ถ้าไม่มีชาติหน้าให้แก้ตัว....แล้วเราจะทำยังไง?

      ฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ แม้ว่าดูภายนอกจะไม่ใช่ก็ตามนะ เวลาว่างๆฉันมักไปร้านหนังสือหาหนังสืออ่านอ่านจนเพลิน ดูเวลาอีกที่ก็ผ่านไปหลายชั่วโมง  หนังสือเล่มไหนน่าสนใจอ่านแล้วสนุกฉันก็จะซื้อกลับมาอ่าน  ......

    เชื่อไหม?....ตอนฉันซื้อหนังสือมีเพื่อนบอกฉันว่า......

" ซื้อหนังสือมาทำไมแพง  เสียดายเงิน  ร้านเช่าหนังสือก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ เช่าวันละ 5 บาทต่อเล่มเอง  ซื้อหนังมาทำไม...เล่มละตั้ง100  กว่าบาท"

     ฉันไม่เถียงเพื่อนสักคำ ปล่อยให้พูดไป  เพราะคนเรามักมีเหตุผลส่วนตัว อย่างน้อยๆก็ดีกว่าเอาเงินไปใช้โดยเปล่าประโยชน์ ว่าไหม?....หนังสือที่ฉันวื้อฉันสามารถนำกลับมาอ่านได้อีกหลายๆครั้งเมื่ออยากอ่านดดยไม่ต้องเสียเงินไปเช่าหลายครั้ง  และยังเป็นการสะสมหนะงสือไปในตัวอีกด้วย 

    คุณเคย ได้ยินไหมว่า....หนังสือเก่าย่งมีคุณค่า  และฉันก็เชื่ออย่างนั้นด้วยสิ....

ทุกคนต่างก็มีหนังสือเล่มโปรด ฉันก็มีนะหลายเล่มแต่เรื่องที่ช่วยเวลาไม่สบายใจ  เครียดก้มีหนังสือเล่มนี้แหละที่ช่วยได้  เพราะหนังสือเล่มนี้ ที่คอยให้สติ  ให้ข้อคิดดีๆ ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างน้อยๆก็ช่วยให้ฉันใจเย็น และรอบคอบมากขึ้นเวลาจะทำอะไร

    มาเข้าเรื่องดีกว่าหนังสือที่ฉันพูดถึงอยู่ก็คือเรื่อง"ถ้าไม่ชาติหน้าให้แก้ตัว"  ผู้แต่ง...พิทักษ์   ไทรงาม  สำนักพิมพ์...ดอกหญ้า  ราคา..100บาท

  แค่ได้ยินชื่อก็ไม่เห็นน่าอ่านตรงไหนเลยใช่ไหม ?...อย่ามองเพียงแค่ชื่อเรื่องถ้าหากยังไม่ได้อ่านข้อคิดดีๆที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้.....ถ้าหากทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วอาจไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านก้เป็นได้ใช่ไหมล่ะ....เพราะคุณค่าของหนังสือไม่ใช่เพีงแค่ผู้แต่ง  ชื่อหนังสือ  ปก สีสันภายนอก  ส่งที่สำคัญที่สุดของหนังสือคือเนื้อหาเพราะให้ทั้งความรู้ ข้อคิดดีไว้คอยเตือนสติเวลาทำอะไรผิด หรือแม้แต่ช่วยคลายเครียด  ช่วยสร้างเสียงหัวเราะ....ทุกอย่างนี้อยู่ในเนื้อหาของหนังสือต่างหาก.......

  ฉันอยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกับที่ฉันได้อ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆเหมือนกับฉันจริงๆๆๆๆๆฉันเลยยกตัวอยากมาตอนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้มาให้ดูนะ............  

เรื่องที่26 "หน้าไหว้หลังหลอก"

         "ต่อหน้าประพฤติเช่นใด  ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น"

              ไม่มีใครชอบคนหน้าไหว้หลังหลอก  ต่อหน้าทำเป็นดีแต่ลับหลังก้ให้ร้ายและทำร้ายคนอื่นเขา  คนเช่นที่ว่านี้จะเป็นที่ดูหมิ่นเกลียดชังของผู้อื่นที่สุดแล้วเมื่อใครรู้ว่าผู้ใดเป็นคนเช่นนี้ก้จะเลิกคบค้าสมาคม  สุดท้ายคนเช่นนี้ก้ไม่มีเพื่อนไม่มความสุขในชีวิต.......

                เมื่อเราคุยกับใคร  เราย่อมคาดหวังว่าเขาจะดีกับเราทั้งต่อหน้าและลับหลัง  แต่ถ้าเข้าทำดีต่อหน้าเรา  แล้วภายหลังรู้ว่าเขาทำร้ายเราลับหลัง  เช่นนี้เราก้จะเกลียดเขามาก  ฉันใดก็ฉันนั้น  ผู้อื่นก้เหมือนกัน  ย่อมคาดหวังเหมือนกับเรา  แล้วการเป็นคนต่อหน้าอย่างหนึ่งลับหลังอย่างหนึ่งนั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นคนนิสัยไม่ดี  คนนิสัยไม่ดีอย่างนี้จะหาความสุขความเจริญในชีวิตแก่ตนได้ยาก

               ผัวเมียก็เหมือนกัน  ต่อหน้าทำเป็นรักใคร่กันดี แต่พอลับหลังก้คบชู้สู่ชาย  ประพฤติผิดต่อคู่ครองของตนเอง  นับเป็นเรื่องที่น่าละอายมาก

              ถ้าคนเรามีความซื่อสัตย์่ต่อกัน  ประพฤติตนให้เสมอกันทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น  ก็แสดงว่าเป็นคนมีใจคอหนักแน่น ซื่อสัตย์  คนเช่นนี้ที่จะหาความสุขให้แก่ชีวิตของตัวเองได้ 

ถ้าทุกคนอ่านจบแล้วช่วยแสดงความคิดเห็นให้ด้วยนะคะจะเป็นพระคุณอย่างสูง และถ้าใครมีหนังสือน่าอ่าน ก้แนะนำกันได้นะยินดีเสมอค่ะ