สัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ของการเสนองานการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ โดยนักศึกษาแต่ละคนไปคุยกับไปมอง (สัมภาษณ์กับสังเกต) ใครก็ได้ที่เราอยากรู้จักเขาให้มากยิ่งขึ้น เช่น แม่ค้าขายถั่วต้ม นักศึกษาในห้างฟิวเจอร์ นักเรียนเล็กๆ จากนั้น นำเนื้อหาเหล่านั้นมารวบรวม (สังเคราะห์) เพื่อให้ได้ข้อมูลคือ ๑) คนที่เราสนใจนั้น เขาน่าจะมีนิสัยอย่างไร เหตุใดจึงมีนิสัยอย่างนั้น ๒) เราจะปรับตัวหรือแสดงตัวกับคนที่มีนิสัยอย่างนั้นอย่างไร จากนั้นจึงเขียนลงบนกระดาษไม่เกิน ๔ หน้า (ไม่อยากอ่านเยอะ) ในกระดาษนั้นควรจะมี ๑) เรื่องเล่า รายละเอียดจากการไปคุยกับคนที่เราอยากคุย ๒) ประเด็นในเป้าหมาย ๒ ประการข้างต้น

โดยเนื้อหาที่แต่ละคนเฟ้นมาได้ ให้มารวมกันเป็นชุดเดียว/กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน ๕ คน นั้นหมายความว่า งานนี้เป็นงานเดี่ยวเชิงกลุ่ม กล่าวคือ แต่ละคนไปทำมาเอง (ป้องกันการขี่หลังคนอื่น) จากนั้นมารวมกันเป็นกลุ่ม เมื่อเสนองาน จะมองในภาพกลุ่ม ไม่ใช่คนเดียว โดยคาดว่า แต่ละคน หลังจากได้ข้อมูลมาแล้ว ต้องมาปรึกษากันเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้ได้เนื้อหาที่อยู่ในรูปแบบเดียวกันในชุดเดียวกัน เมื่อเสนองานก็รับผิดชอบตัวเองเพื่อยกระดับของกลุ่มให้ดีขึ้น

ผมพบว่า มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่ผมต้องให้ความเมตตาต่อเขาอย่างยิ่ง เนื่องจากเขาไม่ออกไปจากกระดองเต่า หาคนที่อยากคุยด้วยก็เพื่อนๆ ของตน แต่ต้องชื่นชมอย่างสุดจิตสุดใจ เมื่อนักศึกษาบางคนไปหาข้อมูลโดยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เรียกว่าเกินความคาดหมายเลยทีเดียว เช่น นักศึกษาชายคนหนึ่ง เข้าไปคุยกับพ่อค้าขายต้นไม้ เดิมไม่รู้ว่าขายต้นไม้ เมื่อคุยไปคุยไป ก็ทราบข้อมูล รายละเอียดต่างๆ เพื่อจะดูพฤติกรรมพ่อค้ามากยิ่งขึ้น จึงสมัครที่จะไปเป็นลูกมือโดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ และเขาได้ข้อมูลทั้งที่เป็นเนื้อหาและจิตสำนึกใหม่ "พ่อค้าบางคนมิได้เห็นว่าเงินและลูกค้าคือพระเจ้า หากแต่ความซื่อสัตย์อาชีพต่างหาก จริงคืออะไร อะไรไม่จริง ไม่หลอกขายมะม่วงเพียงเพราะเงิน" อย่างนี้เป็นต้น บางคนไปสัมภาษณ์คนแก่เก็บผักขาย และพบว่า เพราะเขาเกเรสมัยวัยรุ่น ไม่เรียนหนังสือ คนแก่เตือนให้นักศึกษาเรียนหนังสืออย่างตั้งใจ เพื่อจะได้ไม่เป็นอย่างที่เขาเป็น บางคนไปสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่ง มีสามีมาแล้ว ๓ คน ทำแท้งมาแล้ว ๖ ครั้ง แต่ตอนหลังกลับใจ เปลี่ยนพฤติกรรม เธอสอนให้เด็กๆ อย่างเอาเยี่ยงอย่าง มิฉะนั้นจะเสียใจเหมือนที่เขาเสียใจอยู่ในขณะนี้ อยากได้ลูกกับสามีใหม่ แต่ต้องถูกตัดมดลูกทิ้ง บางคนไปสัมภาษณ์ครู ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่กับแม่ในบ้านซอมซ่อ ด้วยความอดทน มุมานะ จนประสบความสำเร็จ สามารถสร้างบ้านไม้สักให้แม่อยู่ได้ แม้ว่าครั้งหนึ่งจะพลาดไป คือไปบ้าผู้หญิง แต่เพราะเห็นพ่อรองน้ำที่ตกมาจากหลังคาที่รั่วๆ จึงเปลี่ยนหันมามุ่งเรียน ใฝ่เรียน มุ่งทำงาน จนประสบความสำเร็จ เป็นต้น

ผมสรุปตอนท้ายว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตอบสนอง ใครที่ตั้งใจทำรายงานชิ้นนี้ แน่นอนกรรมต้องตอบแทนเขา เพราะเขาก็จะเป็นคนตั้งใจตลอดไปเมื่อจบและมีงานทำก็เป็นคนที่ตั้งใจทำงานให้ดี แต่บางคนที่ไม่ใส่ใจวันนี้ วันหน้าก็เป็นคนไม่ใส่ใจ ดังนั้น ขอให้เรามุ่งมั่น หลายคนเป็นบทเรียนของเราได้......

อย่างน้อย งานชิ้นนี้ น่าจะสร้างความฝัน ของนักฝันได้ไม่มากก็น้อย จนเงินแต่ไม่ได้จนใจ