วันนี้เป็นวันเอดส์โลก ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคมของทุกๆปี
กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์รวมใจ ต้านภัยเอดส์ ในวันเอดส์โลก 1 ธันวาคม 2550 คำขวัญปีนี้“ เอดส์หยุดได้ ร่วมใจรักษาสัญญา ”
นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ร่วมใจต้านภัยเอดส์ โดยกระทรวงสาธารณสุข เน้นการกระตุ้นให้สังคมตระหนักต่อปัญหาโรคเอดส์ ตลอดจนมีจิตสำนึกในการป้องกันการติดเชื้อเอดส์ โดยมีแนวคิดการรณรงค์ตามคำขวัญคือ เอดส์หยุดได้ ร่วมใจรักษาสัญญา (stop aids keep the promise)
จากข้อมูลการรายงาน การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ในปี พ.ศ.2549 มีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากเอดส์ มากกว่า 25 ล้านคน และติดเชื้อเอชไอวีจำนวน 4.3 ล้านคน ซึ่งสถิติ การเสียชีวิต และการติดเชื้อ จะมีอัตราที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในที่ประชุมสัมมนาเรื่องโรคเอดส์ ระดับนานาชาติ ขององค์การสหประชาชาติ
เมื่อปี พ.ศ.2549 ผู้นำประเทศที่เข้าประชุมให้ คำมั่นสัญญาว่า จะควบคุมอัตราการติดเชื้อ และลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากเอดส์ โดยสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา แต่ความช่วยเหลือไม่บรรลุความสำเร็จ เนื่องจาก สัญญาไม่ถูกปฏิบัติ เพราะขาดภาวะผู้นำในทุกๆ ระดับ
ดังนั้น ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่เห็นปัญหาเอดส์ เป็นวิกฤติระดับโลก ได้รณรงค์ให้ดำเนินการ ตามคำมั่นสัญญาข้อตกลง ในการทำลายล้างการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ โดยใช้คำขวัญ ว่า stop aids keep the promise คือ เอดส์หยุดได้ ร่วมใจรักษาสัญญา
เรามาทำความรู้จักตัวตนและข้อเท็จจริงแห่งเอดส์ เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ เป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์ชาติไปมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก เพียงช่วงแรกของการแพร่ระบาดได้มีผู้ติดเชื้อไปถึง 62 ล้านคน
HIV ย่อมาจาก human Immunodeficiency Virus เชื้อไวรัสนี้เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ให้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่เข้ามาในร่างกายเวลาที่เราเจ็บป่วย AIDS ย่อมาจาก Acquired Immunodeficiency Syndrome (โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง)
โรคเอดส์จะเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายถูกเชื้อเอชไอวีบั่นทอนให้อ่อนแอลง จนถึงขั้นที่ร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคต่างๆได้อีก จนเริ่มติดเชื้อ หรือเกิดเป็นโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง เป็นต้น
โรคเอดส์ติดต่อกันได้โดย เมื่อเชื้อไวรัสเอชไอวี(เชื้อเอดส์) เข้าไปในร่างกายจะเข้าไปจับที่เม็ดเลือดขาว ซึ่งเม็ดเลือดขาวจะกระจายอยู่ในกระแสเลือด,น้ำอสุจิ,น้ำในช่องคลอด การที่คนเราจะได้รับเชื้อเอชไอวี หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า "ติดเอดส์"ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะติดกันได้ในการใช้ชีวิตประจำวัน หากต้องมีช่องทางการติดที่เฉพาะจริงๆ เท่านั้น โดยมีข้อสังเกตง่ายๆ ว่า
ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างครบถ้วน จึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเชื้อ คือ
1. ต้องได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวี เข้าสู่ร่างกาย โดยต้องมาจากแหล่งที่มีปริมาณเชื้อมากพอที่จะทำให้ติด ได้แก่ เลือด น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด
2. เชื้อที่จะทำให้ติดต่อได้นอกจากเรื่องปริมาณแล้วเชื้อต้องมีคุณภาพและแข็งแรง เช่น ในเลือด น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด มีอาหาร มีสภาพที่พอเหมาะที่จะทำให้เชื้อเติบโตได้แต่ถ้าไปอยู่ในน้ำลาย น้ำตาเชื้อไวรัสจะอยู่ในสภาพที่เป็นกรด เป็นด่าง ทำให้มันไม่แข็งแรง ไม่มีคุณภาพ เติบโตไม่ได้ หมดความสามารถที่จะทำให้ติดต่อได้
3. ต้องเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการสัมผัส ส่งต่อเชื้อได้โดยตรง เช่น การใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน หรือการร่วมเพศ ซึ่งเป็นการส่งต่อเชื้อกันโดยตรง เช่นในกรณีการร่วมเพศ ถ้าฝ่ายชายมีเชื้ออยู่เชื้ออาจจะผ่านเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุช่องคลอด หรือถ้าผู้หญิงมีเชื้ออยู่ เชื้ออาจจะผ่านเข้าสู่ร่างกายทางปลายเปิดของ องคชาติคนส่วนใหญ่จะกังวลกับการติดเอดส์ จากช่องทางที่มีโอกาสเสี่ยงน้อยมากๆ เช่นการช่วยคนประสบอุบัติเหตุ การสัมผัสกับเลือด ตามแต่จะสมมติกัน แต่มักจะไม่คิดถึงช่องทางที่ทำให้ติดเอดส์จากวิถีชีวิต และพฤติกรรมทางเพศที่กระทำอยู่เป็นประจำ ทั้งที่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีติดจากการมีเพศสัมพันธ์ ที่ไม่ได้ป้องกัน และคุณจำเป็นต้องรู้ว่าจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร ด้วยตัวคุณเอง
การตรวจหาเชื้อในเลือด ทำได้โดยการตรวจเลือด หรือตรวจของเหลวในช่องปาก ถ้าพบสารแอนติบอดีของเชื้อเอชไอวีในเลือดหรือของเชื้อไอวีในเลือดหรือของเหลวดังกล่าว แปลว่าบุคคลนั้นมีค่าเอชไอวีเลือดเป็นบวก (แอนติบอดีเป็นโปรตีนที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ป้องกันการติดเชื้อและการอักเสบต่างๆ) ปัจจุบันนี้ การตรวจหาหาเชื้อเอชวีที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว โดยนำของเหลวในช่องปากที่ไม่ใช่น้ำลายมาเป็นตัวอย่างในการตรวจ
ความเข้าใจผิดต่อเอชไอวี
1. ประสบการณ์และการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากว่า 20 ปี แสดงให้เห็นว่า เชื้อเอชไอวี ไม่สามารถแพร่สู่กันได้โดยการติดต่อในชีวิตประจำวันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และไม่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการกอด การสัมผัสมือที่เป็นการทักทายแบบชาวตะวันตก หรือการปฏิสัมพันธ์ภายนอกอื่น ยกตัวอย่างเช่น การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การใช้เตียงนอนร่วมกัน การใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารหรือรถแท็กซี่ร่วมกัน
2. เอชไอวีไม่ใช่โรคติดต่อทางอากาศ เหมือนกับไข้หวัด และไม่ติดต่อผ่านทางแมลง เช่นยุง
3. โดยทั่วไปแล้ว เชื้อเอชไอวีติดต่อกันได้ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย โดยที่มีการแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย ตัวอย่างเช่น อสุจิ เลือดหรือของเหลวในช่องคลอด นอกจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อผ่านทางการใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกันของผู้ใช้ยาเสพติด ขณะที่ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถแพร่เชื้อไปสู่ลูกได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
4. การป้องกันที่ไม่จำเป็นตัวอย่างเช่น การสวมที่ปิดจมูกหรือการสวมถุงมือ หรือการจัดสถานที่สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์ที่มาพักในโรงแรม การให้พักหรือรับประทานอาหารในบริเวณที่แยกจากแขกกลุ่มอื่นเป็น สิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติและต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น <p>
</p><p>ที่มา:sex-snook.com</p>
น่าสงสารเขามากนะคะ หนูขอเป็นกำลังใจให้ 99 เปอร์เซ็น อีก 1 หนูจะให้แฟน
วันนี้มาเชิญไปร่วมนิทรรศการวันเอดส์โลกที่โรงพยาบาลคะ