เนื้อความนี้ เป็นบางส่วนในรายงานลายมือเขียนของนักศึกษาหญิง เอกอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ จากหัวเรื่อง สัมภาษณ์คนที่อยากรู้จัก
๑๕/๑๑/๕๐
ฉัน "จุล" ฉันยินดีที่จะให้ทุกคนได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวชีวิตของฉันโดยไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย เพราะความหลงผิดของฉัน ทำให้พ่อแม่ต้องจากไปเพราะตัวฉันเองจริงๆ เรื่องเกิดขึ้นเพราะฉันคบเรืพ่อนที่ไม่ดี พาฉันไปในทางที่ทุกๆคนไม่อยากเดิน ฉันทำแท้งมาแล้วถึง ๖ ครั้ง เพราะความเจ็บแล้วไม่จำ และใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสนุกสนานโดยไม่คิดอะไร และโดยไม่นึกถึงปัญหาที่จะตามมาภายหลัง เมื่อตอนฉันอยู่ ม.๓ ฉันเสียตัวให้ผู้ชายคนหนึ่ง เพราะเชื่อเพื่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้มีภรรยาแล้ว ฉันท้องกับเขาโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการท้องนั้นเป็นอย่างไร ฉันโดนครูเรียกพบเพราะไม่ไปโรงเรียน หนีมาอยู่บ้านเพื่อน โดยนั้นเอง ครูจึงทราบว่าฉันท้อง ลำพังฉันท้องโดยที่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่คิดจะรับผิดชอบฉันเลย ซ้ำร้ายแม่และพ่อของฉันก็รู้เรื่องจากคุณครูอีก จึงให้ฉันไปลาออกจากโรงเรียน ทั้งๆที่ใกล้จะสอบอยู่แล้ว เพราะความอับอาย เพื่อนบอกว่าให้ฉันกินยา ๖ เหลี่ยม เพื่อขับเอาลูกในท้องของฉันออก ฉันจึงไปซื้อมากิน ฉันกินไปได้ ๒-๓ วัน ฉันก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ แล้วมีอาการเจ็บท้อง โดยมีเลือดไหลออกตามช่องคลอด และสักพักก็มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ออกมาพร้อมสายรก เลือดออกมา ฉันจึงตัดสินใจทุบก้อนหินขัดตัวตัดสายรกนั้น แล้วเอาเด็กใส่ตะกร้าเสื้อผ้า แล้วเอาผ้าปิดไว้ แล้วจัดการล้างเลือดที่นองเต็มห้องน้ำ กลั้นใจถือตะกร้าผ้าเอาไปทิ้งขยะที่ไม่มีคนเห็น แล้วก็ไปนอนโรงพยาบาล โดยมีผู้ชายคนนั้น แอบหนีเมียเขามาดูแลฉัน
เมื่อฉันหาย ฉันก็กลับบ้าน โดยพ่อแม่ไม่ถามเลยว่าฉันไปไหน และฉันก็ได้คิดอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะความไม่รู้อะไร ฉันก็ยังไม่เข็ด ก็ไปมีอะไร หวังจะผูกมัดผู้ชายคนเดิม แต่ผลที่ได้รับทำให้ฉันต้องทำแท้งอีก ๓ ครั้ง และฉันก็ได้มาเจอผู้ชายคนใหม่ แต่ฉันก็หนีไม่พ้นกับการทำแท้ง เพราะอ้างว่า เขาไม่พร้อมที่จะมีลูก แล้วเขาก็ติดยาเสพติด และก็ยังต้องหนีการติดตามด่าของเมียผู้ชายคนแรกที่ทำให้ฉันต้องทำแท้งถึง ๔ ครั้งด้วยกัน บางครั้งก็โทรไปว่าให้พ่อแม่ฉัน จึงทำให้พ่อแม่เสียใจ คิดมากจนสุขภาพไม่แข็งแรง ฉันหนีจากผู้ชายที่ติดยาเสพติด มาเจอกับชายที่มีอายุมากแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ ฉันก็ต้องทำแท้งอีก เพราะเขาตบตีฉัน จนกระทบต่อเด็กในท้องของฉันเอง ฉันทนอยู่กับการโดนตบตีไม่ได้อีกแล้ว ฉันจึงหนีมาอยู่กับเพื่อน
ฉันจึงทราบว่า เพื่อนที่ฉันสนิทของฉันเองนี้แหละ เอารูปฉัน เบอร์โทรศัพท์บ้านฉัน ไปให้เมียผู้ชายคนแรกโทรมาขู่ว่าจะเอาน้ำกรดสาดหน้าฉัน และก็เพื่อนคนนี้แหละที่ฉันหนีไปอยู่บ้านตอนไม่ไปเรียนหนังสือ และแนะนำให้ฉันกินยา ๖ เหลี่ยม ฉันต้องโดนด่าทุกวัน จนฉันอยากแทบฆ่าตัวตาย พ่อแม่ของฉันก็มีอาการแย่ ป่วยลงทุกวัน ของที่แต่ก่อนเคยขายได้ก็ไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจกลับบ้าน มาดูแลพ่อแม่ มาแรกๆ ท่านไม่เคยกินอะไรที่ฉันเป็นคนทำเลย ด้วยความเป็นเด็กยังไม่เข้าใจพ่อแม่ ฉันจึงเดินออกจากบ้านไปอีกรอบ ฉันไปหลายเดือน ต่อมาได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ฉันรู้สึกว่าจะมีความสัมพันธ์อะไร เพราะเข็ดเรื่องผู้ชายทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น ฉันทำงานที่ผับแห่งหนึ่ง เขาพยายามมารับฉันทุกวัน และมาส่งก่อนเข้างาน อยู่อย่างนั้นประมาณ ๖ เดือนเต็ม เขาช่วยเหลือฉันทุกอย่าง ทั้งค่าห้อง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว จนฉันให้เขามาอยู่ด้วย เขาทำท่าดีใจ......ฉันเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง เขาบอกว่ารับได้ เขาไม่เหมือนผู้ชายทุกคนที่ฉันผ่านมา เราอยู่ด้วยกันประมาณ ๑ ปี ฉันไม่ได้ทำงานแล้ว เขาทำงานเลี้ยงฉันโดยตลอด โดยที่ฉันไม่ลำบากเลยแม้แต่น้อย ฉันจึงตัดสินใจพาเขาเข้าบ้าน ขอขมาพ่อแม่ของฉันเอง โดยที่เขาก็ไปทำงาน ตัวฉันเองก็อยู่บ้านเลี้ยงพ่อแม่ ส่วนพ่อแม่ฉันก็ให้อภัย ฉันเสียดายกับการใช้ชีวิตของฉันจริงๆ ...ถ้าฉันเชื่อพ่อแม่ ฉันก็คงมีชีวิตที่สดใสมีความสุขกับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
เหตุการณ์ในชีวิตยังไม่จบแค่นี้ สามีของฉันอยากมีลูก เราจึงตัดสินใจที่จะมีลูกด้วยกัน เพราะตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว ฉันท้องได้จริงๆ แต่ด้วยความโชคร้าย ฉันท้องนอกมดลูก ทำให้แพทย์ต้องตัดมดลูกของฉันทิ้ง ทำให้ฉันไม่สามารถมีลูกได้เลยในชีวิตนี้ ฉันกลัวสามีจะรับไม่ได้ แต่เขาก็รู้ เขามาปลอบใจฉัน เขาบอกว่า ไม่มีลูกไม่เป็นไร เขารับได้ ขอแค่ฉันไม่เห็นอะไรก็พอแล้ว ฉันร้องไห้กับการใช้ชีวิตที่แย่ของตัวเอง หลงเดินในทางที่ใครต่อใครเขาไม่เดินกัน เกือบเอาชีวิตแทบไม่รอด
ท้อง ๖ ครั้ง ทำแท้ง ๖ ครั้ง ชีวิตที่ฉันทิ้งเขาไปโดยไร้ซึ่งความหมาย ฉันโหดร้ายยิ่งกว่า.. ทำร้ายได้แม้กระทั้งลูกสายเลือดตนเอง แต่กับคนที่รัก และอยากใช้ชีวิตกับเขาจริง กลับไม่มีแม้กระทั่งยาใจชีวิตของเรา ๒ คน หรือนี้คือความหมายของคำว่ารักอย่างแท้จริงก็ไม่รู้ ในอดีต ฉันไม่รู้เลยว่า คำว่ารักเป็นอย่างไร โหยหาโดยวิธีผิดๆ......
ฉันคงย้อนวันเวลาเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว โดยฉันทราบข่าวครั้งสุดท้ายเพื่อนของฉันโดนน้ำกรดสาดหน้า ท้องไม่มีพ่อ สามีคนแรกของฉันโดยจับติดคุกเพราะทำคนอื่นท้อง คนที่สองตายเพราะติดยา คนที่สามติดเชื้อเอดส์เพราะมักมากในกามารมณ์ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับสามีคนปัจจุบันมาได้ประมาณ ๓ ปี ปีใหม่นี้ก็จะเป็นปีที่ ๔ โดยปัจจุบันฉันทำกิจการต่อจากครอบครัวจนได้เจอกับน้องนี้แหละ (นักศึกษาที่ไปสอบถาม) ฉันมีโอกาสได้กลับมาเรียนหนังสือตอนอายุ ๒๐ ปี โดยพ่อแม่และสามีเห็นด้วย ฉันจึงได้เรียนต่อ โดยพ่อแม่ของฉันก็มาดูกิจการ เพราะท่านอาการดีขึ้นมากแล้ว
บทสุดท้ายของคนที่หลงผิดอาจเป็นความตายหรืออะไรที่แย่ๆ นับว่าฉันโชคดีที่เจอสามีฉันและโชคร้ายที่เชื่อเพื่อนและใช้ชีวิตอย่างไรความหมาย นับว่าเป็นโชคดีบนโชคร้ายก็ได้ ก็ไม่รู้ ปัจจุบันฉันจบปริญญาตรี สาขา บัญชีการธนาคาร และสามีของฉันก็จบปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาก่อสร้างและโยธา ฉันไม่อายที่จะบอกเล่าเรื่องราวของฉันเลยแม้แต่น้อย เพราะจะได้เป็นวิทยาทานแก่น้องๆ รุ่นหลังๆ
ฉันเห็นน้องๆ ทำตัวแบบฉันในอดีต เห็นแล้วคิดสงสารพ่อแม่เขาจริงๆ ปัจจุบันนี้ ฉันไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด เพราะบางคนก็ว่าฉันเป็นบ้าเพราะจบชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่เป็นลูกไม่ให้ลืมตามาดูโลก จึงเป็นข่าวลือที่ทุกคนพูดกันไปทั้งตลาด แต่พอฉันจบปริญญาตรี เสียงนินทาเหล่านั้นก็ลดลงไป คนบ้าที่ไหนจะจบปริญญาตรี และที่สำคัญ ฉันลืมบอกไป ฉันได้ทำงานธนาคารแห่งหนึ่ง ....ฉันยินดีที่มีคนกลุ่มเล็กๆ นั่งฟังเรื่องของฉัน ถึงแม้มันจะเป้นการถ่ายทอดประสบการณ์โดยผ่านคนอื่นๆก็ตาม อย่างน้อยๆ ก็มีดวงตากลุ่มเล็กที่ฟังฉัน....พระคุณที่พ่อแม่มีต่อเราและรอคอยสิ่งที่เราประสบ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เราก็ยังเด็กในสายตาของท่านเสมอ อะไรที่ทำได้ก็โปรดขออภัยจากท่านซะ อย่าทำเหมือนฉัน เพราะฉันมันสายไปเสียแล้ว
สวัสดีครับคุณ นม.
ชีวิตคนเรามีหลากหลายเรื่องราวที่บางครั้งแทบไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นไปได้ จิตใจของมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งคงผ่านความเจ็บปวดมากมาย ดีใจที่เธออดทนผ่านมาได้ขนาดนั้น
แต่กับบางคนก็คงพ่ายแพ้หมดแรง และอาจจากโลกไปโดยทิ้งความเสียใจไว้ให้คนที่รัก
เรื่องราวสะท้อนชีวิตรุ่นใหม่ได้ดีครับ
มาเยี่ยม คุณนม.
ชีวิตหนึ่งมีหลายเรื่องราวเหมือนอ่านหนังสือเล่มโตเลยนะครับ...