ผมเคยบันทึกเรื่องทำไมคนอินเดียจึงเก่ง http://gotoknow.org/blog/poldejw/128933 เพราะทึ่งในความเป็นคนที่มีความฉลาด โดยเฉพาะในเรื่องคณิตศาสตร์ ความเก่งในเรื่องภาษาและความคิดที่มีตรรกเป็นเฉพาะของชนชาติตนเอง ที่ลุ่มลึกยิ่งนัก
เมื่อไม่นานมานี้ ได้อ่านข่าวและข้อเขียนในหนังสือพิมพ์หลายชิ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้วนเป็นข่าวที่กล่าวถึงการรุกของคนอินเดียระดับผู้บริหารประเทศ ในการสร้างคนอินเดียรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพระดับโลกเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
คำถามในใจของผมที่ว่าทำไมคนอินเดียจึงเก่ง ในข่าวบอกว่า ในอดีตก็มีการปรารภแบบนี้ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดมาก่อนแล้ว
นาย Anand Mahindra รองประธานและผู้จัดการ Mahindra and Mahindra กรุ๊บซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของอินเดียในด้านผลิตรถยนตร์และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ได้เล่าว่าตนเคยไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดเมื่อปี 1974 ซึ่งขณะนั้นมีคนอินเดียเรียนที่ฮาวาร์ดไม่มากเลย และในปีนั้นเองอินเดียได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ เป็นข่าวไปทั่วโลกรวมทั้งในฮาวาร์ด เพื่อนนักศึกษาได้อุทานกับเขาว่า นึกว่าอินเดียจะยากจนเสียอีก......
นอกจากนั้นในการประชุมคณะผู้บริหาร Harvard Business School (HBS) ก็ได้มีการพูดว่า How come all Indians are so smart?
ไม่น่าเชื่อว่าคนอินเดียในปัจจุบันไปเป็นอาจารย์และนักศึกษาในฮาวาร์ดเพิ่มมากขึ้นหลายสิบเท่าตัวและจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยเพราะมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดเพิ่งอนุมัติการจัดตั้งSouth Asia Initiative(SAI) ที่จะมีผลต่อการพัฒนาคนอินเดียให้เป็นนักวิชาการ นักธุรกิจและนักบริหารมืออาชีพระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้
อินเดียทำได้อย่างไร ทำไมจึงมีการเปิดสอนภาษาสันสกฤตในฮาวาร์ดตั้งแต่ปี 1872และทำไม สหรัฐฯ จึงมองว่า อินเดียจะเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกในอนาคตอันใกล้
ขอหยุดไปเลี้ยงลูกก่อนครับ จะต่อวันหน้า
ด้วยความปรารถนาดี
ครับ น่าสนใจมาก
การที่ฮาวาร์ดรับแนวทางพัฒนาคนอินเดียอย่างจริงจัง จะทำให้คนอินเดียมีศักยภาพมากขึ้นอีกมาก แต่เดิมที่อยู่เฉพาะกลุ่มเล็กๆ จะขยายตัวสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นชนชั้นกลางที่มีความสามารถเหมือนกัน เข้าไปเป้นผู้บริหารระดับนานาชาติ
เคยมีคนแย้งว่า ก็อินเดียเป็นประเทศใหญ๋ มีประชากรมาก คนเก่งก็ต้องมากเป็นธรรมดา ผมว่าไม่ใช่นะครับ ไม่ได้เป้นสัดส่วนง่ายๆ แบบนั้น ยุโรปคนน้อยนิดเดียว คนเก่งเยอะแยะไปหมด
สวัสดีครับอาจารย์
ผมสงสัยว่าเพราะความจนทำให้ชาวอินเดียต้องใช้จินตนาการสูงหรือเปล่า
บันทึกของอาจารย์น่าติดตามมากเลยครับ
อินเดียเป็นประเทศที่สามารถจะเป็นมหาอำนาจได้
ไทยเราต้องดำเนินนโยบายให้ดีครับ พันหนึ่งร้อยล้าน กับ 62 ล้าน ไทยเรามีประชากรน้อยกว่ารัฐพิหารที่ถือว่ายากจนที่สุดของอินเดียครับ
สมัยเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ร.5 ทรงเลือกเสด็จประพาสต่างประทศทางไกลเป็นเวลา 47 วัน ก็ทรงเลือกอินเดียครับ ซึ่งในสมัยนั้น Harvard ตั้งมาแล้วเป็นร้อยๆ ปี
(มหาวิทยาลัย Harvard ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1636 ซึ่งประมาณว่าตรงกับสมันพระเจ้าประสาททองของไทยในสมัยอยุธยาทีเดียว)
ถ้า Harvard สนใจอินเดียมากถึงขนาด ไทยเราต้องตื่นตัวแล้วครับ
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีครับ
ผมเคยไปแอฟริกามาหลายประเทศ ทั้งแอฟริกาใต้ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้นำ ไนจีเรียที่มีประชากรร้อยกว่าล้าน เซเนกัลและอีกหลายประเทศ
ประเทศเหล่านี้ยากจนทั้งนั้น แต่ยังไม่ไปไหนกัน ทั้งที่หลายประเทศก็เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษเช่นกัน
สิ่งที่ต่างกันคืออินเดียเป็นต้นของอารยะธรรมที่เก่าแก่ มีวัฒนธรรม วิทยาการที่หลากหลายและเจริญมาแต่สมัยโบราณ แม้กรีซยังต้องพ่ายแพ้ไป
การที่มีประชากรมากและต้องแก่งแย่งกัน แข่งขันกันเพื่อเอาตัวรอด น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งครับ
แต่ที่สำคัญผมว่า คนอินเดียเชื่อว่าชนชาติของตนเจริญและเก่งกว่าชาติอื่นครับ
คนอินเดียจึงเป็นหนึ่งในหลายๆเรื่องในปัจจุบัน ดีก็ดีสุด แย่ก็แย่สุด ไม่มีตรงกลาง
น่าติดตามครับ
และฝากช่วยกันคิดนะครับ ถ้าจับทางถูก ไทยจะได้ประโยชน์ที่ยั่งยืนในความสัมพันธ์กับประเทศยักษ์ใหญ่นี้ในอนาคตอย่างแน่นอน
ด้วยความปรารถนาดี
ไทยเรามีสถาบันการศึกษาที่สนใจ "อินเดียศึกษา" น้อยมากครับ
ที่เพิ่งจะเปิด ก็คือที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะมีคนสนใจเรียนเพียงใด
ขณะนี้ คนไทยมีแต่พระไทยที่สนใจเรื่องอินเดีย ไปศึกษาต่อหรือเป็นพระธรรมทูตครับ
ผมเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งเสริมให้คนไทยไปเรียนที่อินเดียให้มากขึ้นกว่านี้ครับ
ด้วยความปรารถนาดี
เห็นด้วยครับ
และยังไม่สายที่จะเริ่มสนใจอินเดียให้ลึกกว่านี้
เรียน คุณพลเดช ที่เคารพ
ทำไมคนอินเดียจึงเก่ง ดิฉันคิดว่าเราต้องศึกษาว่าเขาสอนกันมาอย่างไรตั้งแต่เด็ก ดิฉันว่าเขา "แน่น" ทั้งการปฏิบัติทางศาสนาและการศึกษาตั้งแต่อยู่ในบ้านแล้ว โรงเรียนไม่เน้นรูปแบบ แต่เน้นเนื้อหา ลูกสาวเพื่อนไปไหนก็จะซื้อแต่หนังสือมือสองนั่งอ่านในรถเป็นเล่มๆ (ภาษาอังกฤษ) ถามว่าทำไมต้องอ่านมากจัง ถามพ่อเขาๆ บอกครูกำหนดให้อ่านแล้วไปสรุปให้ครูฟังว่าได้อะไรจากการอ่าน ทำอย่างสม่ำเสมอ ลูกสาวบอกที่บ้านมีแต่หนังสือ
บ้านเรามีแต่หนังสือที่ซื้อมาแล้วยังไม่มีใครอ่าน ไม่ใช่ซื้อมาอ่านแต่เผื่อจะอ่าน ก็ยังดีนะคะ ดิฉันว่าอินเดียเป็นต้นแบบที่น่าศึกษาทีเดียว ดิฉันอ่านบล็อกของอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า เมืองไทยเจริญแต่ไม่พัฒนา แต่อินเดียนี่พัฒนาแต่ไม่เจริญ ท่านเขียนมาเมื่อสิบปีที่แล้ว แต่มันยังใช้ได้กับประเทศไทยในปี 50 นี้ เราเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลง รวมทั้งการศึกษาไทยด้วย น่าเศร้านะคะ
ด้วยความเคารพ
โสภนา