วสันตฤดูล่วงพ้นผ่าน ผลักดันชีวิตให้พบพานฤดูกาลใหม่
เหมันตฤดูล่วงผ่านสู่กลางใจ ชีวิตนี้ไซร้มิหมุนเวียนเปลี่ยนตามกาล...
ไอเย็นที่เริ่มแผ่ปกคลุมท้องฟ้าแห่งรัตติกาล เป็นเสมือนหนึ่งสัญญาณเตือนให้รู้รอบครอบปีที่จะเวียนมาถึง
ส่งผลให้จิตย้อนหวนคิดคำนึง กลับนึกถึงครั้งแรกที่ความหนาวตราตรึงจับจิตติดหัวใจ
ลมหนาวเมื่อคราวก่อน ฉันเคยนั่งเฝ้าอาวรณ์ถึงอดีตอันแสนหวาน
อีกทั้งทุกข์แสนสาหัสที่พบพาน ดูเหมือนว่านานแสนนานนับร้อยปี
ชีวิตต้านลมหนาวที่จับจิต พลิกชีวิตทิ้งทางโลก
มกราคมคราก่อนเปลี่ยนจากโศรก เหมือนดั่งโชคชะตาพานำทาง
เป็นลมหนาวที่พลิกผันจากคืนวันที่แสนอ้างว่าง เปล่าเปลี่ยวและเดียวดายอีกไร้หนทาง
แต่ชีวิตอันอ้างว่าง กลับเปลี่ยนพบพานแสงสว่างแห่งสัทธรรม
ชีวิตหนอชีวิต กรรมลิขิต กรรมขีดเขียน
ผลกรรมนั้นหนาที่เคยสร้าง เคยก่อ เฝ้าวนเวียน
อดีตเจียนเจ็บจนตาย อายแก่ใจ
แต่ยังดีพอมีบุญหนุนกุศลสร้าง ที่คืนวันเฝ้าสร้าง สวดมนต์ ภาวนา ตั้งจิตไซร้
ทุกค่ำคืนปีก่อนเฝ้ากราบกรานพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งแห่งจิตใจในทุกกาล
นี่ก็ล่วงเข้าเดือนที่สิบเอ็ด ที่ชีวิตต้องระเห็จและระเหิน
ผ่านพบ ผ่านชาติ ก้าวดำเนิน เพียรเพลิดเพลินใต้ร่มโพธิญาณ
อันสองเท้าก้าวตามรอยพระบาท แห่งองค์พระศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อีกสองมือพร้อมหนึ่งใจได้ล่วงก้าว ร้อน ฝน หนาว คราวล่วงจวบขวบปี
นี่นั้นหรือที่เขาเรียกว่าชีวิต หนี้ศักดิ์สิทธิ์ กรรมแน่หนอรอกำหนด
สร้างหนทางกลางนราอันเลี้ยวลด มิรู้จบ มิรู้เกิด เพลิดทุกข์ภัย
ชีวิตก่อน มองไม่เห็น เหตุแห่งทุกข์
โดนกรรมรุด ฉุดกระชาก พรากสุขไหม้
ร้อนเหมือนดั่ง ไพนรก รุมเผาใจ
ตัวมิไหม้ แต่ใจร้อน เพราะกรรมรุม
แต่ชีวิต ฤดูนี้ กลับพลิกฟื้น อุดมชื่น
จิตสัมผัส ธรรมเย็นชื่น เย็นจับติด ติดทั่วกาย รายชีวัน
จวบอาสันต์ ธรรมย่อมชื่น มื่นอารมณ์
ฤดูร้อน รอนแรมเดินทางธุดงค์ในป่าใหญ่
ฤดูฝน เข้าพรรษาไซร้ ปรารภความเพียร เจียรใจมั่น
ต้นฤดูหนาว คราวกฐิน พร้อมมิตรทำ
จนจบเข้าฤดูหนาว แสงธรรมยังแพรวพราวส่องกลางใจ
ฤดูกาลที่ผันผ่าน ครบรอบ กรอบชีวิต
ดั่งเหมือนจิตรกรวาด สาดสานฝัน
ตาได้เห็น หูได้ยิน ครอบรอบกัน
ชีวิตสงฆ์ ในรองปี นี้อย่างไร
แม้ฤดู จะหมุนเปลี่ยน เวียนผันผ่าน
มิเปลี่ยนกาล หมุนเวลาแห่งธรรมไม่
ชีวิตอยู่ แค่วันหนึ่ง กับคืนหนึ่ง ตรึงกายใจ
ฤดูไซร้ เปลี่ยนอากาศ มิคลาดธรรม...
