ผู้ที่ถือเป็นผู้ที่มีคุณูปการสำคัญที่ทำให้ผ้าไหม บ้านท่าสว่าง ได้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วประเทศและทั่วโลก ผ่านผลงานผ้าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ประณีต งดงาม และอลังการ ก็คือ อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย

การสืบต่อภูมิปัญญาการทอผ้า ไหมยกทอง ที่ บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ ความยั่งยืนของการทอผ้าที่น่าสนใจยิ่ง 

วรรณศักดิ์พิจิตร บุญเสริม

  

บทนำ

หากเอ่ยถึง ผ้าไหมสุรินทร์ ในบรรดาคนที่อยู่ในวงการผ้าไหม หรือ คนที่คลุกคลีกับผ้าไหมต่างยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่า ผ้าไหมสุรินทร์ มีความงดงาม โดดเด่น ประณีต ในด้านฝีมือการทอผ้า และมีอัตลักษณ์ ที่บ่งบอกลักษณะเฉพาะอยู่หลายอย่าง โดยมีพัฒนาการสืบต่อในภูมิปัญญาการทอผ้าจาก วัฒนธรรมการทอผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ เขมร  และ กุ่ย  ที่เป็นคนพื้นถิ่นที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์   ดังนั้นผ้าทอ โดยเฉพาะผ้าไหมสุรินทร์ จึงได้รับการยอมรับจากต่อเนื่องว่า เป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพ มีการผลิตที่ถือเป็นงานรังสรรค์ทางศิลปะอย่างงดงามและพัฒนาสู่การเป็นสินค้าสำคัญที่นำรายได้มาสู่ชุมชน 

บ้านทอผ้าบ้านท่าสว่าง ของ อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย

บ้านท่าสว่างถือเป็นหมู่บ้านผลิตผ้าไหม หรือ ทอผ้าไหม ที่คนรู้จักทั่วประเทศ และทั่วโลก  เนื่องจาก  การสร้างผลงานการทอผ้า อันโดดเด่น เพื่อ จัดทำเป็นเสื้อให้แก่ผู้นำ ของประเทศต่าง ๆ ในโอกาสการประชุมโอเปค เมื่อปี พ.ศ. 2546 และจัดทำเป็นผ้าคลุมไหล่ถวายแด่ ประมุขประเทศต่าง ๆ  ในวาระโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ ครบ 60 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  ผู้ที่ถือเป็นผู้ที่มีคุณูปการสำคัญที่ทำให้ผ้าไหม บ้านท่าสว่าง ได้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วประเทศและทั่วโลก ผ่านผลงานผ้าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ประณีต งดงาม และอลังการ ก็คือ อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย  คนรุ่นที่ สาม ที่สืบทอดการทอผ้าจากตระกูลของท่าน

ศาลาแสดงผ้าไหมยกทอง ด้านหน้าของบ้านพัก 

อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย สั่งสมประสบการณ์การทอผ้าไหม เรียนรู้จากคุณแม่ของท่านตั้งแต่เล็ก อาศัยการได้ดูบ่อย ๆ จดจำวิธีการต่าง ๆ จนสามารถทอผ้าได้เองตังแต่ยังวัยเยาว์  รูปแบบเทคนิควิธีต่าง ๆ ของช่างทอเมืองสุรินทร์  อาจารย์สามารถทำได้ และยิ่งเมื่อได้เข้าศึกษาที่ เพาะช่าง  ความรู้ในทางศิลปะไทยแขนงต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการรังสรรค์งานได้อย่างงดงาม ยิ่งกว่าช่างทอผ้า คนอื่น ๆ ในเมืองสุรินทร์ 

                  โรงทอผ้าไหมที่อยู่ด้านใน

เมื่อมาเป็นอาจารย์สอนให้แก่นักเรียนในโครงการศิลปาชีพ ทำให้ได้เรียนรู้เห็นความงดงามของผ้าทอราชสำนัก ที่มีอย่างมากมายซึ่งจะหาช่างทอในปัจจุบันทำได้ลำบาก  ท่านจึงดำเนินภารกิจที่จะรื้อฟื้นการทอผ้าให้แก่ราชสำนักขึ้นมาใหม่ เพื่อพัฒนางานทอผ้าถวายงานแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยเรียนรู้และถ่ายทอดให้แก่ นักเรียนในโครงการศิลปาชีพ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

กี่ที่ม้วนเขาไว้หลังจากทอผ้าเสร็จแล้ว

ผ้าทอที่ถือว่าเป็นการสืบสานงานทอผ้าโบราณของราชสำนักโดยประสมประสานเทคนิควิธีการทอผ้าแบบพื้นบ้าน ที่สร้างลวดลายผ้าด้วยเทคนิควิธีหลายรูปแบบ เช่น ช่างทอผ้า สามารถสร้างลวดลายด้วยเทคนิควิธี ที่เรียกว่า  มัดหมี่   เทคนิควิธีที่เรียกว่า  ขิด  เทคนิควิธีที่เรียกว่า จก เทคนิควิธีที่เรียกว่า ยก เทคนิควิธีที่เรียกว่า เกาะ  เป็นต้น  เทคนิควิธีที่อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย นำมาใช้ใน

 

กี่ที่กำลังทอผ้าอยู่ ภาพนี้แสดง เขา ที่ สอดอยู่ด้านหน้าฟืมทอผ้า 

งานทอผ้าของท่านก็คือ  เทคนิควิธีที่เรียกว่า ยก  แต่เป็นการยกที่ต้องการสร้างลวดลายบนเนื้อผ้าให้เกิดความโดดเด่นและละเอียดยิ่ง พร้อมกับการนำไหมทองและไหมเงินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งให้ผ้าทองดงามยิ่งขึ้น ผ้าที่เกิดจากเทคนิค ยก ชนิดนี้ จึงเรียกว่า ผ้ายกทอง หรือ ผ้าไหมยกทอง ซึ่งในอดีต ถือเป็น สิ่งของเพื่อนำขึ้นถวายเป็นราชบรรณาการ จากหัวเมืองขึ้นต่าง ๆ นำขึ้นมาถวายให้แด่  พระมหากษัตริย์ไทย ทั้งช่วงสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ อันมีหลักฐานปรากฏในจดหมายเหตุต่าง ๆ จากหัวเมืองขึ้นต่าง ๆ

เขา อุปกรณ์การทอผ้าที่ทำให้เกิดลาย 

เทคนิค ยกทอง หรือ ผ้าไหมยกทอง  มรดก อันล้ำค่าของบรรพบุรุษชาวอีสาน 

                ในราชสำนักของกษัตริย์ในสมัยโบราณของดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้    ผ้าทอที่จะใช้ในราชสำนักจะถูกส่งหรือจัดทำมาจากแหล่งทอผ้าอยู่สองสามแห่ง ผ้าทออันหนึ่งอาจสั่งมาจากต่างประเทศ เช่น ผ้าเขียนหรือผ้าพิมพ์ลายจากอินเดีย ผ้าทอจากเปอร์เซีย ผ้าแพรไหมจากจีน ผ้าปูมจากเขมร  เป็นต้น แต่ผ้าทอที่ใช้ในชีวิตประจำวันและราชประเพณีที่เน้นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มักถูกจัดทำโดยหมู่

 

แสดงให้เห็น เขาที่ทอดลงสู่ด้านล่าง ซึ่งต้องใช้คนถึง 4 คน ทอผ้ากี่นี้

บ้านทอผ้าไหม ที่ถูกจัดให้เป็นหมู่บ้านที่มีภารกิจถวายงานแด่พระเจ้าแผ่นดินและราชสำนัก ทั้งหมู่บ้าน  เช่น ในราชสำนักหลวงพระบาง กรุงศรีสัตนาคนหุตร่มขาว หลวงพระบาง  บ้านที่ถูกจัดให้เป็นหมู่บ้านถวายงานการทอผ้าและผลิตภัณฑ์ผ้า แด่ เจ้ามหาชีวิต ราชสำนักหลวงพระบาง คือ หมู่บ้านผานม ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อ มีความสามารถในการทอผ้าอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะการทอผ้า ด้วย

 

ผ้าไหมยกทอง ตราสัญลักษณ์ครองราช 60 ปี

เทคนิค จก  และ เทคนิค เกาะ  เช่นเดียวกันในภาคอีสาน ผ้าไหม ที่ทอด้วยเทคนิคที่โดดเด่น เช่น เทคนิค มัดหมี่ที่สร้างอย่างละเอียดลวดลายเต็มพื้นผ้า มีการวางแนวยาว มีการสร้างเรื่องราว และใช้เป็นผ้านุ่งของข้าราชการ ที่เรียกว่า ผ้าปูม  ก็ต้องทำจากท้องถิ่น สุรินทร์ และเขมร เพราะช่างทอกลุ่มชาติพันธุ์เขมรเก่งมากในเรื่องมัดหมี่  เช่นเดียวกันช่างทอในหมู่บ้านไท-ลาว ในภาคอีสานตอนกลาง ก็มีความสามารถในการทำผ้าทอด้วยเทคนิค ขิด  และ มัดหมี่ โดยเฉพาะ หมี่คั่น ได้อย่างละเอียดและงดงาม ช่างทอผู้ไท แห่งบ้านโพน คำม่วง กาฬสินธุ์ ก็มีความสามารถ ในเทคนิค จก ทีมีการให้สีสันลวดลายอันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ในผ้าที่เรียกว่า แพรวา จนถูกยกย่องเป็น ราชินีแห่งผ้าไหม เลยทีเดียว  เทคนิค ที่เรียกว่า ยก  คือ

 

อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย กำลังปักชุดโขน

การสร้างลวดลาย การทอผ้า โดยการผูกลายไว้ที่   เขา    บริเวณด้านหน้า ฟืม   เขา  คือ อุปกรณ์ ที่สร้างลวดลาย ให้เกิดขึ้นในพื้นผ้า โดยปกติ จะอยู่ในส่วนที่อยู่ติดฟืม มี 2 อัน  สร้างลวดลายโดยการใช้เท้าเหยียบไม้ที่ผูกไว้กับเขาให้สลับกันไปมา เมื่อสอดกระสวยใส่เส้นไหมหรือด้ายเข้าไป  ช่างทอก็จะใช้ฟืมตีให้ด้ายเข้าเรียงต่อขนานกับด้านเส้นเก่า ตีเพื่อให้ด้ายเรียงชิดติดกันให้แน่นเหนียวเพื่อสร้างผืนผ้าให้เกิดขึ้น เมื่อจะสอดกระสวยเอาด้ายหรือไหมเข้าไปใหม่ ก็จะต้องเหยียบสลับ

 

เด็ก ๆ กำลังรับการถ่ายทอดวิชาการการปักผ้า จากท่านอาจารย์วีระธรรม

เปลี่ยนไม้ที่ผูกเขาอีกอันหนึ่ง   เพื่อให้ด้ายเข้าช่อง เกิดลวดลายเป็นลายขัดไปขัดมาทำให้เกิดเป็นผืนผ้าขึ้น  แต่หากต้องการสร้างลวดลายมากกว่า ลายขัดธรรมดา  ก็ต้องสร้าง เขาพิเศษ ขึ้นมาอีก  ลาวทางเหนือ เรียกว่า เขาเยิ่ง   ยิ่งต้องการลายละเอียดมากเท่าใดตามจินตนาการที่ ช่างทอ จินตนาการ ไว้ ก็ต้องใช้เขามากยิ่ง ๆขึ้น พร้อมกันนั้นก็ส่งด้าย หรือ ไหม หรือ ไหมคำ ไหมเงิน เป็นเส้นพุ่งพิเศษเข้าไป สร้างลวดลายตามจินตนาการที่ผูกไว้ที่  เขา นั่นเอง  การเกิดลวดลายก็ต้องมีการยกเขาหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งเขาอยู่ตลอด วิธีการเช่นนี้ จึงเรียกผ้าที่เกิดการจากเทคนิคนี้ ว่า  ผ้ายก ตามลักษณะการยกเขาขึ้นลง หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเขา เรียกว่า  ผ้ายกดอก เพราะการสร้างลวดลายจากเขา สร้างเป็นลวดลายเป็นดอกดวง ผ้ายกทอง การสร้างลวดลาย โดยมีไหมคำ หรือ เส้นไหมทอง เส้นไหมเงิน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างลวดลายบนเนื้อผ้า  ผ้ายก ถือ เป็น วัฒนธรรมร่วมของ

 

ทุกคนกำลังตั้งอกตั้งใจทำการปักอย่างเอาจริงเอาจัง

การทอผ้าในทุกท้องถิ่นของประเทศไทย แต่ ความเป็นอัตลักษณ์ จะอยู่ที่  การสร้างลวดลาย รูปร่างของลวดลาย การวางตำแหน่งของลวดลาย  การให้สีสัน  และกระบวนการทอผ้า ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน เช่นกัน การทอผ้าไหมยกทอง ที่บ้านท่าสว่างถือเป็น อัตลักษณ์ สำคัญอันล้ำค่าของบรรพบุรุษชาวอีสาน  ซึ่งสืบสานเรียนรู้ต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน และได้รับการพัฒนาทั้งกระบวนการทอผ้า การสร้างลวดลายให้งดงามยิ่งขึ้น จาก  ฝีมือของช่างทอยุคปัจจุบัน คือ อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย การรังสรรค์ ผ้ายกทอง ลวดลายตราสัญลักษณ์งานเฉลิมฉลองวาระอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และการรังสรรค์ชุดแต่งกายการแสดงโขนหน้าพระที่นั่ง 

การสร้างลวดลายลวดลายตราสัญลักษณ์งาน เฉลิมฉลองวาระอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นับว่าเป็นการรังสรรค์งานผ้าไหมยกทองผืนล่าสุด ที่ อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย กำลังระดมช่างทอได้ช่วยกันทำผลงานชิ้นนี้ด้วยความอุตสาหะและเต็มเปี่ยมด้วยจิตใจที่จะให้งานได้ออกมาอย่างงดงามประณีตยิ่ง  พร้อมกันนั้นการเฉลิมฉลองใน

 

ชุดโขนและละคร เด็กเยาวชนบ้านท่าสว่างคือผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง 

วาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระชนมายุ ครบ 80 พรรษาการเฉลิมฉลองครั้งนี้จัดให้มีการแสดงโขนชุดใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองในวาระโอกาสสำคัญนี้ จำเป็นจะต้องสร้างเครื่องแต่งกายชุดใหม่ให้แก่การแสดงโขนด้วยการสร้างชุดแสดงโขน ตั้งแต่ ชุดแต่งตัวละคร หัวโขน เครื่องประกอบฉาก ตลอดจน สิ่งของต่าง ๆ ได้จัดทำด้วยวิธีกรรมแบบโบราณ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำขึ้นได้เน้นวิธีแบบโบราณ ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด นำภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาใช้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นการนำองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่มาจัดระบบ และถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ โดยใช้นักเรียนในโครงการศิลปาชีพ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ครูศิลปาชีพในแขนงสาขาวิชาต่าง ๆ ได้ถูกเชิญมาเพื่องานนี้ให้เป็นผลงานอย่างดีเยี่ยมเพื่อให้การแสดงออกมาให้ดีที่สุด

ตั้งใจปักอย่างประณีต บรรจงและงดงาม               

บ้านท่าสว่างก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ผ้าทอ ผ้าไหมยกทอง ก็กำลังรังสรรค์อย่างต่อเนื่องเพื่อใช้เป็นเครื่องแต่งกายของตัวละครต่าง ๆ  การทำอุปกรณ์เกี่ยวกับชุดแต่งตัวของโขน ก็ได้ถูกการถ่ายทอด ให้ ช่างทอ รุ่นใหม่ ทั้งงานปักแบบโบราณ ได้เกิดการเรียนรู้ให้แก่ช่างทอรุ่นใหม่ ที่เป็นเด็กนักเรียนในหมู่บ้านและนักเรียนในจังหวัดสุรินทร์  วันนี้ ณ บ้านพักของอาจารย์                   วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ที่เป็นสถานที่ทอผ้าไหมยกทอง หมู่เรือนไทย จึงแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ช่างทอตัวน้อย ๆ กำลังเขมักเขม้น กับการทำเครื่องตกแต่งโขนเป็นบรรยากาศน่าดูยิ่ง เป็นบรรยากาศการถ่ายทอดองค์ความรู้จากคนรุ่นที่ 3 สู่คน

รุ่นที่ 4 ซึ่งทำให้เห็นว่า ณ วันนี้ ภูมิปัญญาการทอผ้า ไหมยกทอง ที่บรรพบุรุษถ่ายทอดให้กันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า บัดนี้ได้รับการถ่ายทอดใหม่ จากคนรุ่นที่ 3 สู่คนรุ่นที่ 4  นับวันจะยั่งยืนและสืบสานตราบนานเท่านาน และกลายเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งกลับสู่ชนบทสืบไป