เรื่องเล่าจากเกาหลี : กิมจิ..กิมจิ..ตอนที่ 5 การเดินทางสู่กรุงโซล


ผมว่าขนาดรถติดแล้ว ยังแพ้กรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเราครับ ของเราที่นี่ติดของจริง มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเคยไปสิงคโปร์ พนักงานขับรถรู้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย เขาก็พยายามพูดไทย และบอกว่าถนนเส้นนี้รถติดหน่อยนะ ผมกับเพื่อนๆ ก็บอกไปรอบๆ และบอกเขาว่า บ้านเราติดกว่าเยอะ ที่นี่เด็กๆ ระดับความติดอาจมากกว่าสิงคโปร์หน่อย แต่ก็ถือว่าถนนโล่งดีครับไม่ติดสักหน่อย
หลังจากสัมผัสอากาศเย็นสบายๆ ได้เพียง 5 นาที ซึ่งจริงๆ ก็อยากจะรับอากาศเย็นๆ ต่อสักหน่อย ก็ต้องขึ้นรถบัสต่อไปยังกรุงโซลต่อ เพื่อไปรับประทานอาหารเที่ยงที่นั่น ระหว่างที่เดินทางไปกรุงโชล ไกด์ก็แนะนำทีมงานที่เดินทางไปกับเราในทริปนี้
ไกด์บอกเราว่า วันนี้อากาศในเกาหลีอุ่นขึ้นมาก เมื่อวันก่อนอุณหภูมิที่เกาหลีอยู่ราวๆ 3-10 องศาเซลเซียส แต่วันที่เรามาอุณหภูมิขึ้นมอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียส ซึ่งกำลังเย็นสบายดีครับ ระหว่างที่เดินทางไปยังกรุงโซล ผมก็เพลิดเพลินกับสองข้างทางเกาหลีอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศแปลกใหม่ และที่สำคัญต้นไม้หลายต้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแดง
การขับรถที่เกาหลีนี้คนขับจะอยู่ด้านตรงข้ามกับบ้านเราครับ เหมือนกับที่เราเห็นในละครเกาหลีนั่นแหละครับ แต่ก็ออกแปลกสักหน่อยครับ อาจเพราะไม่คุ้นเคยนั่นเอง ที่สำคัญถนนบ้านเขานี่ไม่มีขรุขระครับ ค่อนข้างเรียบทีเดียว เส้นทางระหว่างสนามบินนานาชาติอินชอนกับกรุงโซล จะมีสะพานข้ามระหว่างกันอยู่ครับ ค่อนข้างยาวทีเดียว สะพานนี่เขามี 2 ชั้น เอาไว้เผื่อหิมะตก ก็สามารถลงไปใช้ในชั้นที่อยู่ด้านล่างได้ เพราะเห็นว่าที่นี่ในฤดูหนาวหิมะตกหนัก ลมก็ค่อนข้างแรงครับ สะพานชั้นล่างปลอดภัยกว่าครับ
นอกจากเราต้องข้ามสะพานระหว่างสนามบินนานาชาติกับเมืองอินชอนแล้ว เรายังต้องข้ามแม่น้ำ Han ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญเลี้ยงชาวเกาหลีทั้งประเทศ พอๆ กับแม่น้ำเจ้าพระยา (กระซิบนิดหนึ่งครับว่า แม่น้ำฮั่นสะอาดกว่าบ้านเราเยอะทีเดียว) แม่น้ำฮั่นมีสะพานข้ามไปมาค่อนข้างมากทีเดียวครับ และมีที่กำลังจะสร้างอีก รวมๆ แล้วคงไม่ต่ำกว่า 20 แห่งครับ โดยเฉพาะในช่วงที่แม่น้ำฮั่นไหลผ่านกรุงโซล
ส่วนการจราจรที่กรุงโซลนั้น เขาจะจัดให้รถโดยสายประจำทางอยู่เลนกลางถนนครับ มีที่พักผู้โดยสารอยู่ตรงกลางด้วย ดังนั้นถนนที่เกาหลีใต้จึงไม่มีเกาะกลางถนนเหมือนบ้านเรา ทำให้มีพื้นที่เหลือสำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ใช้รถสาธารณะ และห้ามรถชนิดอื่นใช้เลนร่วมกับรถโดยสารด้วยครับ
ขณะที่บรรยากาศนั่นเหรอครับ ผมว่าขนาดรถติดแล้ว ยังแพ้กรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเราครับ ของเราที่นี่ติดของจริง มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเคยไปสิงคโปร์ พนักงานขับรถรู้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย เขาก็พยายามพูดไทย และบอกว่าถนนเส้นนี้รถติดหน่อยนะ ผมกับเพื่อนๆ ก็บอกไปรอบๆ และบอกเขาว่า บ้านเราติดกว่าเยอะ ที่นี่เด็กๆ ระดับความติดอาจมากกว่าสิงคโปร์หน่อย แต่ก็ถือว่าถนนโล่งดีครับไม่ติดสักหน่อย
ยี่ห้อรถต่างๆ ที่เกาหลีนี่ ไม่ค่อยมีรถญี่ปุ่นครับ หายากมากๆ มีแต่รถยี่ห้อเกาหลีทั้งนั้นครับ ที่นี่คงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เจริญเติบโตด้วยพลังของคนในชาติ ที่ร่วมกันอุดหนุนการใช้สินค้าภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตขึ้นมาได้ เห็นบ้านเรารณรงค์กันอยู่พักหนึ่งครับ ช่วงเศรษฐกิจในประเทศตกต่ำ เมื่อปี 2540 คงจำกันได้ครับสำหรับสโลแกน “ใช้ของไทย กินของไทย” แต่ตอนนี้ก็เงียบฉี่ไปแล้วครับ ไม่มีใครพูดถึงอีกแล้ว รณรงค์แค่ไหนก็ไม่ได้ผลสักที 
ลืมบอกไปครับว่า ที่เกาหลีใต้มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยครับ พื้นที่ร้อยละ 70 เป็นภูเขาแกรนิต มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกและที่อยู่อาศัยราวๆ ร้อยละ 20 แต่มีประชากรมากถึง 49 ล้านคน ประชากร 1 ใน 4 อาศัยอยู่ในกรุงโซล ซึ่งขนาดเล็กกว่ากรุงเทพฯ ครับ ลองนึกดูนะครับว่ากรุงโซลจะแออัดขนาดไหน นี่จึงเป็นที่มาของการเดินชนกัน ที่เรามักเห็นๆ ในละครเกาหลีนั่นเองครับ เกาหลีใต้แบ่งการปกครองออกเป็น 9 เขตครับ เรียกว่า โด ซึ่งกรุงโซล ที่เป็นเมืองหลวงตั้งอยู่ในเขตเคียงจิโดครับ
 ลืมบอกไปครับว่า บ้านเมืองเขาค่อนข้างสะอาดสะอ้านกว่าบ้านเราเยอะทีเดียวครับ

 
คำสำคัญ (Tags): #เกาหลีใต้
หมายเลขบันทึก: 146895เขียนเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2007 14:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 21:32 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี