ข้อมูลที่ผมได้นำลงมาลงบันทึกครั้งนี้ไม่ได้ เขียนเอง แต่เห็นมีประโยชน์ เลยอยากรูวบรวมไว้ใน Blog นะครับ

เครดิต : รวบรวมและเรียบเรียงโดย ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน

      

วงการแบดมินตันทั่วโลกพอจะรู้ประวัติความเป็นมาของกีฬาแบดมินตัน แต่ก็รู้กันพอสังเขป ที่มีบันทึกกันเอาไว้จึงดูสั้น ห้วน ไม่ครบถ้วน บางครั้งต่อกันไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มเล่นเกมที่เมืองปูนา ประเทศอินเดียคฤหาสน์ แบดมินตัน” ของ ดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด ที่กล๊อสเตอร์เชอร์ ในประเทศอังกฤษ และมีการค้นพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้อีกว่า เกมเล่นที่มีลักษณะคล้ายกีฬาแบดมินตัน มีเล่นกันตามที่ต่าง ๆ ในหลายทวีป เช่น จีน ยุโรป อเมริกาใต้ บางแห่งใช้ตีด้วยไม้กระดาน บางแห่งใช้เดาะลูกด้วยเท้า ข้อศอก หรือโขกด้วยศีรษะ
          

ในระหว่างคริสต์ทศวรรษที่ ’90 มีนักวิทยาศาสตร์ นักเขียน นักโบราณคดีสตรีชื่อ มอนิก้า ครูคเกอร์ (Ms.Monica Krucker) เกิดและอาศัยอยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิทเซอร์แลนด์ ได้ใช้ความเป็นมืออาชีพพยายามขุดเจาะหาความจริงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกีฬาแบดมินตันที่เธอชอบ โดยใช้ร่องรอยของลูกขนไก่เป็นสื่อพาหะนำไปสู่เกมเล่นที่มนุษย์สรรสร้างขึ้นมาในอดีต เจาะลึกเข้าไปถึงเกมกีฬาพื้นบ้านของชนเผ่าต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับการใช้วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นมาละม้ายคล้ายคลึงกับลูกขนไก่ในกีฬาแบดมิตัน เกมเล่นที่กล่าวได้เต็มปากว่าเป็นต้นตระกูลของกีฬาแบดมินตันอย่างแท้จริง

มอนิกา ครูคเกอร์เริ่มขุดค้นวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 โดยการยึดเอางานศึกษาของ อิโซนเด้ ชมิดท์ มอลล์ฮอฟ “ประวัติศาสตร์การพัฒนาของลูกขนไก่” ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957/1958 ครูคเกอร์ได้ขยายแนวการศึกษาวิจัยของเธอจากจุดนั้นได้สาระกว้างไกลมากยิ่งขึ้น จากการค้นพบภาพวาดในพิพิธภัณฑ์กีฬาที่เมืองเบเซิล เธอได้หลักฐานเกี่ยวโยงกับกีฬาที่มีการละเล่นในรูปลักษณะเดียวกันกับแบดมินตันของชาวญี่ปุ่น การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมทำให้เธอพบเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ เกี่ยวกับลูกขนไก่ที่เชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ อันเป็นเกล็ดประวัติศาสตร์ของกีฬาที่ใช้ตี เตะ เดาะ ดีด โขก กระแทก กระทุ้ง ฟาด เหวี่ยงลูกขนไก่ในรูปแบบประหลาดที่แตกต่างกันได้อย่างน่าสนใจ

ขนไก่หัวอีแปะ (ประเทศจีน)

ลูกขนไก่หัวอีแปะ นำขนมาเสียบ
ลักษณะที่คนจีนเล่นลูกไก่หัวอะแปะ
ต้นตระกูลลูกขนไก่ ใช้ทำด้วยใบบัว

ครูคเกอร์ได้พบหลักฐานว่า มีกีฬาชนิดหนึ่งที่เล่นกันแพร่หลายในประเทศจีนมีส่วนละม้ายกับกีฬาลูกขนไก่ มีเล่นกันในหมู่ชาวจีนตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 หรือประมาณ 1400 ปีมาแล้ว โดยใช้เงินเหรียญอีแปะ 3-4 อันที่มีรูตรงกลางเหรียญ แล้วนำมาเสียบร้อยด้วยขนเป็ด ขนไก่ ขนนก หรือแม้แต่ขนห่าน ใช้ด้ายพันเย็นสิ่งที่นำมาเสียบเข้ากับรูอีแปะให้แน่น วิธีเล่นก็ทำกันอย่างง่าย ๆ ในรูป
แบบของกีฬาชาวบ้าน ล้อมวงเหมือนกับที่คนไทยเราเล่นตะกร้อวงอย่างไรก็อย่างนั้น หลักใหญ่ของการเล่นก็คือ การใช้เท้าดีดในลักษณะของการเหวี่ยงลูกแป แต่บางครั้งจวนตัวเข้าก็ใช้ลูกเตะ หรือโขกด้วยศีรษะ แต่จะใช้กระทุ้งด้วยข้อศอกด้วยหรือไม่ ไม่มีการยืนยัน แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ จะไม่ใช้มือตี หรือปัดลูกขนไก่หัวอีแปะนี้เด็ดขาด

เกมเล่นขนไก่หัวอีแปะ ต้นตระกูลกีฬาแบดมินตันมีเล่นกันในสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 618) ลูกขนไก่อีแปะในสมัยนั้นแต่ละลูกจะไม่ซ้ำกัน การประดิษฐ์อีแปะลูกขนไก่มีมาตรฐานต่างกัน บางลูกจะมีขนไก่มาเสียบร้อยเย็บติดกันเพียง 2 ขน บางลูกจะมี 4 ขน บางครั้งยังใช้มีดผ่าขนให้แยกกระจายออกเพื่อการต้านลมที่ดียิ่งขึ้น


จากขนไก่หัวอีแปะของจีนมาถึงการเล่นซีบาเน่ (ญี่ปุ่น)
        

ญี่ปุ่นเล่น ซีบาเน่

ในหมู่ชาวญี่ปุ่น ผู้คนรู้จักเกมเล่นที่เรียกว่า “ซิบาเน่” (Cibane) เป็นเกมเล่นโบราณของชาวอาทิตย์อุทัยตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 นิยมเล่นกันในกลุ่มคนชั้นปกครองและราษฎรสามัญ และเล่นกันในหมู่หญิงสาวโดยเฉพาะ เล่นกันในโอกาสพิเศษที่มีการจัดงาน หรือมีงานพิธีต่าง ๆ หญิงสาวเหล่านี้จะแต่งกายในชุดกิโมโนสวยงาม วิธีการเล่นไม่มีอะไรมากไปกว่าการตีลูกให้พุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ และพยายามเลี้ยงลูกมิให้ตกดิน ในวันหยุดนักขัตติฤกษ์ต่าง ๆ ก็จะมีผู้เล่น 2-3 คนหรือมากกว่านั้นล้อมวงเป็นวงกลม ตีส่งลูกให้กันไปมา ใครที่รับลูกพลาด หรือปล่อยให้ลูกแตะพื้น จะต้องถูกปรับทำโทษด้วยการใช้สีทาบนใบหน้า หรือไม่ก็วาดวงกลมที่ขอบตา ในขณะที่เด็กผู้ชายจะร้องตะโกนเชียร์อยู่รอบด้าน บางก็ร้องให้มีลมกรรโชกพัดมาแรง ๆ เพื่อให้หญิงสาวตีลูกพลาด
          
ลูกขนไก่ที่เล่นในเกม ชิบาเน่ ของญี่ปุ่นเรียกว่า ฮาโกะ (Hago) ทำจากเม็ดในของผลไม้ จะเป็นลูกท้อ หรือผลไม้อื่น ๆ แล้วแต่จะหามาได้ ปั้นเป็นลูกกลมผนึกเข้าไปด้วยยางเหนียวในเม็ดในผลไม้ แล้วนำเอาขนไก่ หรือขนนกมาผูกติดกับเม็ดในผลไม้นั้น โดยให้ปลายขนแบะออกเพื่อให้เกิดการต้านอากาศ ชิบาเน่บางลูกใช้สีทาตามขนไก่ทำให้แลดูมีสีสันสวยงาม

          

หญิงญี่ปุ่นเล่นเกมโบยราณที่คล้ายแบดมินตัน

ชิบาเน่ของญี่ปุ่นไม่ได้ตีลูกด้วยมือ หรือเตะ เดาะด้วยเท้า แต่ใช้ไม้คิริแผ่นทำเป็นไม้กระดาน ทาสี และวาดภาพสวยงามไว้บนแผ่นกระดานทั้งสองด้าน บางอันก็เป็นภาพดอกไม้ ภาพวิว หรือบางครั้งด้านหนึ่งก็วาดเป็นภาพของบุคคลที่ตัวเองชื่นชอบ บางทีก็เป็นรูปดาราละคร หรือคาบูกิคนโปรดของพวกตน แต่ฮาโกะหรือต้นตระกูลแร็กเก็ตที่ดีหน่อย ทำอย่างพิถีพิถันหน่อยจะทำจากเนื้อไม้อย่างดี Ceda Wood ฮาโกะที่มีราคาแพงจะมีภาพประดับประดามากกว่าปรกติ บางครั้งใส่ภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือใบหน้าของหญิงสาวสวย บางอันจะฉาบด้วยสีเงิน หรือสีทองให้แลดูสวยงาม ไม้ฮาโกะมีขนาดไม่เท่ากัน อันใหญ่ที่สุดจะมีความยาวถึง 61 เซนติเมตร กว้าง 25 เซนติเมตร และมีความหนาถึง 7 เซ็นติเมตร ในยุคหนึ่งไม้ฮาโกะมีผู้นิยมใช้เป็นของขวัญพิเศษให้แก่กัน แต่ละอันมีน้ำหนักมากน้อยไม่เท่ากัน ที่หนักที่สุด 575 กรัม หรือครึ่งกิโลเศษ

 

 

 

 

 

 

จากเกาะญี่ปุ่นไปถึงเกาหลี ทิเย-คิทชา-กิ

คำว่า ทิเย-คิทชา-กิ ของเกาหลี แปลตรงตัวว่า ผลักลูกขนไก่ (To push the shuttlecock) แต่ลูกขนไก่ของเกาหลีใช้ผ้าฝ้าย ผ้าสำลี ใช้คลุกกับดิน ขี้เถ้า ปนดินเหนียว แล้วเสียบด้วยขนไก่หรือขนไก่ แต่ใช้เท้าเตะส่งลูกให้แก่กัน บางครั้งก็ใช้มือตี หรือปัดลูกไปให้อีกฝ่ายหนึ่ง

การเล่นลูกขนไก่ผ้าสำลีผสมดินแบบเกาหลีโดยไม่ใช้ไม่กระดานตีลูก มีหลักฐานบ่งบอกว่า ในอินเดีย และตามหมู่เกาะในอินโดนีเซีย มีการเล่นเกมในลักษณะนี้เหมือนกัน


อินเดียคาแบดมินตันของเผ่าอินคา
          

ลูกฟางข้าวโพดของชนเผ่าอินคา

การค้นพบของครูคเกอร์ที่น่าสนใจ ได้แก่การพบหลักฐานการเล่นเกมที่คล้ายคลึงกับกีฬาลูกขนไก่ในทวีปอเมริกา กลุ่มชนเผ่าอินคากับเผ่าอินเดียนแดงพื้นเมืองของภูมิภาคดินแดนแถบนั้น ซึ่งเกือบทั้งหมดดำรงชีพอยู่ด้วยการอาศัยเกษตรกรรม ธัญญพืชส่วนใหญ่จะเป็นข้าวโพด ยามว่างได้ใช้ใบข้าวโพดมาร้อยสานเป็นก้อนกลม แล้วนำขนนก ขนไก่มาเสียบร้อยเข้ากับก้อนกลมนั้น เพื่อให้ขนไก่ก้อนข้าวโพดนั้นพุ่งไปในทิศทางที่บังคับได้ เกมเล่นนี้มีส่วนคล้ายกับเกม “อินเดียคา” ที่พบเล่นกันในแถบอะเมซอน โอริโนโค กุยยานา หรือแม้แต่ภาคตะวันออกของบราซิล กับโบลิเวีย รวมทั้งเผ่าอินเดียนแดง ฮูอิชท์ชอลในเม็กซิโก ด้วยสิ่งประดิษฐ์ขนไก่เสียบก้อนข้าวโพดนี้ อินเดียนแดงในท้องถิ่นเล่นเกมในลักษณะที่คล้ายแฮนด์บอล หรือคล้อยไปในทางวอลเลย์บอล เว้นแต่ว่าก้อนใบข้าวโพดปั้นเสียบนี้มีขนไก่หรือขนนกปักอยู่ด้วย จึงเข้าลักษณะเป็นต้นตระกูลลูกขนไก่ในเกมแบดมินตันปัจจุบันอย่างน่าทึ่ง

 



อเมริกาเหนือ

กีฬาคล้ายแบดมินตันเล่นในราชสำนักยุโรปนานแล้ว

อินเดียนแดงเผ่า ซูนิ ในแถบอเมริกาเหนือ แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ชนเผ่านี้ยังดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมประเพณีเดิมของบรรพบุรุษอย่างเหนียวแน่น ที่น่าทึ่งก็คือ ชนเผ่านี้อ้างยืนยันแข็งขันว่าเผ่าของตนเป็นผู้คิดประดิษฐ์เล่นเกมแบดมินตัน จากการค้นคว้าพบว่า เวลาส่วนใหญ่ของชนเผ่านี้เล่นเกมที่คล้ายกีฬาแบดมินตันเสมือนหนึ่งเป็นพิธีกรรมทางความเชื่อถือของพวกตน ลูกขนไก่ที่ใช้ตีทำด้วยฟาง มัดกระจุกรวมกัน แล้วเสียบด้วยขนนก ขนไก่ หรือแม้แต่ขนห่าน วิธีเล่นเริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงฟางขนไก่สูงขึ้นในอากาศ แล้วใช้ฝ่ามือผลัดกันฟาดตีไปมา เพื่อให้ฟางขนไก่ที่ว่านี้ลอยล่องอยู่ในอากาศให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ กำหนดกติกายอมให้ผู้เล่นตีพลาดปล่อยลูกตกพื้นได้ 10 ครั้ง เมื่อถึง 10 ครั้งแล้วก็จะต้องออกจากเกมเล่น เปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้เข้ามาทดสอบฝีมือบ้าง นับได้ว่าเป็นแนวการเล่นที่ละม้ายกับการนับคะแนนของเกมแบดมินตันยุคหลังมากที่สุด

 

 

 

 

 

 

ยุโรปก่อนศตวรรษที่ 14           

กีฬาคล้ายแบดมินตันเล่นในราชสำนักยุโรปนานแล้ว
กษัตริย์ปรัสเซียเฟรดเดอริคทรงแบดฯ

ก่อนศตวรรษที่ 14 มีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันในยุโรป แต่มีเกมเล่นหนึ่งที่เรียกว่า ชูเล่ (Choule) เล่นที่เมืองพิคาร์ดี้ และส่วนอื่น ๆ ในประเทศฝรั่งเศส โดยที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะพยายามใช้วัสดุที่เหมือนไม้แร็กเก็ตตีลูกฟางก้อนใหญ่ให้ลอดข้ามห่วง แบ่งเป็นสองทีม ตีก้อนฟางลอดข้ามห่วง ในสนามกลางแจ้งที่บางแห่งมีขนาดกว้างใหญ่ถึง 300 เมตร จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1369 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 5 ของฝรั่งเศสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ห้ามการละเล่นกีฬาทุกชนิดที่มิได้มีส่วนส่งเสริมให้เกิดทักษะสำหรับการพิทักษ์ปกป้องพระราชอาณาจักร เกมเล่นชูเล่จึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

พระราชินีคริสตีนาแห่งสวีเดน

ในยุคฟื้นฟูศิลปศาสตร์ทุกแขนงในยุโรป การกีฬาดี ๆ กลายเป็นการละเล่นของระดับชนชั้นสูง เกมเล่นส่วนใหญ่จะเล่นกันในคฤหาสน์ ปราสาท ชายป่าที่ใช้สำหรับปิคนิก หรือแม้กระทั่งบนดาดฟ้าเรือสำราญโอ่อ่า ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1626-1689 สมเด็จพระราชินีคริสตีนา แห่งสวีเดนทรงเป็นนักกีฬาแบดมินตันแห่งยุคนั้น ขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับเชิญเข้าเฝ้าถวายทรงจะได้รับพระราชานุญาตให้ถอดวิกผม และเครื่องทรงแต่งกายไรพิธีรีตรอง สำหรับเล่นเกมได้เต็มที่ไม่รุ่มร่าม ในจำนวนนั้นมีนักวิทยาศาสตร์ นักศาสนศาสตร์ แซมมวล บอร์ชาร์ท แห่งสต๊อคโฮล์มรวมอยู่ด้วย นอกจากการสนทนาหัวข้อสำคัญทางการเมืองการสังคมต่าง ๆ แล้ว พระนางต้องการแข่งขันเกมเล่นแบดมินตันอย่างค่อนเข้าเอาจริงเอาจังกับแขกที่ได้รับเชิญอีกด้วย

รูปทรงกับชื่อเรียกของลูกขนไก่ในยุคนั้นขึ้นอยู่กับกรรมวิธีของการผลิต ลูกกลมที่ใช้ตีส่วนใหญ่จะใช้หัวไม้ก๊อกหัวกลมท้ายแบน ด้านที่แบนนั้นมีการเจาะรูเพื่อเสียบปักด้วยขนนก ขนไก่ หรือขนห่าน 2 ก้าน วิถีลูกที่วิ่งพุ่งไปยังผู้เล่นโดยหันหัวไปมาระหว่างตอบโต้กัน ในฝรั่งเศสจึงเรียกลูกกลมเสียบขนว่า “แกนเดือยหมุน”(Pivotin)ตามลักษณะการวิ่งของมัน บางครั้งเมื่อมีการใช้ขนจากไก่ตัวผู้มาใช้เสียบ ผู้คนก็จะเรียกว่า ขนไก่หมุน ในรัชสมัยของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 เล่นกันโดยไม่มีกฎกติกามาตรฐาน แต่จะมีการแบ่งฝ่ายละ 2 หรือ 3 คนตีลูกให้แก่กันไปมา พร้อมกับขานนับจำนวนครั้งที่ขนไก่หมุนจะถูกตีลอยล่องไปมาในอากาศ เกมเล่นในลักษณะนี้มีการเล่นกันอย่างกว้างขวางภายในพระราชสำนักของฝรั่งเศส สวีเดน อังกฤษ สเปน และเยอรมนี

ในช่วงที่มีการปฏิวัติใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส(ค.ศ. 1789-1793)บรรดาขุนนางที่มีฐานันดรศักดิ์ทั้งหลายที่เคยจับกลุ่มกันเล่นแบดมินตันต่างแตกวงไปหมด เนื่องจากสภาวการณ์รอบด้าน การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองตอนปลายศตวรรษที่ 18 ล่วงไปถึงศตวรรษที่ 19 ทำให้สภาพที่หรูหราฟุ่มฟือยในบรรยากาศแห่งราชสำนักต้องถูกระงับไปแบดมินตันพลอยติดร่างแหหยุดชงักไปด้วยแต่ก็มีการเล่นกันอย่างประปรายในระดับยุวชน เมื่อมีการค้นพบว่าเกมเล่นที่คล้ายแบดมินตันถูกนำมาใช้สำหรับการบำบัดสาธารณะสุข และเพิ่มพูนสุขภาพโดยราชวงศ์แห่งปรัสเซียกษัตริย์เฟรดเดอริค มหาราช และพระเจ้าหลานเธอ เฟรดเดอริค วิลเลียม แห่งปรัสเซีย ทรงยืนยันว่าแบดมินตันเป็นกีฬาที่ดีเลิศต่อการฝึกฝนให้เกิดความคล่องตัวและสร้างสุขภาพแก่เยาวชน สร้างให้ผู้เยาว์เพาะนิสัยของความมีสมาธิจิตมุ่งมั่น

ในช่วงศตวรรษที่ 19 สามัญชนธรรมดาเริ่มเล่นแบดมินตันในรูปแบบต่าง ๆ กันมากขึ้น มีการประดิษฐ์สร้างลูกขนไก่ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน ใช้หนังสัตว์ หรือแม้แต่กระดาษแข็งจับมารัดรูปแล้วใช้เหวี่ยงตี ดีด โขกไปมาระหว่างผู้เล่นด้วยกัน บางครั้งก็มีการใช้ไม้กระดานลูกไปมา

กีฬาตีลูกขนไก่คฤหาสน์ แบดมินตันของดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด

ทศวรรษที่ 60 ในศตวรรษที่ 19 นายทหารอังกฤษยศพันเอกได้พบกีฬาที่เรียกว่า บอลขนเทนนิส (Feather Ball Tennis) มีการเล่นกันที่เมืองปูนา ประเทศอินเดีย เล่นโดยไม่มีตาข่ายกั้น ไม่มีการขีดแบ่งเส้นสนามแต่อย่างใด แต่ก็เล่นเกมตีลูกขนไก่ได้อย่างสนุกสนาน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1870 ดยุ๊คแห่งบิวฟอร์ด ได้นำเกมเล่นนี้ไปเล่นในงานสังสรรภายในอุทยานของคฤหาสน์ฤดูร้อน “แบดมินตัน” ในกลอสเตอร์เชอร์ ณ ที่นี้เองท่านดยุ๊คได้แนะนำกฎกติกาใหม่ให้แก่แขกของท่าน โดยเปลี่ยนเกมเล่นที่นำมาจากเมืองปูนา ให้กลายเป็นเกมที่กางตาข่ายขั้นกลางระหว่างผู้เล่นสองฝ่าย (ในขั้นแรกใช้ตาข่ายเทนนิส) กติกาที่ท่านกำหนดไว้ในหลายข้อยังใช้ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้


ตะกร้อเป็นจุดเริ่มต้นของแบดมินตันหรือไม่?

จากงานวิจัยของ มอนิกา คูคเกอร์ ที่รวบรวมเกมเล่นคล้ายกีฬาแบดมินตัน ถ้าการใช้ดินปั้น หรือฟางข้าวโพดผูกมัด แม้กระทั่งการใช้ขนไก่หัวอีแปะ แล้วใช้มือฟาด ตีนเตะ ดีด เดาะลูกด้วยเท้า ข้อศอก หรือโขกด้วยศีรษะ ถ้ากิริยาเคลื่อนไหวในการเล่นเกมอยู่ในลักษณะนี้ แล้วถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นตระกูลแบดมินตันแล้ว กีฬาตะกร้อของไทยก็น่าจะเข้าอยู่ในข่ายเดียวกันได้ กีฬาตะกร้อมีเล่นกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มประชาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งไทย มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย ต่างมีหลักฐานอ้างอิงว่ากีฬาที่ใช้ลูกหวายสานเป็นรูปกลม มีการเล่นในภูมิภาคแถบนี้มานานแล้ว เซปัคตะกร้อจึงน่าจะถือว่าเป็นเกมต้นตระกูลกีฬาแบดมินตันได้เช่นเดียวกัน

 
วิวัฒนาการรูปลักษณ์ลูกขนไก่

 
 

ลูกขนไก่จากอดีตถึงปัจจุบัน

 

ข้อมูลจาก สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

http://www.badmintonthai.or.th/