คุณผู้อ่านเคยเป็นไหมคะ ดึกดื่นค่อนคืนแล้วยังหลับตาไม่ลง ผู้เขียนเป็นบ่อยเลยค่ะ นอนไม่หลับทำอย่างไรดีน๊า เดินวนไปวนมาก็แล้ว หาอาหารทานก็แล้ว ไม่หลับเหมือนเดิม ด้วยอายุรึเปล่านะ เอางี้แล้วกันอ่านหนังสือดีกว่า พอหยิบหนังสือมาอ่านได้ประมาณไม่น่าจะถึง 1 ชั่วโมง ตาเริ่มลืมไม่ขึ้นแล้ว นอนง่ายกว่าเดิมอีก ที่นี้เลยฝึกจนเป็นนิสัยประจำตัวเลยค่ะ ชนิดที่ว่าขอให้เป็นหนังสือเถอะอ่านได้หมด(ต้องเป็นภาษาไทยนะคะ)
การเลือกหนังสือที่จะอ่านสำหรับผู้เขียนแล้ว ต้องเป็นหนังสือที่ตัวเองสนใจ ผู้อ่านเริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าหนังสืออะไรนะที่ยัยคนนี้ชอบอ่าน บางคนทายว่าต้องหนังสือธรรมะแน่เลย หน้าต่อย่างงี้ ไม่พ้นเรื่องวัดแน่ๆ อ่ะ เอางี้แล้วกันไม่ต้องทายกันดีกว่านะคะ ผู้เขียนบอกเองเลยดีกว่า หนังสือที่ชอบที่สุดในชีวิต ก็คือ นิยาย นั่นเอง ขอให้เป็นนิยายเถอะอ่านได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนิยายรัก นิยายเศร้าเคล้าน้ำตา น้ำจะเน่าเหม็นไปสามบ้านแปดบ้านก็ชั่งฉันจะอ่าน
ท่านผู้อ่านล่ะคะอ่านหนังสือกันบ้างเล่าสู่กันฟังบ้างซิ
เวยาและหนังสือเหล่านั้น พ่อของลูกเดินทางกลับไปร่วมสัปดาห์แล้ว ข้าวของในห้องหับของแม่ก็เริ่มเปลี่ยนที่ทางไปบ้างอีกตามเคย พ่อเขาค่อนแคะเอาอยู่บ่อยๆว่าแม่ช่างไร้ระเบียบเสียจริง ทุกครั้งที่พ่อกลับมาบ้านพ่อต้องมาคอยเก็บกวาด จัดข้าวของให้แม่ใหม่ทุกครั้ง ห้องของเราจะสะอาดเอี่ยมอยู่เสมอเมื่อพ่อกลับมาบ้าน และครั้งล่าสุดนี้ก็เช่นกัน “แม่กับเวยาจะได้หายใจโล่ง เมื่อห้องสะอาด และหยิบจับข้าวของได้ง่ายขึ้น” ความจริงแล้วห้องของแม่มันก็ไม่ได้รกรุงรังอะไรนักดอก ข้าวของที่ดูจะกระจัดกระจายอยู่ผิดที่ไปบ้างก็เห็นจะมีพวกกล่องใส่โปสการ์ด กล่องใส่ปากกาที่แม่ต้องวางไว้ใกล้ตัวเพื่อสะดวกในการหยิบใช้เวลาเขียนถึงพ่อของลูกนั่นเอง และอีกอย่างที่ต้องวางไว้ใกล้ตัวแม่เสมอก็เห็นจะเป็นบรรดาหนังสือที่แม่ต้องอ่านก่อนนอน (อ่านให้เวยาฟังด้วย) ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิทานของเวยา เรื่อง ความรักของต้นไม้ (เชล ซิลเวอร์สเตน) , บทกวีจันทร์เสี้ยว (รพินทรนาถ ฐากูร) , คุณคือครูคนแรกของลูก (ราหิมา บาลด์วิน แดนซี) , รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว (มาซารุ อิบุกะ) , ลูกฉลาดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (น.พ.ชัยรัตน์ ปัณฑรอัมพร)และหนังสือชุดบ้านเล็ก (ล่อร่า อิงกัลล์ ไวล์เดอร์) ตั้งแต่แม่มีเวยา แม่ก็เริ่มอ่านหนังสือประเภทที่ว่ามานี้มากขึ้น บางเล่มก็อ่านจบแล้ว บางเล่มกำลังอ่าน และก็มีอีกหลายเล่มอีกเช่นกันที่รอคอยให้แม่เปิดอ่านมัน “หนังสือที่แม่อ่านส่งผลต่อชีวิต เปลี่ยนความคิดของแม่อย่างไรบ้าง” นี่เป็นข้อคำถามของพ่อต่อการอ่านหนังสือของแม่ ทำให้แม่ต้องมานั่งย้อนมองตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มที่เปิดหนังสือลูกฉลาดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ , คุณคือครูคนแรกของลูก แม่อ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่เวยาอยู่ในท้องได้ไม่กี่สัปดาห์ อ่านจบก็ต้องวิ่งวุ่นหาเพลงคลาสสิค ของ mozart มาฟัง และพ่อก็ต้องจ่ายค่าเครื่องเล่นดีวีดีให้แม่ใหม่ด้วย และตั้งแต่นั้นเวยาก็ได้ฟังเพลงและฟังแม่อ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอนทุกคืน ด้วยหนังสือสองเล่มนี้ทำให้แม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภค งดการดื่มกาแฟ ทั้งที่ปกติต้องดื่มวันละ1-2 แก้ว (เอสเปรสโซ่เสียด้วย) หันมาทานอาหารที่เป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะจัดเตรียมได้ ดื่มนมมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงวิถีที่สำคัญของแม่ก็เห็นจะเป็นการเปลี่ยนเวลาการทำงานที่คุ้นเคยมากว่า 6 ปี ด้วยการงานแห่งอาชีพของแม่ ทำให้เวลามักสวนทางกับคนอื่นอยู่เสมอ เวลากินเวลานอนมักไม่เป็นไปตามเวลามาตรฐานของใครๆเท่าใดนัก และแม่ก็ยอมรับและคุ้นชินกับมันเสียจนไม่คิดว่าเป็นปัญหา กระทั่งมีเวยา แม่จะทนได้อย่างไรหากเวยาต้องทนอดหลับอดนอนทำงานกับแม่จนค่อนคืน และบางคืนยังต้องตื่นมาทำงานกับแม่กลางดึก ต้องนั่งรถพยาบาลที่แสนกระแทกกระเทือนเพื่อไปส่งคนไข้อาการรีบด่วนยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด บางคืนกว่าจะได้รับประทานอาหารเย็นก็ต้องรอจนดึกดื่นกว่าภาระงานของแม่จะว่างเว้นลง ด้วยเหตุผลที่ว่ามาทำให้แม่ต้องขอเปลี่ยนเวลาการปฏิบัติงานที่ทำมากว่า 6 ปี จากขึ้นเวรทำงานตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่มาเป็นทำงานตอนกลางวันแทน แรกๆก็ต้องปรับตัวมากหน่อย เพราะต้องปรับเปลี่ยนการกินอยู่หลับนอนใหม่หมด ช่วงแรกแม่ยังคงนอนดึกดังเดิม และมักง่วงนอนมากตอนกลางวัน แต่โชคดีที่เพื่อนร่วมงานหลายคนเข้าใจ เห็นใจ และรักเวยา ทำให้แม่ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่บางครั้งแม่ก็อู้งานอยู่ไม่น้อย นอกจากการปรับเปลี่ยนเรื่องเวลา แม่ยังต้องปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้จ่ายเงินอีกด้วย การเลิกขึ้นเวรบ่ายดึกทำให้รายได้ส่วนหนึ่งหายไป ถึงแม้มันจะไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไร ถ้าเทียบกับจำนวนที่เพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันได้และมี แต่มันก็ทำให้แม่ใช้จ่ายได้อย่างสบายตามวิถีทางตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแม่ไม่มีเพียงเท่านี้ดอกเวยา การมีลูกและการอ่านหนังสือที่มากขึ้นทำให้แม่เปลี่ยนกระบวนคิดในหลายๆเรื่อง เมื่อก่อนมักคิดว่าหากแม่มีลูก แม่จะเลี้ยงดูเขาอย่างไรให้เติบโตเป็นเด็กดีที่เก่งรอบด้านและมีความเป็นอัจฉริยะอยู่ในตัว คงต้องดูแลเรื่องอาหารให้เต็มที่ หาของเล่นและหากิจกรรมที่จะส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเต็มร้อย เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ แต่เรื่องราวชีวิตวัยเด็กของลอร่า อิงกัลล์ ไวล์เดอร์ ทำให้แม่เปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ เวยาของแม่ไม่ต้องเรียนเก่งจนเป็นอัจฉริยะก็ได้ ขอแค่ลูกอ่านหนังสือดีๆได้ก็พอ เวยาของแม่ไม่ต้องเก่งกาจรอบด้านก็ได้ ขอแค่ลูกของแม่รู้ว่าตัวเองชอบ ฝัน และทำอะไรได้ดีเพียงสักอย่างก็พอ เวยาของแม่ไม่ต้องเป็นเด็กดีมากนักก็ได้ ขอเพียงซื่อสัตย์กับตัวเองและไม่เอาเปรียบทำร้ายใครก็พอ แม่อยากให้ลูกมีความสุข ยิ้มรับแสงแดดอ่อน ทุ่งหญ้าป่าใหญ่ แมลงปอปีกบางและธารน้ำตก มากกว่าจะไปนั่งหน้านิ่ว แข่งขันกันทำข้อสอบในโรงเรียนมีชื่อที่สังคมแต่งตั้งให้ เวยาจะเป็นอย่างไรถ้ามีชีวิตแบบนั้นรอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว , หนังสือชุดบ้านเล็ก ทำให้แม่แทบรอให้เวยาครบกำหนดคลอดออกมาไม่ไหว อยากให้ออกมาเสียวันนี้พรุ่งนี้ ทั้งที่หนูเพิ่งจะมีอายุไม่ถึง 7 เดือนในท้องแม่ แม่อยากเลี้ยงดูเวยาให้เป็นเด็กที่เติบโตมาพร้อมจินตนาการในแบบที่เด็กเล็กๆคนหนึ่งควรจะมีและมีพรสวรรค์ในแบบที่ตัวเองควรจะเป็นบางทีอาจไม่ใช่หนังสือเหล่านี้ที่เปลี่ยนชีวิตแม่ การเตรียมถือกำเนิดของลูกอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตของแม่เปลี่ยนไป และถ้าเปรียบเวยาเป็นหนังสือ ลูกก็จะเป็นหนังสือเล่มใหม่ที่รอให้แม่เปิดอ่านและเรียนรู้ทั้งชีวิตของแม่ ( คอลัมน์ หนังสือเปลี่ยนฉัน นิตยสารสานแสงอรุณ ฉบับเดือนกันยายน-ตุลาคม 2550)
ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ ต้องอ่านทุกวัน หากว่ามีเวลาว่าง และหนังสือที่ต้อมชอบอ่านนั้นไม่จำกัดประเภทค่ะ ขอให้ได้อ่านเถอะ ^_^
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆดีจจังมีคนตอบแร่ะ ขอบคุณค๊า
เล่มสุดท้าย ที่ได้อ่านล่าสุดก็ หนังสือ "ช่วยหน่อยเปลี่ยนไต" ของพี่ดอกแก้ว และหนังสือทำมือของคุณแผ่นดิน "เสียงจากโลกแคบ" ค่ะ ^_^ มิตรใน G2K นี้เอง
และก่อนหน้านี้ก็ "รักที่ต้องมนตรา" ของคุณทมยันตี ค่ะ คุณลูกสาวเจ้านายให้มาเป็นของขวัญวันเกิด
คุณอัญชลี ล่ะคะ อ่านเรื่องอะไร?
ช่วยหน่อยเปลี่ยนไต
เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ความเจ็บป่วยของพี่หน่อย พบเจอผู้เขียน ตอนเวยา อยู่ในท้องได้ 5 เดือน หลังจากเปลี่ยนไตแล้วก็ดูสุขภาพดีมากๆ
แต่หนังสือเล่มนี้ก็ยังวางอยู่ที่หัวเตียงอยู่เลยค่ะ เวยายุ่งจนไม่มีเวลาอ่าน
ในช่วงวันหยุด 8 - 10 ธ.ค 50 นี้จะเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัว ท้าลมหนาวที่จังหวัดเลยค่ะ ไปพักที่สวนผาหินงามค่ะ ได้ยินมาว่าที่ผาหินงามนี้เป็นสวนหินครอบคลุมพื้นที่กว้างพอสมควร ประกอบด้วยภูเขาขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ กระจายอยู่ทั่วบริเวณภูเขาบางลูก สามารถเดินผ่านทะลุได้ สวนหินแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า กุ้ยหลินเมืองเลย จะเก็บภาพและบรรยากาศมาฝากนะคะ
สวัสดีค่ะนักอ่านทั้งหลาย ขอโทษนะคะห่างหายไปนาน ไม่ใช่ไม่รักการอ่านนะคะยังรักการอ่านเหมือนเดิมที่ห่างหายไปก็เป็นเพราะช่วงนี้สุขภาพไม่เอื้อเท่าไรต้องดูแลตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ หนังสือที่อ่านก็เป็นเรื่องใกล้ตัวเสียมากว่าค่ะ ช่วงนี้จะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเกี่ยวกับโรคเบาหวานเสียเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ทำงานยึดอาชีพบรรณารักษ์มานานมากแล้ว ไม่ค่อยจะสนใจอ่านหนังสือเกี่ยวกับโรคเบาหวานสักเท่าไรเพราะถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวมากนัก (ยังมีต่อ)
(ต่อ)แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้เขียนเสียแล้วเพราะโรคเบาหวานเป็นเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว กว่าจะรู้ตัวมันก็สายเสียแล้วนะ ทำไงได้ล่ะ ชีวิตคนเราเราต้องเดินหน้าต่อไป… พอเริ่มคิดได้ก็หันหน้าเข้าหาหนังสือเกี่ยวกับโรคเบาหวานทั้งหมดที่มีอยู่ใกล้ตัวเรา อ่านๆๆๆๆ และอ่าน อ่านให้เข้าใจ อ่านให้เป็นเพื่อนกันกับโรคนี้เพื่อที่จะได้อยู่อย่างมีความสุข เพื่อที่จะให้โรคนี้เป็นเพื่อนกับเรา
หวัดดีค่ะป้าอัญ
ไม่ต้องกังวลเรื่องเบาหวานมากนะคะ คุณตา กะคุณยายทวดเวยาก็เป็นเบาหวานค่ะ แรกๆก็เครียดกันน่าดู แต่ตอนนี้อยู่กับมันได้แล้ว ค่อยๆควบคุมดูแลตัวเองเดี๋ยวก็ปรับตัวได้ค่ะ เวยาก็มีกรรมพันธุ์เบาหวาน แต่เวยาไม่เครียดนะคะ
วันพฤหัสนี้จะมาฉีดวัคซีนนะคะ เวยาเครียดค่ะ เพราะต้องเจ็บตัวอีกแล้ว ฮือๆฮือๆ
คิดถึงป้าอัญค่ะ
การอ่านหนังสือ นั้น จะช่วยให้คนที่อ่านหนังสือ มีความรู้ ภาครัฐจึงมีนโยบาย ส่งเสริมให้เด็กไทย และ คนไทย รักการอ่านนหังสือ เพราะความรู้ของประชาชนในชาติ คือ พื้นฐานของความเจริญของประเทศ รวมทั้ง ภาคประช่ชน และ คุณพ่อ คุณแม่ ก็อยากให้ ลูก หลาน ที่ท่านรัก รักการอ่านหนังสือ
แต่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ จะปวดตา ปวดคอ เมื่อนั่งก้มหน้าอ่านหนังสือ ที่วางราบกับโต๊ะ เพราะเป็นท่านั่งอ่านหนังสือ ที่ผิดธรรมชาติ และ ฝืนธรรมชาติ เนื่องจากธรรมชาติของการมองเห็นภาพของมนุษย์นั้น มนุษย์จะมองเห็นภาพ ที่อยู่ในแนวตั้งได้ชัดเจน และ สบายตากว่าการมองเห็นภาพที่อยู่ในแนวนอน เนื่องจากมนุษย์ยืนตัวตรง
วิธีการง่าย ๆ เพื่อทดลองให้รู้ถึงวิธีการอ่านหนังสือ ให้ได้ข้อสรุปว่า วิธีการอ่านหนังสือในมุมมองอย่างไร จึงจะทำให้เกิดความสะดวกสบาย ในเวลาอ่านหนังสือ มากที่สุด โดยไม่เสียสุขภาพ สามารถทำได้ดังนี้
เริ่มจาก ท่าน วางหนังสือราบกับโต๊ะ แล้วท่านอ่านหนังสือ ด้วยวิธีเดิม ๆ ที่ท่าน อ่านหนังสือ อยู่เป็นประจำ คือ การนั่งก้มหน้าอ่านหนังสือ ที่วางราบกับโต๊ะ ขอให้ท่านสังเกตความรู้สึกของท่าน ในการมองเห็นตัวหนังสือ ที่วางราบกับโต๊ะนั้นว่า ท่านมีความรู้สึกอย่างไร ในการมองเห็นตัวหนังสือ
เมื่อท่านได้รู้ถึงความรู้สึกนั้นแล้ว ขอให้ท่าน จับหนังสือที่วางราบกับโต๊ะนั้น ค่อย ๆ ตั้งขึ้นทีละน้อย จนท่านมีความรู้สึกว่า ท่านมองเห็นตัวหนังสือ ชัดเจน สบายตาที่สุด โดยท่านไม่ต้องก้มหน้าอ่านหนังสือ เมื่อท่านสังเกตดู หนังสือที่ท่านจับตั้งขึ้นอ่านนั้น ท่านจะพบว่า หนังสือจะอยู่ในแนวตั้ง ทำมุมประมาณ 40 - 80 องศา กับโต๊ะ แล้วแต่ลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นมุมมองที่ทำให้ท่านอ่านหนังสือ ง่าย สบายตาที่สุด โดยท่านไม่ต้องก้มหน้าอ่านหนังสือ ร่างกายของท่านจะผ่อนคลาย สบาย ๆ ไม่ปวดตา ไม่ปวดคอ ในเวลาอ่านหนังสือ และ มีสมาธิในการอ่านหนังสือดีขึ้น อีกด้วย
การอ่านหนังสือในแนวตั้งด้วยที่ตั้งอ่านหนังสือ จึงจะสามารถแก้ปัญหาของการอ่านหนังสือได้ ทันที่ใช้ที่ตั้งอ่านหนังสือ
ปัจจุบันนี้คนไทยได้ประดิษฐ์ ที่ตั้งอ่านหนังสือ รักการอ่าน ที่สามารถปรับระดับความลาดชันของที่ตั้งอ่านหนังสือได้ 10 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับมุมมอง และ ลักษณะทางกายภาพ ของทุกคน ได้สำเร็จ เป็นรายแรกของโลก
ขณะนี้ข้าพเจ้า นายทรงกฤษณ ศรีสุขวัฒนา ผู้ประดิษฐ์ ที่ตั้งอ่านหนังสือ รักการอ่าน กำลังรณรงค์ ให้เด็กไทย และ คน ไทย ทุกคนในประเทศ อ่านหนังสือ ด้วยอุปกรณ์ ที่ตั้งอ่านหนังสือ เป็นชาติแรกในโลก
หากท่านคิดว่า ข้าพเจ้าผู้ประดิษฐ์ ที่ตั้งอ่านหนังสือ รักการอ่าน คิดถูกต้อง และ เป็นประโยชน์กับเด็กไทย และ คนไทย ทั้งประเทศแล้ว กรุณาพิจารณาเผยแพร่ความคิด และ ช่วยกันรณรงค์ ให้ชาติไทยเป็นชาติแรกในโลกที่อ่านหนังสือ ด้วยอุปกรณ์ ที่ตั้งอ่านหนังสือ ซึ่งท่านสามารถประดิษฐ์ใช้เองได้ รายละเอียดเรื่อง ที่ตั้งอ่านหนังสือ รักการอ่าน หาข้อมูลได้ที่ google , yahoo
ทรงกฤษณ ศรีสุขวัฒนา
ผู้ประดิษฐ์ ที่ตั้งอ่านหนังสือ รักการอ่าน