บทบันทึกจากแม่:เวยาและหนังสือเหล่านั้น เวยาลูกรักพ่อของลูกเดินทางกลับไปร่วมสัปดาห์แล้ว ข้าวของในห้องหับของแม่ก็เริ่มเปลี่ยนที่ทางไปบ้างอีกตามเคย พ่อเขาค่อนแคะเอาอยู่บ่อยๆว่าแม่ช่างไร้ระเบียบเสียจริง ทุกครั้งที่พ่อกลับมาบ้าน พ่อต้องมาคอยเก็บกวาด จัดข้าวของให้แม่ใหม่ทุกครั้ง ห้องของเราจะสะอาดเอี่ยมอยู่เสมอเมื่อพ่อกลับบ้าน และครั้งล่าสุดนี้ก็เช่นกัน “แม่กับเวยาจะได้หายใจโล่ง เมื่อห้องสะอาด และหยิบจับข้าวของได้ง่ายขึ้น” ความจริงแล้วห้องนอนของแม่ มันก็ไม่ได้รกรุงรังอะไรนักดอก ข้าวของที่ดูจะกระจัดกระจายอยู่ผิดที่ไปบ้างก็เห็นจะมีพวกกล่องใส่โปสการ์ด กล่องใส่ปากกาที่แม่ต้องวางไว้ใกล้ตัว เพื่อสะดวกในการหยิบใช้เวลาเขียนถึงพ่อของลูกนั่นเอง และอีกอย่างที่ต้องวางไว้ใกล้ตัวแม่เสมอ ก็เห็นจะเป็นบรรดาหนังสือที่แม่ต้องอ่านก่อนนอน (อ่านให้เวยาฟังด้วย) ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิทานของเวยา เรื่อง ความรักของต้นไม้ (เชล ซิลเวอร์สเตน) , บทกวีจันทร์เสี้ยว (รพินทรนาถ ฐากูร) , คุณคือครูคนแรกของลูก (ราหิมา บาลด์วิน แดนซี) , รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว (มาซารุ อิบุกะ) , ลูกฉลาดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (น.พ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร)และหนังสือชุดบ้านเล็ก (ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์) ตั้งแต่แม่มีเวยา แม่ก็เริ่มอ่านหนังสือประเภทที่ว่ามานี้มากขึ้น บางเล่มก็อ่านจบแล้ว บางเล่มกำลังอ่าน และก็มีหลายเล่มอีกเช่นกันที่รอคอยให้แม่เปิดอ่านมัน “หนังสือที่แม่อ่านส่งผลต่อชีวิต เปลี่ยนความคิดของแม่อย่างไรบ้าง” นี่เป็นข้อคำถามของพ่อต่อการอ่านหนังสือของแม่ ทำให้แม่ต้องมานั่งย้อนมองตัวเอง ตั้งแต่แรกเริ่มที่เปิดหนังสือ ลูกฉลาดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ , คุณคือครูคนแรกของลูก แม่อ่านหนังสือสองเล่มนี้ตั้งแต่เวยาอยู่ในท้องได้ไม่กี่สัปดาห์ อ่านจบก็ต้องวิ่งวุ่นหาเพลงคลาสสิค ของ mozart มาฟัง และพ่อก็ต้องจ่ายค่าเครื่องเล่นดีวีดีให้แม่ใหม่ด้วย และตั้งแต่นั้นเวยาก็ได้ฟังแม่อ่านหนังสือและฟังเพลงก่อนนอนทุกคืน ด้วยหนังสือสองเล่มนี้ทำให้แม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภค งดการดื่มกาแฟ ทั้งที่ปกติต้องดื่มวันละ1-2 แก้ว (เอสเปรสโซ่เสียด้วย) หันมารับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะจัดเตรียมได้ ดื่มนมมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงวิถีที่สำคัญของแม่ก็เห็นจะเป็นการเปลี่ยนเวลาการทำงานที่คุ้นเคยมากว่า 6 ปี ด้วยการงานแห่งอาชีพของแม่ ทำให้เวลามักสวนทางกับคนอื่นอยู่เสมอ เวลากินเวลานอนมักไม่เป็นไปตามเวลามาตรฐานของใครๆเท่าใดนัก และแม่ก็ยอมรับและคุ้นชินกับมันเสียจนไม่คิดว่าเป็นปัญหา กระทั่งมีเวยา แม่จะทนได้อย่างไรหากเวยาต้องทนอดหลับอดนอนทำงานกับแม่จนค่อนคืน และบางคืนยังต้องตื่นมาทำงานกับแม่กลางดึก ต้องนั่งรถพยาบาลที่แสนกระแทกกระเทือนเพื่อไปส่งคนไข้อาการรีบด่วนยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด บางคืนกว่าจะได้รับประทานอาหารเย็นก็ต้องรอจนดึกดื่นกว่าภาระงานของแม่จะว่างเว้นลง ด้วยเหตุผลที่ว่ามา ทำให้แม่ต้องขอเปลี่ยนเวลาการปฏิบัติงานที่ทำมากว่า 6 ปี จากขึ้นเวรทำงานตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่มาเป็นทำงานตอนกลางวันแทน แรกๆก็ต้องปรับตัวมากหน่อย เพราะต้องปรับเปลี่ยนการกินอยู่หลับนอนใหม่หมด ช่วงแรกแม่ยังคงนอนดึกดังเดิม และมักง่วงนอนมากตอนกลางวัน แต่โชคดีที่เพื่อนร่วมงานหลายคนเข้าใจ เห็นใจ และรักเวยา ทำให้แม่ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่บางครั้งแม่ก็อู้งานอยู่ไม่น้อย นอกจากการปรับเปลี่ยนเรื่องเวลา แม่ยังต้องปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้จ่ายเงินอีกด้วย การเลิกขึ้นเวรบ่ายดึกทำให้รายได้ส่วนหนึ่งหายไป ถึงแม้มันจะไม่ใช่จำนวนเงินที่มากมายอะไร ถ้าเทียบกับจำนวนที่เพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันได้และมี แต่มันก็ทำให้แม่ใช้จ่ายได้อย่างสบายตามวิถีทางตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแม่ไม่มีเพียงเท่านี้ดอกเวยา การมีลูกและการอ่านหนังสือที่มากขึ้นทำให้แม่เปลี่ยนกระบวนคิดในหลายๆเรื่อง เมื่อก่อนมักคิดเสมอว่าหากแม่มีลูก แม่จะเลี้ยงดูเขาอย่างไร ให้เติบโตเป็นเด็กดีที่เก่งรอบด้านและมีความเป็นอัจฉริยะอยู่ในตัว คงต้องดูแลเรื่องอาหารให้เต็มที่ หาของเล่นและหากิจกรรมที่จะส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเต็มร้อย เข้าเรียนโรงเรียนดีๆเป็นที่ยอมรับของสังคม แต่เรื่องราวชีวิตวัยเด็ก ของลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ ทำให้แม่เปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ เวยาของแม่ไม่ต้องเรียนเก่งจนเป็นอัจฉริยะก็ได้ ขอแค่ลูกอ่านหนังสือดีๆได้ก็พอ เวยาของแม่ไม่ต้องเก่งกาจรอบด้านก็ได้ ขอแค่ลูกของแม่รู้ว่าตัวเองชอบ ฝัน และทำอะไรได้ดีเพียงสักอย่างก็พอ เวยาของแม่ไม่ต้องเป็นเด็กดีมากนักก็ได้ ขอเพียงซื่อสัตย์กับตัวเองและไม่เอาเปรียบทำร้ายใครก็พอ แม่อยากให้ลูกมีความสุข ยิ้มรับแสงแดดอ่อน ทุ่งหญ้าป่าใหญ่ แมลงปอปีกบางและธารน้ำใส มากกว่าจะไปนั่งหน้านิ่ว แข่งขันกันทำข้อสอบในโรงเรียนมีชื่อที่สังคมแต่งตั้งให้ เวยาจะเป็นอย่างไรถ้ามีชีวิตแบบนั้นรอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว , หนังสือชุดบ้านเล็ก ทำให้แม่แทบรอให้เวยาครบกำหนดคลอดออกมาไม่ไหว อยากให้ออกมาเสียวันนี้พรุ่งนี้ ทั้งที่หนูเพิ่งจะมีอายุไม่ถึง 7 เดือนในท้องแม่ แม่อยากเลี้ยงดูเวยาให้เป็นเด็กที่เติบโตมาพร้อมจินตนาการในแบบที่เด็กเล็กๆคนหนึ่งควรจะมีและมีพรสวรรค์ในแบบที่ตัวเองควรจะเป็นบางทีอาจไม่ใช่หนังสือเหล่านี้ที่เปลี่ยนชีวิตแม่ การเตรียมถือกำเนิดของลูกอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตของแม่เปลี่ยนไป และถ้าเปรียบเวยาเป็นหนังสือ ลูกก็จะเป็นหนังสือเล่มใหม่ที่รอให้แม่เปิดอ่านและเรียนรู้ทั้งชีวิตของแม่
หนังสือเปลี่ยนฉัน
เวยา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
คูณ · 26 พ.ย. 2550
lugkate Ja · 26 พ.ย. 2550
ชรินทร์ทิพย์ · 26 พ.ย. 2550
นาตยา ตวงกระสินธุ์ · 26 พ.ย. 2550
ดาว · 26 พ.ย. 2550
ขนนกสีชมพู · 26 พ.ย. 2550
ตอนท้องเวยา ก็เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการดูแลเด็กเยอะมากๆค่ะ รวมถึงวรรณกรรมเยาวชนด้วยรวมแล้วที่อ่านจบไม่น่าต่ำกว่า 20 เล่ม และที่อ่านค้างๆไว้ ก็มีจำนวนไม่น้อย ทำให้สามีเกิดคำถามว่าอ่านหนังสือมากๆแล้วทำให้วิธีคิดเปลี่ยนไม๊ ก้เลยเป็นที่มาของการเขียนบันทึกบทนี้เพื่อเก็บไว้ให้ลูกอ่านเมื่อแกรู้ความค่ะ
เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ไหมครับ ผมกำลังหาอ่านอยู่ ไปเดินตามร้าน หนังสือ ก้ไม่มีขายแล้ว หนังสือที่ผมตามหาคือ จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล ของริชาร์ด บาก แปลโดย มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ถ้ามีแหล่ง ช่วยแนะนำผมด้วย ขอบคุณครับ
อยู่ที่บ้านก้รู้สึกว่าจะเคยมีนะคะ เป็นหนังสือที่สามีเก็บไว้ในกลุ่มหนังสือหายาก แต่ไม่ทราบมีใครยืมไปหรือเปล่า เดี๋ยวจะลองถามให้ค่ะ
ก่อนอื่นใด ผมขอแสดงความยินดีและแสดงความชื่นชม ในทุกสิ่งที่คุณแม่และคุณพ่อของน้องเวยามีให้กลับน้องเวยาจริงๆครับ
น้องคงเป็นเด็กที่โชคดีอีกคนหนึ่งในโลกเบี้ยวๆไปนี้นะครับ ผมอ่านเนื้อหาทั้งหมดของคุณแม่ อ่านไปก็แอบยิ้มไป แบบว่ามีความสุขไปกับคุณแม่น้องเวยาน่ะครับ มีคนกล่าวไว้นานมาแล้วว่า ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ ผมในบทบาทคุณพ่อลูกสอง (น้องโอม กะ น้องเอม OHM & AIM)อยากฝากข้อคิดให้กับคุณพ่อคุณแม่นิดนึงนะครับ เพื่อลูกๆของเรา คือ ขอให้มีความรักให้กับเค้าตลอดเวลา อดทน อดทน อดทน มากๆ เพื่อเขา อภัย อภัย และอภัย ให้กับตัวเราและตัวลูกถ้าหากมีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ เลี้ยงดูให้เค้ามีภูมิคุ้มกันกับโลกเบี้ยวๆไปนี้ครับ เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับลูก หัดมองในมุมมองของลูกบ้าง ...
และที่ผมประสบกับตนเองก็คือ หากมีลูกแล้วควรมีสองคนครับ จะเป็นอะไรที่ดูไม่ทำร้ายเด็กด้วยความเหงาครับเพราะเด็กจะมีเพื่อนที่คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่อง และมีความสุข ในวัยอย่างสมบูรณ์ ...