พระราชดำรัส ถ่ายทอดโดย โดย ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ข้อ 8 ผู้บริหารจะต้องศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง อย่างลึกซึ้ง อย่างกว้างขวาง ทั้งทางลึกและทางกว้าง พระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำเตือนให้ทุกคนตื่นตัว สนใจการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาวิชาการอยู่ตลอดเวลา
       ผมมีความเห็นว่า ผู้บริหารต้องเปิดใจกว้าง มีความบริสุทธิ์ ซื่อตรงต่อวิชาชีพ วิชาการ ที่กล่าวเช่นนั้นมิได้หมายความว่าให้ผู้บริหารยึดติดกับตำรา ยึดติดกับทฤษฎี แต่ผู้บริหารจะต้องสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารจะต้องเป็นมืออาชีพ รู้จริง ทำได้จริง และแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ รู้จักหน้าที่ชัดเจน รู้จักใช้คน รู้จักวางคนให้เหมาะสมกับงาน โดยไม่ลำเอียง
       
       พวกเราทั้งหลายคงจะทราบอยู่แก่ใจว่า ผู้บริหารของเราเรียนจบจากต่างประเทศมาเป็นจำนวนมาก แต่ละประเทศสอนไม่เหมือนกัน เรื่องนี้ในบางอาชีพ เช่น นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารต่างเรียนกันมาคนละตำรา คนละระบบ ทำให้เกิดความเห็นขัดแย้งกัน กรณีเช่นนี้ ผู้บริหารจึงจำต้องปรึกษาหารือกัน หาแนวทางที่หน่วยงานจะได้รับประโยชน์สูงสุด เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นประโยชน์กับประเทศเรามากที่สุด
       
       ข้อ 9 ผู้บริหารจะต้องมีความสำนึกในความรับผิดชอบ และเห็นความสำคัญของงาน ความรับผิดชอบหมายรวมถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุตามผลที่กำหนด
       
ผมขอแสดงความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าผู้บริหารไม่ตั้งใจจริง แสดงว่าไม่ต้องการรับผิดชอบ ในทางกลับกัน เมื่อผู้บริหารเห็นความสำคัญของงาน ก็ย่อมนำไปสู่ความรับผิดชอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งว่า การเห็นความสำคัญของงาน ความสำนึกในความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นสิ่งที่ต้องทำพร้อมและควบคู่กันไป
       
       ข้อ 10 ผู้บริหารจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและฉลาด มีความถูกต้องเหมาะสม ทรงย้ำเตือนให้ทุกคน ทุกระดับ ทุกสาขาอาชีพ เข้าใจชัดเจนถึงความสำคัญยิ่งของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
       การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานทฤษฎีใหม่ที่เราได้ยินชินหูว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นการชี้แนวทางดำเนินชีวิตใหม่ที่ให้พวกเราสามารถพออยู่พอกิน ทำให้เกิดความสมดุลในการดำรงชีพอย่างประหยัดและฉลาด
       

       เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ มีหลายภาคส่วนที่ไม่เข้าใจชัดเจน ผมขอแนะนำว่า พวกเราจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงให้ถ่องแท้ แน่นอน และจริงจัง จะได้นำไปสอน ไปใช้ ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และจะเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัยว่า ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน มีค่ามหาศาลยิ่ง และสามารถนำไปใช้ ไปปรับใช้ได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปัจเจกชน จนถึงระดับชาติ นำไปใช้ได้ทุกสาขา ทุกเรื่อง ไม่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่สามารถนำไปใช้กับเรื่องการศึกษา เรื่องวัฒนธรรม และเรื่องอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกเรื่อง
       
       ข้อ 11 ผู้บริหารต้องมีสติ มีปัญญา สามารถพิจารณาปัญหาต่างๆ ได้กว้างไกล รอบคอบ ทุกแง่ทุกมุม
       ส่วนตัวผม ผมเห็นว่าผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะในสาขาอาชีพของตน ยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก สูงแค่ไหนก็ตาม จำเป็นต้องรอบรู้ ต้องตามทันเหตุการณ์ ต้องสามารถแยกแยะความเปลี่ยนแปลงที่ดีและไม่ดีออกจากกันได้โดยชัดเจน
       
       ข้อ 12 ผู้บริหารจะต้องแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด
       อันนี้ทุกคนคงได้ยิน ผมเชิญมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ ผมเห็นว่า ผู้บริหารต้องกล้าที่จะรับผิด กล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ผิด และมีความแน่วแน่ที่จะแก้ไข การบริหารย่อมผิดพลาดได้ แม้จะรอบคอบและระมัดระวังแล้ว เพราะฉะนั้นการแก้ไขสิ่งที่ผิดจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าละอาย การทำชั่ว ประพฤติชั่ว ต่างหากที่น่าละอาย
       
       ข้อ 13 ผู้บริหารจะต้องบริหารแบบปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
       ข้อนี้ก็มาจากเพลงพระราชนิพนธ์เช่นเดียวกัน ผมเดาว่า ทรงหมายถึงการไม่โอ้อวด มุ่งแต่ผลงาน ไม่หวังคำชมเชย ภูมิใจจากความสำเร็จ
       
       ข้อ 14 ผู้บริหารทุกระดับที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
       ข้อนี้ ผมยืนยันกับพวกเราได้ เพราะผมถือปฏิบัติมาโดยตลอดชีวิต และได้ผลน่าชื่นใจมาก

สรุปทั้งหมด ๑๔ ข้อครับ(จากผู้จัดการ online 8 ก.พ 2549) วันนี้เราคงน้อมเกล้านำไป "ลงมือทำ" ตามแนวพระราชดำริ กันนะครับ/JJ