อำนาจช่างหอมหวานนัก


มุมมองต่ออำนาจ และการใช้อำนาจของนักการเมือง ในฐานะของประชาชน เราควรทำความเข้าใจกับอำนาจและกำกับการใช้อำนาจของนักการเมืองเช่นไร มีคำถามใดบ้างที่เราควรถาม และเฝ้าจับจ้องมองดูนักการเมืองเหล่านี้

อำนาจช่างหอมหวานนัก

อ้างอิง - ภาพ http://www.lomography.com/folkways

เรื่องราวของอำนาจ

ยากที่ผู้ไม่เคยได้ครอบครองจะเข้าใจ

ผู้ไม่เคยครอบครอง อาจทำได้เพียงคาดเดา

หรือเทียบเคียงจากความพยายาม ในความหอมหวานของพลังแห่งอำนาจ อาจพิจารณาจากแรงตัณหา และความทะยานอยาก ของผู้เคยครอบครองอำนาจ พิจารณาถึงพฤติกรรมหลายครั้งหลายครา หรืออาจเรียนลัดโดยการอ่านข้อเขียน จากการถ่ายทอดความหมายของอำนาจ

บางคนกล่าวถึงอำนาจว่า

เมื่อไม่เคยลิ้มรส ก็จะไม่รู้สึกรู้สม

กระทั่งเมื่อเคยลิ้มลองลิ้มรส ก็ยากตัดใจ

สิ่งซึ่งติดตามต่อมา ภายหลังการเสพอำนาจคือปัญหา เพราะดันเกิดความอยากในรสแห่งอำนาจ เกิดปรารถนาอยากลิ้มลอง และครอบครองอำนาจให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ บ่อยครั้งแม้ห่างไกลเลยวัย หลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งอำนาจ ก็ยังคงถวิลหาถึงความหอมหวลเหล่านั้น

ภาพเทียบเคียงเพียงง่าย

จากตำนานของแหวนแห่งอำนาจ

เมื่อผู้คนภูติผีปีศาจต่างปรารถนาครอบครอง

และต้องการเป็นเจ้าเหนือแหวนแห่งอำนาจวงนั้น จนไม่มีใครจะคาดเดาได้ถึงพลังซึ่งตามมา ในมายาภาพของแหวนแห่งอำนาจ เจ อาร์ อาร์ โทลคีน อาจเข้าใจความหมายอันยิ่งใหญ่ลึกซึ้ง จนสามารถรำพันผ่านอักษร เพียงเทียบเคียงสัญญะของอำนาจ ด้วยแหวนเพียงวงเดียว

อำนาจในโลกนี้

อาจไม่ใช่เพียงแหวนวงเดียว

อำนาจในโลกนี้ อาจมีที่ทางแห่งหนอันมากมาย

อาจมีแหวนนับแสนนับล้านวง ที่ผู้คนอยากครอบครองใฝ่หา แหวนวงนั้นอาจสวมแล้วเดินใหญ่คับตำบล คับอำเภอ คับจังหวัด วงนั้นเมื่อสวมแล้วผู้คนในซอยจะยำเกรง เดินเข้าผับบาร์ร้านเหล้า ก็ไม่ต้องตะโกนบอกชื่อพ่อ วงนี้ใส่แล้วเดินผ่านสถานที่ราชการโดยมีคนทำความเคารพ บางวงสวมใส่แล้วมีผู้คนล้อมหน้าล้อมหลัง มีคนคอยคุ้มกันกระทั่งยามหลับนอน

แหวนแห่งอำนาจ

จึงกลายเป็นหนึ่งในคำเทียบเคียง

เหมือนดั่งรสหอมหวานเสมือนน้ำหวานดอกไม้

ผู้ใฝ่หาอำนาจต่างอยากดอมดม มีบางคนกล่าวว่าอำนาจเป็นสิ่งหอมหวาน ปราศจากรส ปราศจากสี ปราศจากกลิ่น แต่รับรู้ได้เพียงเอ่ยปากหรือพ่นกล่าวคำใดออกมา ก็ล้วนแต่มีผู้ปฏิบัติตาม กุมมือก้มตัวพยักหน้าผงกหัว เพียงเพื่อรับคำของอำนาจที่กล่าวออกมา

จึงไม่น่าแปลกใจ

หากนักการเมืองพ้นวัย

หรือหมดยุคแห่งแรงทำงาน

ยังคงอยากใฝ่ฝันใฝ่ปอง เพื่อกลับมาครอบครองอำนาจ ทั้งที่อำนาจเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งอันพึงจะครอบครอง มีเพื่อนบางคนในแวดวงสื่อ ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาก่นด่า ยามเห็นสัญชาตินักการเมืองซึ่งมั่วเมาอำนาจ

 

 

จึงได้เปรียบเปรยว่า

นักการเมืองเหล่านี้ ก็เหมือนพวกกำลังลงแดง

ซึ่งความต้องการเฉพาะหน้าคือการอัพอำนาจ ยามยังไม่อัพอำนาจ ก็จะพูดจาดีมีหลักการมีเหตุผล มีทักษะในการสื่อสารกับผู้คนที่ดี วาจารื่นหู คำไพเราะเสนาะสำเนียงสุภาพ และมีความปรารถนาดีกับประชาชนทุกคน รักทุกคน รักธรรมชาติ รักเด็ก และอยากให้โลกนี้มีสันติสุข

แต่เมื่อยามได้อัพอำนาจแล้ว ก็จะต่างไป

สังเกตุง่ายง่ายว่า ตัวจะพองลมและกร่างอัตตา

เหมือนเราเป่าลมเข้าลูกโป่ง

ทำตัวตีโป่งเดินแขนกร่างขากาง ทุกอย่างหุบไม่ลง พูดจาลิ้นคับปาก คำไม่ไพเราะรื่นหูเหมือนก่อนอัพอำนาจ พูดจาไม่ค่อยมีเหตุมีผลเพราะอำนาจเต็มสมอง  หรือคาดการณ์ว่าอำนาจอาจไปทำลายเซลล์สมอง ทั้งส่วนคิดคำนวนและความทรงจำจนหมดสิ้น จนแทบจะไม่สามารถไตร่ตรองตรรกะใดได้

นอกจากนี้

พลังการทำลายล้างของอำนาจ

อาจส่งผลต่อระบบสมองส่วนทิศทาง

จากที่เคยเดินตรงทางได้ก็ไม่ตรงทาง พูดจาวกไปเวียนมา ยอกย้อนสามวาสองศอก ปากกล่าววาจาเชือดเฉือนแบบที่คนดีดีเขาไม่ทำกัน ไม่ค่อยจะคงเส้นคงวา ไม่มีทักษะในการสื่อสารกับพ่อแม่พี่น้อง ได้เหมือนก่อนเสพอำนาจ ดังนั้นหากเรายังรักนักการเมืองเหล่านั้น

อย่าให้เขาเหล่านั้นเสพอำนาจแล้วขับรถ

เราต้องช่วยกัน ช่วยกำกับดูแล

คอยเตือนให้สังคมจับนักการเมืองเป่าลมปาก

ตรวจวัดระดับความฟุ้งซ่าน ภายหลังจากเสพอำนาจจนเกินขนาด เราทุกคนต้องคอยตรวจตราตรวจสอบว่า ภายหลังจากการเลือกตั้ง เมื่อท่านเหล่านั้นได้เข้าสู่อำนาจ เสพและอัพอำนาจจนได้ที่แล้วนั้น ท่านเหล่านั้นมีพฤติกรรมเช่นไร

ยุคสมัยนี้เราต้องห้ามชะล่าใจ เราต้องตามติดตรวจสอบ

เพื่อไม่ให้นักการเมืองเหล่านี้

ขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยความเมามาย

หมายเลขบันทึก: 150393เขียนเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2007 08:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 21:46 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

สวัสดีค่ะคุณ Kati

ชอบจริงๆต้องคอยจับตาไม่ให้นักการเมืองเหล่านี้ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยความเมามาย..

เมาแล้วห้ามขับ ยิ่งเมาอำนาจยิ่งต้องห้ามขับตลอดชีวิตเลยเนาะคะ ^ ^

จริงๆใบอนุญาตขับขี่ของพวกเค้าก็ต้องต่ออายุตามวาระของรัฐบาลอยู่แล้วนี่คะ ( ไม่อยากบอกว่าทุก 4 ปี เพราะส่วนใหญ่อยู่ไม่ถึง อิ อิ อิ )..ถ้าเราหมั่นตรวจจับอยู่เสมอพวกเมาแล้วขับคงน้อยลงล่ะค่ะ พวกที่ความประพฤติไม่ดีก็ริบใบอนุญาตซะ ฮี่ ฮี่ ฮี่

ตามกฎหมายก่อนจะมีใบอนุญาตได้เค้าต้องมีการทดสอบ ( ถึงแม้จะซื้อใบขับขี่ได้ก็ตามเหอะน่า )..เราเอาพวกเค้ามาทดสอบความรู้ และสภาพจิตใจก่อนดีมั้ยคะ แล้วค่อยปล่อยลงสนามไปสอบปฏิบัติในท้องที่อีกที ^ ^

ขอบคุณมากค่ะสำหรับบันทึกที่ทำให้เบิร์ดยิ้มได้ท่ามกลางการปลงอนิจจังในวังวนของการเมือง

  • สวัสดีครับ คุณเบิร์ด
  • ตอบทักทายคุณเบิร์ด ในความเห็นนี้ได้ล่าช้าอย่างมาก ต้องขออภัย
  • กรณีการตรวจจับนักการเมืองนั้น
  • ล้วนเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่งครับ
  • สำหรับวิสัยนักการเมืองที่เราแต่ละคนต่างประสบ
  • ต้องกำกับดูแลควบคุมให้ดีครับ
  • ไว้ใจไม่ค่อยได้
  • น่ากลัวครับ
  • น่ากลัวมากมาก
  • ขอบคุณ คุณเบิร์ดอย่างมากครับ
  • สำหรับความคิดเห็น คำกล่าว และการเยี่ยมเยือน
  • ขอบคุณสำหรับมิตรภาพครับ
  • ขอบคุณมากครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี