ข้อมูลที่ผมได้นำลงมาลงบันทึกครั้งนี้ไม่ได้ เขียนเอง แต่เห็นมีประโยชน์ เลยอยากรูวบรวมไว้ใน Blog นะครับ
เครดิต :
รวบรวมและเรียบเรียงโดย ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน
![]() |
วงการแบดมินตันทั่วโลกพอจะรู้ประวัติความเป็นมาของกีฬาแบดมินตัน
แต่ก็รู้กันพอสังเขป ที่มีบันทึกกันเอาไว้จึงดูสั้น ห้วน ไม่ครบถ้วน
บางครั้งต่อกันไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มเล่นเกมที่เมืองปูนา
ประเทศอินเดียคฤหาสน์ แบดมินตัน” ของ
ดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด ที่กล๊อสเตอร์เชอร์
ในประเทศอังกฤษ และมีการค้นพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้อีกว่า
เกมเล่นที่มีลักษณะคล้ายกีฬาแบดมินตัน มีเล่นกันตามที่ต่าง ๆ
ในหลายทวีป เช่น จีน ยุโรป อเมริกาใต้ บางแห่งใช้ตีด้วยไม้กระดาน
บางแห่งใช้เดาะลูกด้วยเท้า ข้อศอก
หรือโขกด้วยศีรษะ
ในระหว่างคริสต์ทศวรรษที่ ’90 มีนักวิทยาศาสตร์ นักเขียน
นักโบราณคดีสตรีชื่อ มอนิก้า ครูคเกอร์ (Ms.Monica Krucker)
เกิดและอาศัยอยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิทเซอร์แลนด์
ได้ใช้ความเป็นมืออาชีพพยายามขุดเจาะหาความจริงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกีฬาแบดมินตันที่เธอชอบ
โดยใช้ร่องรอยของลูกขนไก่เป็นสื่อพาหะนำไปสู่เกมเล่นที่มนุษย์สรรสร้างขึ้นมาในอดีต
เจาะลึกเข้าไปถึงเกมกีฬาพื้นบ้านของชนเผ่าต่าง ๆ
ที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับการใช้วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นมาละม้ายคล้ายคลึงกับลูกขนไก่ในกีฬาแบดมิตัน
เกมเล่นที่กล่าวได้เต็มปากว่าเป็นต้นตระกูลของกีฬาแบดมินตันอย่างแท้จริง
มอนิกา ครูคเกอร์เริ่มขุดค้นวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997
โดยการยึดเอางานศึกษาของ อิโซนเด้ ชมิดท์ มอลล์ฮอฟ
“ประวัติศาสตร์การพัฒนาของลูกขนไก่” ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.
1957/1958
ครูคเกอร์ได้ขยายแนวการศึกษาวิจัยของเธอจากจุดนั้นได้สาระกว้างไกลมากยิ่งขึ้น
จากการค้นพบภาพวาดในพิพิธภัณฑ์กีฬาที่เมืองเบเซิล
เธอได้หลักฐานเกี่ยวโยงกับกีฬาที่มีการละเล่นในรูปลักษณะเดียวกันกับแบดมินตันของชาวญี่ปุ่น
การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมทำให้เธอพบเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ
เกี่ยวกับลูกขนไก่ที่เชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ
อันเป็นเกล็ดประวัติศาสตร์ของกีฬาที่ใช้ตี เตะ เดาะ ดีด โขก กระแทก
กระทุ้ง ฟาด
เหวี่ยงลูกขนไก่ในรูปแบบประหลาดที่แตกต่างกันได้อย่างน่าสนใจ
ขนไก่หัวอีแปะ (ประเทศจีน)
![]() |
![]() |
![]() |
|
ลูกขนไก่หัวอีแปะ
นำขนมาเสียบ
|
ลักษณะที่คนจีนเล่นลูกไก่หัวอะแปะ
|
ต้นตระกูลลูกขนไก่
ใช้ทำด้วยใบบัว
|
ครูคเกอร์ได้พบหลักฐานว่า
มีกีฬาชนิดหนึ่งที่เล่นกันแพร่หลายในประเทศจีนมีส่วนละม้ายกับกีฬาลูกขนไก่
มีเล่นกันในหมู่ชาวจีนตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 หรือประมาณ 1400
ปีมาแล้ว โดยใช้เงินเหรียญอีแปะ 3-4 อันที่มีรูตรงกลางเหรียญ
แล้วนำมาเสียบร้อยด้วยขนเป็ด ขนไก่ ขนนก หรือแม้แต่ขนห่าน
ใช้ด้ายพันเย็นสิ่งที่นำมาเสียบเข้ากับรูอีแปะให้แน่น
วิธีเล่นก็ทำกันอย่างง่าย ๆ ในรูป
แบบของกีฬาชาวบ้าน
ล้อมวงเหมือนกับที่คนไทยเราเล่นตะกร้อวงอย่างไรก็อย่างนั้น
หลักใหญ่ของการเล่นก็คือ การใช้เท้าดีดในลักษณะของการเหวี่ยงลูกแป
แต่บางครั้งจวนตัวเข้าก็ใช้ลูกเตะ หรือโขกด้วยศีรษะ
แต่จะใช้กระทุ้งด้วยข้อศอกด้วยหรือไม่ ไม่มีการยืนยัน แต่ที่แน่ ๆ
ก็คือ จะไม่ใช้มือตี หรือปัดลูกขนไก่หัวอีแปะนี้เด็ดขาด
เกมเล่นขนไก่หัวอีแปะ
ต้นตระกูลกีฬาแบดมินตันมีเล่นกันในสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 618)
ลูกขนไก่อีแปะในสมัยนั้นแต่ละลูกจะไม่ซ้ำกัน
การประดิษฐ์อีแปะลูกขนไก่มีมาตรฐานต่างกัน
บางลูกจะมีขนไก่มาเสียบร้อยเย็บติดกันเพียง 2 ขน บางลูกจะมี 4 ขน
บางครั้งยังใช้มีดผ่าขนให้แยกกระจายออกเพื่อการต้านลมที่ดียิ่งขึ้น
จากขนไก่หัวอีแปะของจีนมาถึงการเล่นซีบาเน่
(ญี่ปุ่น)
![]() |
|
ญี่ปุ่นเล่น ซีบาเน่ |
ในหมู่ชาวญี่ปุ่น
ผู้คนรู้จักเกมเล่นที่เรียกว่า “ซิบาเน่” (Cibane)
เป็นเกมเล่นโบราณของชาวอาทิตย์อุทัยตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14
นิยมเล่นกันในกลุ่มคนชั้นปกครองและราษฎรสามัญ
และเล่นกันในหมู่หญิงสาวโดยเฉพาะ เล่นกันในโอกาสพิเศษที่มีการจัดงาน
หรือมีงานพิธีต่าง ๆ หญิงสาวเหล่านี้จะแต่งกายในชุดกิโมโนสวยงาม
วิธีการเล่นไม่มีอะไรมากไปกว่าการตีลูกให้พุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ
และพยายามเลี้ยงลูกมิให้ตกดิน ในวันหยุดนักขัตติฤกษ์ต่าง ๆ
ก็จะมีผู้เล่น 2-3 คนหรือมากกว่านั้นล้อมวงเป็นวงกลม
ตีส่งลูกให้กันไปมา ใครที่รับลูกพลาด หรือปล่อยให้ลูกแตะพื้น
จะต้องถูกปรับทำโทษด้วยการใช้สีทาบนใบหน้า หรือไม่ก็วาดวงกลมที่ขอบตา
ในขณะที่เด็กผู้ชายจะร้องตะโกนเชียร์อยู่รอบด้าน
บางก็ร้องให้มีลมกรรโชกพัดมาแรง ๆ เพื่อให้หญิงสาวตีลูกพลาด
ลูกขนไก่ที่เล่นในเกม ชิบาเน่ ของญี่ปุ่นเรียกว่า ฮาโกะ (Hago)
ทำจากเม็ดในของผลไม้ จะเป็นลูกท้อ หรือผลไม้อื่น ๆ แล้วแต่จะหามาได้
ปั้นเป็นลูกกลมผนึกเข้าไปด้วยยางเหนียวในเม็ดในผลไม้ แล้วนำเอาขนไก่
หรือขนนกมาผูกติดกับเม็ดในผลไม้นั้น
โดยให้ปลายขนแบะออกเพื่อให้เกิดการต้านอากาศ
ชิบาเน่บางลูกใช้สีทาตามขนไก่ทำให้แลดูมีสีสันสวยงาม
![]() |
|
หญิงญี่ปุ่นเล่นเกมโบยราณที่คล้ายแบดมินตัน
|
ชิบาเน่ของญี่ปุ่นไม่ได้ตีลูกด้วยมือ หรือเตะ เดาะด้วยเท้า แต่ใช้ไม้คิริแผ่นทำเป็นไม้กระดาน ทาสี และวาดภาพสวยงามไว้บนแผ่นกระดานทั้งสองด้าน บางอันก็เป็นภาพดอกไม้ ภาพวิว หรือบางครั้งด้านหนึ่งก็วาดเป็นภาพของบุคคลที่ตัวเองชื่นชอบ บางทีก็เป็นรูปดาราละคร หรือคาบูกิคนโปรดของพวกตน แต่ฮาโกะหรือต้นตระกูลแร็กเก็ตที่ดีหน่อย ทำอย่างพิถีพิถันหน่อยจะทำจากเนื้อไม้อย่างดี Ceda Wood ฮาโกะที่มีราคาแพงจะมีภาพประดับประดามากกว่าปรกติ บางครั้งใส่ภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือใบหน้าของหญิงสาวสวย บางอันจะฉาบด้วยสีเงิน หรือสีทองให้แลดูสวยงาม ไม้ฮาโกะมีขนาดไม่เท่ากัน อันใหญ่ที่สุดจะมีความยาวถึง 61 เซนติเมตร กว้าง 25 เซนติเมตร และมีความหนาถึง 7 เซ็นติเมตร ในยุคหนึ่งไม้ฮาโกะมีผู้นิยมใช้เป็นของขวัญพิเศษให้แก่กัน แต่ละอันมีน้ำหนักมากน้อยไม่เท่ากัน ที่หนักที่สุด 575 กรัม หรือครึ่งกิโลเศษ
จากเกาะญี่ปุ่นไปถึงเกาหลี
ทิเย-คิทชา-กิ
คำว่า ทิเย-คิทชา-กิ
ของเกาหลี แปลตรงตัวว่า ผลักลูกขนไก่ (To push the shuttlecock)
แต่ลูกขนไก่ของเกาหลีใช้ผ้าฝ้าย ผ้าสำลี ใช้คลุกกับดิน ขี้เถ้า
ปนดินเหนียว แล้วเสียบด้วยขนไก่หรือขนไก่
แต่ใช้เท้าเตะส่งลูกให้แก่กัน บางครั้งก็ใช้มือตี
หรือปัดลูกไปให้อีกฝ่ายหนึ่ง
การเล่นลูกขนไก่ผ้าสำลีผสมดินแบบเกาหลีโดยไม่ใช้ไม่กระดานตีลูก
มีหลักฐานบ่งบอกว่า ในอินเดีย และตามหมู่เกาะในอินโดนีเซีย
มีการเล่นเกมในลักษณะนี้เหมือนกัน
อินเดียคาแบดมินตันของเผ่าอินคา
![]() |
|
ลูกฟางข้าวโพดของชนเผ่าอินคา
|
การค้นพบของครูคเกอร์ที่น่าสนใจ ได้แก่การพบหลักฐานการเล่นเกมที่คล้ายคลึงกับกีฬาลูกขนไก่ในทวีปอเมริกา กลุ่มชนเผ่าอินคากับเผ่าอินเดียนแดงพื้นเมืองของภูมิภาคดินแดนแถบนั้น ซึ่งเกือบทั้งหมดดำรงชีพอยู่ด้วยการอาศัยเกษตรกรรม ธัญญพืชส่วนใหญ่จะเป็นข้าวโพด ยามว่างได้ใช้ใบข้าวโพดมาร้อยสานเป็นก้อนกลม แล้วนำขนนก ขนไก่มาเสียบร้อยเข้ากับก้อนกลมนั้น เพื่อให้ขนไก่ก้อนข้าวโพดนั้นพุ่งไปในทิศทางที่บังคับได้ เกมเล่นนี้มีส่วนคล้ายกับเกม “อินเดียคา” ที่พบเล่นกันในแถบอะเมซอน โอริโนโค กุยยานา หรือแม้แต่ภาคตะวันออกของบราซิล กับโบลิเวีย รวมทั้งเผ่าอินเดียนแดง ฮูอิชท์ชอลในเม็กซิโก ด้วยสิ่งประดิษฐ์ขนไก่เสียบก้อนข้าวโพดนี้ อินเดียนแดงในท้องถิ่นเล่นเกมในลักษณะที่คล้ายแฮนด์บอล หรือคล้อยไปในทางวอลเลย์บอล เว้นแต่ว่าก้อนใบข้าวโพดปั้นเสียบนี้มีขนไก่หรือขนนกปักอยู่ด้วย จึงเข้าลักษณะเป็นต้นตระกูลลูกขนไก่ในเกมแบดมินตันปัจจุบันอย่างน่าทึ่ง
อเมริกาเหนือ
![]() |
|
กีฬาคล้ายแบดมินตันเล่นในราชสำนักยุโรปนานแล้ว |
อินเดียนแดงเผ่า ซูนิ ในแถบอเมริกาเหนือ
แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก
แต่ชนเผ่านี้ยังดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมประเพณีเดิมของบรรพบุรุษอย่างเหนียวแน่น
ที่น่าทึ่งก็คือ
ชนเผ่านี้อ้างยืนยันแข็งขันว่าเผ่าของตนเป็นผู้คิดประดิษฐ์เล่นเกมแบดมินตัน
จากการค้นคว้าพบว่า
เวลาส่วนใหญ่ของชนเผ่านี้เล่นเกมที่คล้ายกีฬาแบดมินตันเสมือนหนึ่งเป็นพิธีกรรมทางความเชื่อถือของพวกตน
ลูกขนไก่ที่ใช้ตีทำด้วยฟาง มัดกระจุกรวมกัน แล้วเสียบด้วยขนนก ขนไก่
หรือแม้แต่ขนห่าน
วิธีเล่นเริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงฟางขนไก่สูงขึ้นในอากาศ
แล้วใช้ฝ่ามือผลัดกันฟาดตีไปมา
เพื่อให้ฟางขนไก่ที่ว่านี้ลอยล่องอยู่ในอากาศให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
กำหนดกติกายอมให้ผู้เล่นตีพลาดปล่อยลูกตกพื้นได้ 10 ครั้ง เมื่อถึง 10
ครั้งแล้วก็จะต้องออกจากเกมเล่น
เปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้เข้ามาทดสอบฝีมือบ้าง
นับได้ว่าเป็นแนวการเล่นที่ละม้ายกับการนับคะแนนของเกมแบดมินตันยุคหลังมากที่สุด
ยุโรปก่อนศตวรรษที่ 14
![]() |
![]() |
| กีฬาคล้ายแบดมินตันเล่นในราชสำนักยุโรปนานแล้ว |
กษัตริย์ปรัสเซียเฟรดเดอริคทรงแบดฯ
|
ก่อนศตวรรษที่ 14
มีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันในยุโรป
แต่มีเกมเล่นหนึ่งที่เรียกว่า ชูเล่ (Choule) เล่นที่เมืองพิคาร์ดี้
และส่วนอื่น ๆ ในประเทศฝรั่งเศส
โดยที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะพยายามใช้วัสดุที่เหมือนไม้แร็กเก็ตตีลูกฟางก้อนใหญ่ให้ลอดข้ามห่วง
แบ่งเป็นสองทีม ตีก้อนฟางลอดข้ามห่วง
ในสนามกลางแจ้งที่บางแห่งมีขนาดกว้างใหญ่ถึง 300 เมตร จนกระทั่งในปี
ค.ศ. 1369 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 5
ของฝรั่งเศสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ห้ามการละเล่นกีฬาทุกชนิดที่มิได้มีส่วนส่งเสริมให้เกิดทักษะสำหรับการพิทักษ์ปกป้องพระราชอาณาจักร
เกมเล่นชูเล่จึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
![]() |
|
พระราชินีคริสตีนาแห่งสวีเดน
|
ในยุคฟื้นฟูศิลปศาสตร์ทุกแขนงในยุโรป
การกีฬาดี ๆ กลายเป็นการละเล่นของระดับชนชั้นสูง
เกมเล่นส่วนใหญ่จะเล่นกันในคฤหาสน์ ปราสาท ชายป่าที่ใช้สำหรับปิคนิก
หรือแม้กระทั่งบนดาดฟ้าเรือสำราญโอ่อ่า ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.
1626-1689 สมเด็จพระราชินีคริสตีนา
แห่งสวีเดนทรงเป็นนักกีฬาแบดมินตันแห่งยุคนั้น
ขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับเชิญเข้าเฝ้าถวายทรงจะได้รับพระราชานุญาตให้ถอดวิกผม
และเครื่องทรงแต่งกายไรพิธีรีตรอง สำหรับเล่นเกมได้เต็มที่ไม่รุ่มร่าม
ในจำนวนนั้นมีนักวิทยาศาสตร์ นักศาสนศาสตร์ แซมมวล บอร์ชาร์ท
แห่งสต๊อคโฮล์มรวมอยู่ด้วย
นอกจากการสนทนาหัวข้อสำคัญทางการเมืองการสังคมต่าง ๆ แล้ว
พระนางต้องการแข่งขันเกมเล่นแบดมินตันอย่างค่อนเข้าเอาจริงเอาจังกับแขกที่ได้รับเชิญอีกด้วย
รูปทรงกับชื่อเรียกของลูกขนไก่ในยุคนั้นขึ้นอยู่กับกรรมวิธีของการผลิต
ลูกกลมที่ใช้ตีส่วนใหญ่จะใช้หัวไม้ก๊อกหัวกลมท้ายแบน
ด้านที่แบนนั้นมีการเจาะรูเพื่อเสียบปักด้วยขนนก ขนไก่ หรือขนห่าน 2
ก้าน วิถีลูกที่วิ่งพุ่งไปยังผู้เล่นโดยหันหัวไปมาระหว่างตอบโต้กัน
ในฝรั่งเศสจึงเรียกลูกกลมเสียบขนว่า
“แกนเดือยหมุน”(Pivotin)ตามลักษณะการวิ่งของมัน
บางครั้งเมื่อมีการใช้ขนจากไก่ตัวผู้มาใช้เสียบ ผู้คนก็จะเรียกว่า
ขนไก่หมุน ในรัชสมัยของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1
เล่นกันโดยไม่มีกฎกติกามาตรฐาน แต่จะมีการแบ่งฝ่ายละ 2 หรือ 3
คนตีลูกให้แก่กันไปมา
พร้อมกับขานนับจำนวนครั้งที่ขนไก่หมุนจะถูกตีลอยล่องไปมาในอากาศ
เกมเล่นในลักษณะนี้มีการเล่นกันอย่างกว้างขวางภายในพระราชสำนักของฝรั่งเศส
สวีเดน อังกฤษ สเปน และเยอรมนี
ในช่วงที่มีการปฏิวัติใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส(ค.ศ.
1789-1793)บรรดาขุนนางที่มีฐานันดรศักดิ์ทั้งหลายที่เคยจับกลุ่มกันเล่นแบดมินตันต่างแตกวงไปหมด
เนื่องจากสภาวการณ์รอบด้าน การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม
การเมืองตอนปลายศตวรรษที่ 18 ล่วงไปถึงศตวรรษที่ 19
ทำให้สภาพที่หรูหราฟุ่มฟือยในบรรยากาศแห่งราชสำนักต้องถูกระงับไปแบดมินตันพลอยติดร่างแหหยุดชงักไปด้วยแต่ก็มีการเล่นกันอย่างประปรายในระดับยุวชน
เมื่อมีการค้นพบว่าเกมเล่นที่คล้ายแบดมินตันถูกนำมาใช้สำหรับการบำบัดสาธารณะสุข
และเพิ่มพูนสุขภาพโดยราชวงศ์แห่งปรัสเซียกษัตริย์เฟรดเดอริค มหาราช
และพระเจ้าหลานเธอ เฟรดเดอริค วิลเลียม แห่งปรัสเซีย
ทรงยืนยันว่าแบดมินตันเป็นกีฬาที่ดีเลิศต่อการฝึกฝนให้เกิดความคล่องตัวและสร้างสุขภาพแก่เยาวชน
สร้างให้ผู้เยาว์เพาะนิสัยของความมีสมาธิจิตมุ่งมั่น
ในช่วงศตวรรษที่ 19 สามัญชนธรรมดาเริ่มเล่นแบดมินตันในรูปแบบต่าง ๆ
กันมากขึ้น มีการประดิษฐ์สร้างลูกขนไก่ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน
ใช้หนังสัตว์ หรือแม้แต่กระดาษแข็งจับมารัดรูปแล้วใช้เหวี่ยงตี ดีด
โขกไปมาระหว่างผู้เล่นด้วยกัน บางครั้งก็มีการใช้ไม้กระดานลูกไปมา
![]() |
|
กีฬาตีลูกขนไก่คฤหาสน์
แบดมินตันของดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด
|
ทศวรรษที่ 60 ในศตวรรษที่ 19 นายทหารอังกฤษยศพันเอกได้พบกีฬาที่เรียกว่า บอลขนเทนนิส (Feather Ball Tennis) มีการเล่นกันที่เมืองปูนา ประเทศอินเดีย เล่นโดยไม่มีตาข่ายกั้น ไม่มีการขีดแบ่งเส้นสนามแต่อย่างใด แต่ก็เล่นเกมตีลูกขนไก่ได้อย่างสนุกสนาน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1870 ดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด ได้นำเกมเล่นนี้ไปเล่นในงานสังสรรภายในอุทยานของคฤหาสน์ฤดูร้อน “แบดมินตัน” ในกลอสเตอร์เชอร์ ณ ที่นี้เองท่านดยุ๊คได้แนะนำกฎกติกาใหม่ให้แก่แขกของท่าน โดยเปลี่ยนเกมเล่นที่นำมาจากเมืองปูนา ให้กลายเป็นเกมที่กางตาข่ายขั้นกลางระหว่างผู้เล่นสองฝ่าย (ในขั้นแรกใช้ตาข่ายเทนนิส) กติกาที่ท่านกำหนดไว้ในหลายข้อยังใช้ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
ตะกร้อเป็นจุดเริ่มต้นของแบดมินตันหรือไม่?
จากงานวิจัยของ มอนิกา คูคเกอร์ ที่รวบรวมเกมเล่นคล้ายกีฬาแบดมินตัน
ถ้าการใช้ดินปั้น หรือฟางข้าวโพดผูกมัด แม้กระทั่งการใช้ขนไก่หัวอีแปะ
แล้วใช้มือฟาด ตีนเตะ ดีด เดาะลูกด้วยเท้า ข้อศอก หรือโขกด้วยศีรษะ
ถ้ากิริยาเคลื่อนไหวในการเล่นเกมอยู่ในลักษณะนี้
แล้วถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นตระกูลแบดมินตันแล้ว
กีฬาตะกร้อของไทยก็น่าจะเข้าอยู่ในข่ายเดียวกันได้
กีฬาตะกร้อมีเล่นกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มประชาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งไทย มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย
ต่างมีหลักฐานอ้างอิงว่ากีฬาที่ใช้ลูกหวายสานเป็นรูปกลม
มีการเล่นในภูมิภาคแถบนี้มานานแล้ว
เซปัคตะกร้อจึงน่าจะถือว่าเป็นเกมต้นตระกูลกีฬาแบดมินตันได้เช่นเดียวกัน
![]() |
|
|
วิวัฒนาการรูปลักษณ์ลูกขนไก่
|
|
![]() |
|
|
ลูกขนไก่จากอดีตถึงปัจจุบัน |
ข้อมูลจาก สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
http://www.badmintonthai.or.th/














อ่านแล้วก็นึกภาพตาม
ถ้าทหารของกรีก ในหนังเรื่อง 300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก เปลี่ยนจากจับดาบมาจับไม้แบด ตบทีเดียวขนลูกแบดคงหลุดเกือบหมดลูกแน่ๆ
อยากได้ประวัติแบดมินตันในประเทศจีน มากๆเลย จัยดีป่ะ??*-* ช่วยหาให้หน่อยน๊าส์จร๊า..จัยจร้า...คนชอบแบดคนนึง..อิอิ