อันว่าผีในป่านั้นมีนักหนาหนำ ผีแต่ละอย่างแต่ละตั๋วก็มีอิทธีแปลกๆกันไปดังว่าผีอี่ค้อยเป็นผีสาวชาวป่าที่อยู่ตัวคนเดียวเป็นสาวเฒ่าตายไปแล้วไม่รู้รสชาติของรสรักว่ามันแสนสนุกม่วนงันหรือว่ามันทุกข์ขนาดใดเมื่อตายไปจึงเป็นผีเฝ้าศพตัวเองในป่าไม่มีใครทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้จึงอดอยาก ร้องหาผู้คนเดินป่าให้สงสารส่งเสียงดัง ก้อง...ก้องก๊อย.....ก้อง...ก้องก๊อย....ผู้คนได้ยินเพี้ยนเป็น คอง..คอย.....คอง คอย กลายเป็นผีอี่ค้อย
หากมันรู้ว่ามีคนแอ่วป่าผ่านไปใกล้ศพมันจะร้องเรียกเสียงกัดเสียงเย็นโดยเฉพาะสาวๆมนุษย์เราเข้าป่ามันจะร้องเรียก ดังเช่นนางรื่นนางโรยพระพี่เลี้ยงพระเพื่อนพระแพงเตียว(เดิน)ป่าไปหาปู่เจ้าสมิงพรายเพื่อทำเสน่ห์ให้พระลอหลงรักพระเพื่อนพระแพง ขณะเตียวในป่าได้ยินเสียงผีอี่ค้อย ดังคำซอพระลอเล่าขานดังนี้
"เข้าป่าไม้ ไปบ่เหิง เถิงเนินเขา แลสล้าง
แลลิงค่างบ่างนางนี ได้ยินเสียงผีฮ้องดังคะค้อย
ผีโพงดงเสียงขงบ่อหน้อย ผีอี่ค้อยส่งเสียงคราง
เสื้อโคร่งพุ้ย ก็ถ่อมตวยหลัง แฮดควายกว๋าง กระทิงละโว้...."
เจี้ยเกี่ยวกับผีอี่ค้อยมีเล่าว่า นายพรานป่านั่งห้างในเวลาพลบค่ำเพื่อส่องสัตว์ ใกล้เวลาแสงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า มีผู้หญิงสวยงามก๋างจ้อง มายืนเรียกให้ลงมาหาเพื่อขอให้ไปส่งเพราะว่าหลงป่า แต่นายพรานเอะใจว่าทำไมผู้หญิงจึงก๋างจ้อง(กางร่ม)ในเวลาพลบค่ำ พอดีได้ยินเสียงนกจี๋จ้อร้อง จี๋...จ้อ.....จี๋...จ้อ....นายพรานได้ยินเป็นเสียงจิ๊ก(ยอดหัวร่ม)จ้อง...จิ๊กจ้อง.....จึงทดลองเล็งปืนยิงไปที่จิ๊กจ้อง(ปุ่มยอดบนหัวร่ม) สิ้นเสียงปืนหญิงสาวกลับกลายเป้นผีอี่ค้อยผมยาวซากป้าก เป๋นสุฮุสุฮุ่ย(กระเซอะกระเซิง) วิ่งหนีเข้าป่าไป
ตามเจี้ยดังกล่าวทำให้ผู้คนที่ไล่เหล่าหรือคนที่ล่าสัตว์ต้องระวังไม่ยิงที่ตัวคนหรือตัวผี เพราะอาจเป็นคนจริงๆก็จะเสียชีวิต ต้องยิงสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดเพื่อทดลองว่ามันเป็นผีหรือคนกันแน่....
ผีอี่ค้อยบางครั้งมันหิวโหยก็จะตะแหลง(แปลงร่าง)เป็นค้างคาวมาดูดกินเลือดคนนอนในป่า ผู้คนที่นอนค้างกลางป่าต้องสวมเกิบ(เกือก)หนังควายแห้งที่แข็งโป๊กทำให้มันไม่สามารถเจาะกินเลือดคนได้ผู้คนสมัยก่อนจึงต้องระวังตัว หากนอนรอนแรมกลางป่าต้องระวังค้างคาวโดยเฉพาะค้างคาวแม่ไก่ตัวโตเท่าไก่จะแอบดูดเลือดที่เท้าโดยไม่รู้สึกตัวในขณะที่นอนหลับกลางพงไพร
สวัสดีครับ
สวัสดีเจ้าป้อหนาน
ยินดีจ้าดนัก ขอบคุณหลายหลาย ตึงญิงตึงจายหมู่เฮาเจ้าข้า เรื่องผีเนอเฮาเล่ากั๋นถ้วนหน้าเกี่ยวกับล้านนาล้อนล้อน......
-เรื่องผีพรายไม้ผีพรายน้ำก็มีเหมือนกันครับเพียงแต่จะเพี้ยนๆกันไปนิดๆตามท้องถิ่นเรื่องเล่าอาจขึ้นอยู่กับสภาพท้องถิ่นกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่นเรื่องเสือเยน(สมิง) บางก็ว่าเป็นชายเดินตามป่าทำทีผ่านผู้คนและถือโอกาสตะครุบกิน แต่พอคนรู้ทันจึงยิงคนที่แปลกหน้าร่างทรุดฮวบกลายร่างเป็นเสือเยน(เสือสมิง) อย่างนี้เป็นต้น
-ส่วนเรื่องผีอี่ค้อยก็คือผีกองกอยตัวเดียวกันครับหากวิเคราะห์ภาษาเมืองล้านนาคำว่า
"กอง" หมายถึง เฝ้ารอคอยหา
"กอย"หมายถึงมองดูหรือดูแล
รวมความว่า" กองกอย"หมายถึง(ผี)ที่เฝ้าคอยหาคนมาดูแล (เพราะว่าเป็นผีสาวเฒ่าที่โสด)ตามตำนานเล่ามาแล้วนั่นเองเน่อเจ้า.....มันจึงร้องเสียงดังว่า
"กอง...กองก๊อย.....กอง.....กองกอย...."
ไว้วันหน้าจะนำเรื่องผีๆมาเล่าต่อขอไหว้สาลาไปก่อนเน้อหมู่เฮาที่รักตังหลาย
จากลุงหนาน
พรหมมา