เรียบเรียงและเขียนโดย คุณวราภรณ์ หลวงมณี

 

เริ่มต้นจากการพูดคุยถึงวิถีการผลิตของชุมชน  พร้อมกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของวิทยากรกระบวนการ  เพื่อให้เห็นกระบวนการผลิตในรูปแบบอื่นๆ  นอกเหนือจากการผลิตกระแสหลักที่มุ่งเพิ่มผลผลิตด้วยสารเคมี   จึงพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการผลิตแบบอินทรีย์  บางคนยังหวงความรู้อยู่   และบางคนยังไม่กล้าเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตจากที่เคยทำมา   จากปัญหาดังกล่าวทางโครงการฯ  ได้จัดศึกษาดูงานเพื่อให้เห็นรูปแบบการผลิตอื่นๆ  ได้แก่  การทำนาข้าวอินทรีย์  เกษตรผสมผสาน  วนเกษตร  รวมถึงการจัดการผลผลิต เช่น ตลาดชุมชน  โรงสีข้าว  และการผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อการส่งออก  เป็นต้น

หลังจากกลุ่มวิทยากรกระบวนการเริ่มสนใจการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว  จึงได้จัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อให้เห็นแนวทางในการผลิตแบบปลอดภัย   เพื่อให้กลุ่มได้ตัดสินใจเลือกวิถีปฏิบัติที่สอดคล้องกับตนเองมากที่สุด  เช่น  ร่วมกิจกรรมเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน  เพื่อให้เห็นแนวทางของการทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง   ศึกษาดูงานการทำปุ๋ยหมักชีวภาพและเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ   เพื่อให้เห็นเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักหมักชีวภาพ   ชาวบ้านเริ่มสนใจการหมักปุ๋ยชีวภาพ  เพราะมีเทคนิคและส่วนผสมที่ทำได้ไม่ยาก  จึงกลับมาทำใช้เองอย่างแพร่หลาย   อีกทั้งยังได้ทดลองทำสูตรการหมักปุ๋ยชีวภาพใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายสูตรด้วยกัน

สิ่งที่มากกว่าที่คิดไว้ คือ  วิทยากรกระบวนการได้ประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพเอง    เนื่องจากหลายท่านมีความรู้ทักษะด้านงานช่าง   จึงเกิดแรงบันดาลใจว่าเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพที่ได้ไปดูมานั้น  มีหลักการทำงานไม่ยาก   คิดว่าตนเองสามารถทำได้ในต้นทุนที่ถูกกว่ามาก   และได้วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนที่น่าจะนำไปปรับปรุง    เมื่อเกิดความมั่นใจแล้วว่าสามารถทำเองได้แล้ว   กลุ่มวิทยากรกระบวนการจึงให้ผู้ที่มีความรู้ด้านช่างและมีเทคนิคการดัดแปลงเป็นหัวหน้าทีมดำเนินการ  ได้ออกแบบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพของตนเอง   หลังจากทำสำเร็จได้มีการทดสอบเครื่อง  และมีการพัฒนาปรับปรุงตามข้อเสนอแนะที่ได้รับ

การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความรู้เดิมเกี่ยวกับช่างยนต์   และความรู้ใหม่เกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพซึ่งได้มาจากการศึกษาดูงาน  การวิเคราะห์  และการออกแบบร่วมกัน  นำไปสู่การวางแผนและออกแบบการทดลอง  ทำให้วิทยากรกระบวนการและชาวบ้านได้ลงมือปฏิบัติจริง  ได้เห็นปัญหา  ได้เรียนรู้  และแก้ปัญหาจนสามารถประดิษฐ์เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพได้สำเร็จ  สามารถทำงานได้ดีเช่นเดียวกับเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยทั่วไป  ในราคาต้นทุนเพียง 12,000 บาท  (ขณะที่ราคาขายทั่วไป  75,000-100,000 บาท) 

จุดเด่นของเครื่องที่ผลิตขึ้นเอง  คือ  ชาวบ้านสามารถซ่อมเองได้  เพราะใช้หลักการทำงานเดียวกับเครื่องรถไถเดินตาม  ซึ่งมีทุกหลังคาเรื่อน  สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก   เอาไปที่บ้านของตนเองได้  โดยพ่วงกับรถเดินตามที่มีอยู่  ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากไฟฟ้า   ซึ่งเครื่องอัดเม็ดที่ซื้อต้องใช้ไฟฟ้าระบบ 3 เฟสจึงใช้เงินลงทุนสูงมาก   นอกจากนี้วิทยากรกระบวนการได้ร่วมกันวางแผนการใช้พลังงานทดแทนในอนาคต  โดยเริ่มปลูกต้นสบู่ดำ  เพื่อสกัดน้ำมันมาใช้กับเครื่องรถไถนาอีกด้วย