ป่าไม้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์  พืช  และสัตว์  ปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ล้วนได้มาจากป่าทั้งสิ้น  กล่าวคือ  ป่าไม้มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำรงชีวิต  โดยมนุษย์สามารถหาอาหารหลายอย่างจากป่า  เช่น  ดอก  ผล  ใบ  ของพันธุ์ไม้ หน่อไม้  เห็ด  และสัตว์ต่างๆ  เป็นต้น  สมุนไพรที่ได้จากป่าสามารถนำมาเป็นยารักษาโรค  ไม้ซึ่งเป็นผลผลิตจากป่าที่สามารถนำไปใช้ปลูกสร้างบ้านเรือนที่พักอาศัย  นอกจากนี้  ป่าไม้ยังช่วยปรับสภาพอากาศให้มีความชุ่มชื้นในอากาศอย่างสม่ำเสมอ  บรรเทาความรุนแรงของลมพายุ  และป้องกันการพังทลายของดิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศจะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน  (Global  Warming)  ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน  จากงานวิจัยของสถาบันคาร์เนกีและห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ลิเวอร์มอร์  สหรัฐอเมริกา  (ป่าไม้เขตร้อน  คือ  เครื่องปรับอากาศโลก,  2550  :  17)  พบว่า  ป่าไม้เขตร้อนรวมทั้งประเทศไทยที่อยู่ในเขตร้อนด้วยเช่นกัน  จะมีอิทธิพลต่ออุณหภูมิของโลกเป็นอย่างยิ่ง  โดยสามารถกักเก็บปริมาณคาร์บอนได้เป็นจำนวนมาก  และในขณะเดียวกันก็สร้างให้เกิดกลุ่มเมฆที่สะท้อนแสงอาทิตย์ได้อีกด้วย  กลุ่มเมฆนี้จะส่งผลให้โลกเย็นลง

ภาวะผู้นำเชิงคุณลักษณะ               

                การศึกษาภาวะผู้นำตามคุณลักษณะเป็นแนวคิดที่เก่าแก่ที่สุด  โดยมีความเชื่อว่า  ผู้นำจะต้องมีร่างกายแข็งแรง  มีทักษะความสามารถ  ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน  และมีบุคลิกภาพที่ดีทางสังคม  เป็นต้น  จากการศึกษาของ  DuBrin  (1998  :  26)  ได้แบ่งคุณลักษณะด้านบุคลิกภาพของผู้นำที่มีประสิทธิผล  (Personality  Traits  of  Effective  Leaders)  2  ประการ  ดังนี้                

                1)  คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพทั่วไป  (General  Personality  Traits)  เป็นคุณลักษณะซึ่งสามารถสังเกตได้ทั้งภายในและภายนอกงาน  คุณลักษณะทั่วไปจะสัมพันธ์กับความสำเร็จ  และความพอใจทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว  รายการคุณลักษณะด้านบุคลิกภาพทั่วไปซึ่งจะช่วยให้ผู้นำประสบความสำเร็จมีดังนี้                                 

                1.1)  ความเชื่อมั่นในตนเอง  (Self-Confidence)  เป็นการแสดงพฤติกรรมของบุคคลในสถานการณ์ต่างๆ  ในลักษณะที่มีความสงบและเป็นผู้นำที่ดีได้  แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะแรงกดดันและภาวะวิกฤติ  จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้นำที่จะต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งจะสังเกตได้จากการใช้คำพูดที่จริงจัง  การรักษาอากัปกริยาที่ดี  และการแสดงท่าทางที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในตนเองด้วย                                

                1.2)  การสร้างความไว้วางใจได้  (Trustworthiness)  เป็นบุคคลที่มีลักษณะซื่อสัตย์ ซื่อตรง  และสามารถสร้างความเชื่อถือแก่กลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ที่เกี่ยวข้อง  สมาชิกของกลุ่มจะมีความเชื่อมั่นว่า  ผู้นำต้องแสดงความซื่อสัตย์  ความมั่นคง  และเป็นผู้ที่สามารถเชื่อถือได้  จึงจะสามารถก่อให้เกิดความไว้วางใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้                                

                1.3)  ลักษณะที่เด่น  (Dominance)  เป็นลักษณะเด่นของผู้นำที่มีเหนือบุคคลอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดในด้านต่างๆ  ผู้นำที่มีลักษณะโดดเด่น  มักจะถูกมองว่าเป็นคนหยิ่งหรือทำตัวเป็นนาย  ซึ่งความเป็นจริงแล้วความโดดเด่นจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นลักษณะตัวของผู้นำ  ซึ่งลักษณะเฉพาะตัวของผู้นำ  (Daft,  1999  :  66)  มีดังนี้                                            

                -  ลักษณะทางร่างกาย  (Physical  Characteristics)  มีความกระปรี้กระเปร่า   กระฉับกระเฉง  และมีพลังที่จะทำงาน                                            

                -  มีภูมิหลังทางด้านสังคม  (Social  Background)  มีความสามารถในการระดมพล                                            

                -  มีความฉลาด  และความสามารถ  (Intelligence  and  Ability)  มีความสามารถในการตัดสินใจอย่างถูกต้อง  และมีความรู้ดี  มีทักษะในการพูดและเจรจา                                            

                -  มีบุคลิกภาพที่ดี  (Personality)  มีความตื่นตัวอยู่เสมอ  มีความคิดสร้างสรรค์  มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ  มีจริยธรรมและมีความเชื่อมั่นในตนเอง                                           

                -  มีคุณลักษณะการทำงานที่ดี  (Work-Related  Characteristic)  มีพลังทำให้สำเร็จ  มีความต้องการที่จะทำให้ผลงานดีที่สุด  มีความรับผิดชอบ  มีความต้องการให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย                                            

                -  มีคุณลักษณะทางสังคม  (Social  Characteristics)  มีความสามารถในการประสานงาน  มีชื่อเสียง  มีทักษะทางด้านการสื่อสาร  มีความสามารถในการร่วมสังคม                                

                1.4)  เป็นคนกล้าแสดงออก  (Extroversion)  เป็นบุคลิกลักษณะที่มีการแสดงออกที่เด่นชัดในสังคมและมีบุคลิกลักษณะโดดเด่น  โดยจะทำให้คนที่ทำงานด้วยเกิดความสบายใจและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น  นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดการรวมกลุ่มและช่วยให้การทำงานกับสมาชิกของกลุ่มง่ายขึ้น  ตลอดจนสามารถสร้างพลังกลุ่มและสร้างทีมงานได้ดี                                

                1.5)  การเป็นคนที่มีการแสดงออกที่เหมาะสม  (Assertiveness)  เป็นความเปิดเผยเฉียบขาดในการแสดงความต้องการ  ความคิดเห็น  ความรู้สึก  และทัศนคติ  การเป็นคนที่แสดงออกที่เหมาะสม  จะช่วยผู้นำในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย  สามารถเผชิญกับปัญหาภายในสมาชิกกลุ่ม                                 

                1.6)  ความมั่นคงทางอารมณ์  (Emotional Stability)  เป็นความสามารถในการควบคุมอารมณ์ในการโต้ตอบได้อย่างเหมาะสม  แม้ในภาวะวิกฤต  อารมณ์ที่มั่นคงเป็นคุณลักษณะภาวะผู้นำที่สำคัญ  ซึ่งจะช่วยให้แก้ไขสถานการณ์ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี                                

                1.7)  ความกระตือรือร้น  (Enthusiasm)  เป็นการแสดงออกด้วยความสนใจและตั้งใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างกระตือรือร้น  ผู้นำสามารถแสดงความกระตือรือร้นทั้งด้วยการใช้คำพูดและการแสดงออก  เช่น  การใช้ท่าทาง  เป็นต้น  ในสถานการณ์การบริหารจะต้องการผู้นำซึ่งกระตือรือร้น  เพื่อจูงใจให้เกิดพฤติกรรมการสร้างสรรค์การทำงาน  ตลอดจนช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกในทีมงาน                                 

                1.8)  มีอารมณ์ขัน  (Sense  of  Humor)  เป็นการแสดงออกของความเป็นคนมีอารมณ์ดีและมองเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ  โดยไม่รู้สึกเครียด  อารมณ์ขันจะถือเป็นบทบาทที่สำคัญของผู้นำ  อารมณ์ขันจะช่วยลดความตึงเครียด  ความน่าเบื่อหน่าย และความไม่ถูกกัน ตลอดจนช่วยให้มีอำนาจเหนือกลุ่มได้                                

                1.9)  ความเป็นคนดูอบอุ่นหรือมีความเอื้ออารี  (Warmth)  เป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจ  มีอารมณ์มั่นคง  เข้าใจในสิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นและพร้อมที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหา                                 

                1.10)  มีความอดทนสูงต่อความตึงเครียด  (ความผิดหวังหรือความคับข้องใจ) (High  Tolerance  for  Frustration)  เป็นความสามารถที่จะเผชิญปัญหาและสามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดีได้  เนื่องจากผู้นำต้องเผชิญหน้ากับปัญหา  ความผิดหวัง  และความตึงเครียดมากมาย ดังนั้นผู้นำจึงต้องมีความอดทนสูงและสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยสุขภาพจิตที่ดี                                

                1.11)  การรู้จักตนเองและมีวัตถุประสงค์ในการทำงาน  (Self-Awareness  and  Self  Objectivity)  เป็นการรับรู้ในจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง  ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถที่จะใช้จุดแข็งของเขาให้เกิดประโยชน์  และพัฒนาแก้ไขจุดอ่อนของตนได้  ตลอดจนสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับทีมงาน  เพื่อให้งานกลุ่มบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="justify"> </p>