เราได้รับมอบหมาย
ให้เป็นผู้จัดเวทีเสวนา
ในการประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยที่วิทยาเขตกำแพงแสนติดต่อกันมาหลายปีแล้ว ประเด็นที่หยิบยกมาเสวนาของแต่ละปีจะเป็นประเด็นที่เราเห็นว่าเป็น “โจทย์” สำคัญของภาคการเกษตร ซึ่งมี “นัยยะ” มิใช่เพียงมิติทางวิชาการด้านเทคนิคการผลิต หากทว่าครอบคลุมถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนที่ดำรงอยู่ในสังคมเกษตรและชุมชนชนบท
สำหรับในปีนี้... เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...พ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา จะทรงมีพระชนม์มายุครบ๘๐พรรษา พระองค์ท่านได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรมาโดยตลอด... ต่อเนื่องและยาวนาน... โครงการในพระราชดำริของพระองค์ล้วนเป็นไปเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนผืนแผ่นดินไทย... นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นอันจะนับจะประมาณมิได้...
ประเด็นการเสวนาทางวิชาการที่เราดูแลในปีนี้ จึงต้องการนำเสนอ “วิธีคิด” และ “กระบวนทัศน์” ในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคการเกษตรสู่ “วิถี” ที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง การพึ่งพิงอิงกัน และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล วิถีที่จะนำพาพี่น้องเกษตรกรสู่ “ความเป็นไท” วิถีที่เป็น “ทางเลือก” และ “ทางรอด” ที่จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรหลุดพ้นจาก “วงจรอุบาทย์” นั่นคือสภาวะ “หนี้สินล้นพ้นตัว”และภาวะ “ความยากจน” ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยมาเนิ่นนาน
ทุกครั้งที่เราต้องลงนามในใบรับรองการขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาของลูกศิษย์ที่ส่วนใหญ่ก็คือลูกหลานเกษตรกร ใจเรามักหม่นเศร้า...เมื่อใดหนอ...ผู้คนที่ทำงานเหนื่อยยากลำบาก หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน...จะได้ลืมตาอ้าปาก...ได้อยู่ดีมีสุข ...ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมจากการทำงานบ้าง
ทุกครั้งที่เราลงพื้นที่ ได้เห็นและรับรู้ความเป็นอยู่ของผู้คน คำถามนี้จะดังขึ้นในใจเราเสมอ... เมื่อใดหนอ...สถาบันการศึกษาที่เรารักจะเป็น “ที่พึ่ง”ให้กับคนเล็กคนน้อย และมีขบวนการปลูกฝัง “อุดมการณ์” ให้ลูกศิษย์เราได้มี “จิตวิญญาณ” ในการแทนคุณแผ่นดินด้วยการทำงานรับใช้เกษตรกรมากกว่าการเป็นเพียง “มนุษย์เงินเดือน” ในภาคธุรกิจและบริษัทเอกชนดังเช่นส่วนใหญ่ที่เป็นอยู่...
เมื่อใดหนอ...สังคมจึงจะเรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงคือความสงบที่ "เรียบง่าย" เป็นความสุขที่อยู่ภายในใจ... หาใช่ความเพลินหรือความหฤหรรษ์ทางกายที่ต้องใช้เงินดลบันดาล
..................
เวทีเสวนาซึ่งจะจัดขึ้นในช่วง ๙.๐๐ – ๑๒.๓๐ น.ของวันศุกร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ นี้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม ได้รับความเมตตาจาก “คุณพ่อ” ของพวกเราชาวเกษตร...ท่านศาสตราจารย์ระพี สาคริก ซึ่งจะนำกล่าวปาฐกถาพิเศษ จากนั้นจะเป็นการเสวนาโดยมีวิทยากรที่พวกเราในวงการเกษตรกรรมทางเลือกและเกษตรกรรมยั่งยืนคุ้นเคยกันดี...ท่านสมณะเสียงศีล ชาตวโร จากเครือข่ายอโศก...พี่เดชา ศิริภัทร จากมูลนิธิข้าวขวัญ...พี่เปี๊ยก ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งขณะนี้ผันชีวิตตัวเองไปเป็นชาวนาอยู่ที่ปราจีน...และคุณมนูญ มณีโชติ เครือข่ายกลุ่มข้าวสะอาดจากจังหวัดพิจิตร... ทั้ง ๔ ท่านจะมาร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้หัวข้อ “อุดมการณ์ชาวนาและวิถีเกษตรแห่งจิตวิญญาณ”
เราได้แต่หวังว่าเวทีเสวนานี้อาจจะช่วย “กระตุก” และสร้าง “แรงบันดาลใจ” ในการเปลี่ยนเป้าหมายและเส้นทางชีวิตให้กับใครบางคนได้กระมัง...
จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมเวทีและช่วยกันบอกต่อ...
ค่ำลงมืดแล้ว เสียงแว่วมาแต่ไกล
ก่อเกิดกำเนิดกาย เป็นเด็กชายที่เกิดมา
มองฟ้าเป็นสีดำ มืดค่ำในท้องนา
กำเนิด เกิดมา พอลืมตาก็ยากจน
**ชาวนา ๆ หลังสู้ฟ้า... เอาหน้าลงสู่ดิน
ชาวนา ๆ กำเนิดเกิดมา... พอลืมตาก็ยากจน
วิ่งเล่นตามท้องนา ประสาเด็กเลื้ยงควาย
รอยตีนที่ก้าวไป เหมือนตีนควายที่ก้าวเดิน
ฝุ่นฟุ้งข้างกองฟาง ไม่เห็นทางที่ก้าวเดิน
ผู้คนเค้าหมางเมิน เค้าสรรเสริญเพื่อเอาใจ
กำไถมีควายนำ ตากแดดจนตัวดำ
ลำบากและตรากตรำ ต้องทนทำเพื่อได้กิน
เหงื่อไหลลงโทรมกาย เป็นสายลงพื้นดินเ
เหมือนเลือดให้ดื่มกิน แต่หนี้สินเต็มนา
แก่เฒ่ายังยากจน รอฝนไม่ตกมา
แสงแดดที่แผดกล้า ในดวงตาก็ฝ้าฟาง
ตะวันตกลับไป เหมือนหัวใจที่หมดทาง
ดวงตาที่ฝ้าฟาง ก็ดับลงที่ข้างนา
**ชาวนา ๆ หลังสู้ฟ้า... เอาหน้าลงสู่ดิน
ชาวนา ๆ กำเนิดเกิดมา.... เมื่อหลับตายังยากจน
รีบตามมาอ่าน เพราะคิดถึง อ.ตุ้มมากค่ะ
งานน่าสนใจมากค่ะ อยากไปร่วมพร้อมกับพาชาวบ้านทางนี้ไปรับรู้รับฟังด้วย แต่คงยาก
เมื่อไรหนอ งานดีๆ อย่างนี้ จะมาจัดใกล้ๆ บ้านเราทางเหนือนี้บ้างนะ เอ..หรือว่าเวลาเค้าจัดแล้วเราไม่รู้ ถ้าไม่มีคนใจดี อย่าง อ. คอยส่งข่าว เราคงตกข่าวอยู่เรื่อยไป
น่าสงสารเด็กชายขอบคนนี้จริงๆ นะเนี่ย!
แล้วพี่ตุ้มจะส่งข่าวเล่าเรื่องเนื้อหาเวทีเสวนาวันที่ 7 ธค.ที่กำแพงแสนให้ทราบนะคะ ตั้งใจอยู่ว่าจะทำเวทีแบบนี้ในทุกภูมิภาคค่ะ...รอประสานงานกับทางเครือข่ายเรื่องวันเวลาและสถานที่ก่อนนะคะ หากมีเวทีทางเหนือเมื่อใด ขอเชิญด้วยนะคะ....ตั้งใจจะกราบเรียนเชิญคุณพ่อนิพจน์มาช่วยแลกเปลี่ยนในเวทีโดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนผ่านโดยพลังจาก "ภายใน" ค่ะ
ขอเป็น "แฮงใจ" ให้ "เด็กชายขอบ" นะคะ....สู้สู้ค่ะ