนั้นหลังจากสอบถาม วักฟอกคนในที่ทำการกองทุนเรียบร้อยก็มานั่งอยู่โต๊ะข้างในเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในที่นั้น ดูสิ่งต่างๆที่เกิดในกองทุน

มีสมาชิกท่านหนึ่งเข้ามาเพื่อเซ็นสัญญาเงินกู้ ขณะที่เซ็นก็พูดเล่นๆว่า "ถ้าไม่กู้เงินเดี๋ยวเป็นสมาชิกที่ไม่สมบูรณ์แบบมีแต่ฝากอย่างเดียว มากู้ด้วยจะได้มีดอกเบี้ยมาหมุนเวียนให้กองทุน" หลังจากเซ็นเสร็จก็หันหน้าเข้าวงสนทนาที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แล้วถามว่า "ดอกเบี้ยของที่นี่ถูกกว่าธนาคารหรือเปล่า ได้ยินดังนั้นคุณเทพพิทักษ์ก็ได้หยิบเครื่องคิดเลขมานั่งจิ้มไปจิ้มมาแล้วบอกว่าถูกกว่า เพราะเราคิดร้อยละ 8 ต่อปีเท่ากับร้อยละ 0.66 ต่อเดือน นังจิ้มอีกพักก็บอกว่า ต่อไปการคิดดอกเบี้ยการกู้ยืมจะเป็นแบบนี้คือ ถ้าเป็นกการกู้เงินออมทรัพย์คิดดอกเบี้ยปีละ 8 บาท กองทุนปีละ 9 บาท และธนาคารหมู่บ้านคิดปีละ 10 บาท ตามลำดับอย่างนี้ แต่อันนี้ยังไม่ไดรับมตินะ

แล้วคุณเทพพิทักษ์อธิบายต่อในเรื่องของการทำสัญญาว่า "ของกองทุนเราไม่ได้คิดค่าทำสัญญาครั้งแรกเหมือนกองทุนอื่นนะ ที่อื่นเค้าคิดค่าบริการเพื่อนำไปใช้ในการบริหาร 50 บาท ของหมู่นี้ไม่ได้อยู่ในค่าใช้จ่ายของผู้กู้เลย อันนี้เป็นการทำงานที่เสียสละของคณะกรรมการ รู้ไหมปีหนึ่งคณะกรรมการได้เงินไม่เกิน 900 บาท ตอนนี้กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่จะทำอย่างไร เพราะไม่คนคิดจะเข้ามาทำงานเพราะไม่มีผลประโยชน์ให้เค้าเลย คนที่ทำด้วยใจบางครั้งก็บ่นเป็นระยะๆเหมือนกันว่าทำงานแล้วมีแต่เข้าเนื้อ" "แต่ก็พยายามพูดให้เห็นถึงเป้าหมายของแต่ละคนอย่างเป็นผู้ใหญ่ดีเด่นเนี่ยก็ถือว่าเป็นรางวัลที่นิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว แต่ว่าการเป็นผู้ใหญ่บ้านไม่ได้เป็นครั้งละหลายๆคน เป็นได้ทีละคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นอาจจะต้องหาวิธีการจูงใจอย่างอื่นเพื่อให้มีคนมาทำงาน"

ก่อนจะกลับบ่านไป 3 วันขอเขียนลงไว้เท่านี้คิดว่าพอวันอังคารมาจะมีเรื่องราวมากมายมาเขียนแน่นอนเพราะโปรแกรมหยุด 3 วันนี้คือลงพื้นที่ทุกวัน โดยเฉพาะวันที่ 13 หมู่ที่ 2 มีการประชุมใหญ่น่าจะมีเรื่องรนาวดีมาเล่าให้ฟังกันต่อ