เมื่อวันก่อน ผมได้เข้าไปเยี่ยมชมบทความทางวิชาการของสำนักงานทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) ได้พบบทความของท่าน ดร.รุ่ง แก้วแดง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้เขียนไว้เรื่อง "ไม้เรียว" เห็นว่าได้ความคิดดี และเป็นเรื่องที่หลายคนถามหาพูดจากันในแง่มุมต่าง ๆ จึงนำมาฝากเพื่อนสมาชิกลองอ่าน และคิด ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ? ลองแสดงมตินะครับ
บทความของ ดร.รุ่ง แก้วแดง กล่าวไว้ดังนี้ ครับ...
เรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ จะให้นำวิธีการลงโทษด้วย “ไม้เรียว” กลับมาใช้ใหม่นั้น นายรุ่งกล่าวว่า <p> ”เป็นการสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันของคน 2 กลุ่ม กลุ่มครูที่เห็นว่าควรยกเลิกการใช้ไม้เรียวเป็นพวกที่มองว่าหลักสำคัญของการเรียนการสอนคือการเรียนรู้ของผู้เรียน เคารพสิทธิของกันและกัน และเชื่อว่าเด็กทุกคนจะสามารถเรียนรู้ได้ถ้าครูออกแบบการเรียนรู้ให้ดี สนุก และสอดคล้องกับศักยภาพ เขาจะเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ส่วนกลุ่มที่สนับสนุนการใช้ไม้เรียวมองว่าเด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้ จำเป็นต้องบังคับ และเมื่อต้องบังคับก็ต้องทำด้วยการเฆี่ยนตี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทัศนะมุมมองของแต่ละบุคคล หากกระทรวงศึกษาธิการจะอนุญาตให้นำไม้เรียวมาใช้ในการลงโทษเด็กอีก ควรจะทำประชาพิจารณ์และพิจารณาถึงเหตุและผลกันต่อไป”</p>
ระเบียบให้เลิกใช้ไม้เรียว ทำลายเด็กไปไม่รู้เท่าไหร่ อย่าลืมว่าสังคมไทย ไม่ใช่ฝรั่ง การฝึกระเบียบวินัย ความรับผิดชอบในครอบครัวน้อยมาก คนไทยไม่ได้สอนให้ช่วยเหลือตนเอง รู้ผิดรู้ชอบ ควร-ไม่ควร...อย่างที่ควรจะเป็น(ไม่โตสักที..โตแต่ตัว)
เห็นด้วยกับการเลิกใช้ไม้เรียว เพราะเป็นคน ไม่ใช่สัตว์ พูดกันต้องรู้เรื่อง การลงโทษด้วยมาตรการทางสังคมมีเยอะอยู่แล้ว น่าจะช่วยได้
แต่ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกอย่างทันทีทันใด เพราะไม่เหมาะกับค่านิยม วัฒนธรรมของสังคมไทยเรา ดังที่กล่าว ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ระเบียบนี้ได้ กระทำฉับพลัน เอาหน้าเอาตา เพื่อเป็นผลงาน นี้แหละนักการเมืองล่ะ..
แล้วทำลายเด็กอย่างไร?
ครูก็ไม่กล้าจะลงโทษเด็กสิ ระเบียบลงโทษ ศธ. ในปัจจุบัน(สูงสุดคือบำเพ็ญประโยชน์) พิจารณาดูให้ดี..ไม่มีผล ไม่มีความสำคัญต่อเด็กที่ร้ายๆ เด็กที่มาจากครอบครัวซึ่งพ่อแม่ไม่อาจช่วยสร้างสติปัญญาให้บุตรหลานตนเองได้ บางทีครูจึงวางเฉยดีกว่า เพราะเสี่ยงต่อการจะถูกเอาเรื่องจากผู้ปกครอง เมื่อก่อนเปิดเทอมปีการศึกษานี้(2550) มีข่าวการคาดโทษของระดับบริหารของ ศธ. ด้วยซ้ำ ว่าครูต้องโดนเล่นงานเรื่องวินัยด้วย ถ้ายังใช้ไม้เรียว..เฮ้อ!
ก็ได้แต่สงสารเด็กๆ และประเทศไทย
สวัสดีครับ..ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ ผมว่าความเหมาะสมของการที่จะนำไม้เรียวกลับมาใช้ ต้องมองไปที่บริบทของเรื่องนี้ครับ ที่มา ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คิดว่ามาจากกระแสการละเมิดสิทธิมนุษย์ชน ซึ่งมาจากตะวันตก ซึ่งตะวันตกมีวัฒนธรรมของการขยันขันแข็ง การต่อสู้งาน การทำมาหากิน บางทีขยันมากไป ก็อาจไปละเมิดสิทธิของคนอื่น ก็เลยต้องมีข้อห้ามว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษย์ชน ที่นี้หันกลับมาดูสังคมไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข่าว อยู่แบบสบายๆ ไม่ค่อยกระตือรือร้น เรื่องการเรียนก็ไม่ค่อยกระตือรือร้น ต้องคอยกระตุ้นครับ และกระตุ้นตามหลักจิตวิทยาที่ว่าไม่ให้ตี ผมว่าไม่น่าจะพอครับ น่าที่จะต้องกระตุ้นด้วยไม้เรียว จึงจะได้ผล ข้อสำคัญ ต้องตีด้วยความรัก และตีด้วยเหตุผล ให้เด็กเขายอมรับว่าเขาผิดเสียก่อน จึงค่อยตี ผมว่าเด็กเมือเขารู้ว่าผิด และถูกตี คงจะไม่เป็นเจ็บเป็นแค้นอะไรมากมาย เด็กบางคนยังบอกเสียอีกนะครับ ว่าต้องตี ถ้าไม่ตีเขาก็ยังคงขี้เกียจเหมือนเดิม พ่อแม่หลายคนก็เห็นด้วยที่ให้ตี ส่วนครูนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ หลายคนเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะหารใช้ไม้เรียว ดีมากกว่าเสียครับ และตามความเป็นจริง ก็ยังคงมีการตีกันอยู่ครับ...ขอบคุณครับ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นที่เข้ามาครับ การใช้ไม้เรียวบางครั้งดูดุดัน โหดร้าย แต่ถ้าใส่จิตและวิญญาณแห่งความรัก ความปรารถนาดี คงเป็นการเฆี่ยนตีที่มีคุณค่า และเหมาะสมกับบริบท วิถีชีวิตของคนไทย ผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกจะเข้ามาแวะเวียนบล็อกนี้อีกเพื่อติดตาม ประเมินความคิดเห็นร่วมกันอีกครั้ง ขอบคุณครับ…
การใช้ไม้เรียวขึ้นอยู่กับผู้ใช้และวัตถุประสงค์ของการใช้ หากใช้ด้วยเหตุผลที่สมควรก็ควรใช้แต่หากมีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ความรุนแรงย่อมเกิดขึ้น บางครั้งครูมีเจตนาดีตีเพื่ออบรมสั่งสอนนักเรียนแต่ลืมพิจารณาไปว่าครูตัวโตกว่านักเรียน นักเรียนตัวเล็กกว่าอาจได้รับบาดเจ็บได้...และมีผลต่อจิตใจของเด็กอย่างแน่นอนคุณคิดว่าด้านบวกหรือลบมากกว่ากัน